
ส้มเขียวหวาน ผลไม้เศรษฐกิจ ปลูกยังไง มีกี่สายพันธุ์ มีประโยชน์อะไร?
ส้มเขียวหวาน ผลไม้เศรษฐกิจยอดนิยม ที่ไทยชื่นชอบและนำมารับประทานกันอย่างแพร่หลาย ทั้งยังสามารถนำไปรับประทานได้หลายรูปแบบ ทั้งกินสด คั้นน้ำ หรือแปรรูปเป็นขนม หรือของหวานต่าง ๆ เราเองก็เป็นหนึ่งในสาวกส้มเขียวหวานตัวยงเลยค่ะ! ในบทความนี้เราเลยจะพาทุกคนไปรู้จัก ส้มเขียวหวาน รวมถึงประโยชน์และข้อควรระวังในการทาน ว่ามีอะไรบ้าง? ไปดู!
ประโยชน์และข้อควรระวังในการรับประทาน ส้มเขียวหวาน
ส้มเขียวหวาน มีประโยชน์มากกว่าความอร่อย ทั้งยังมีคุณค่าทางโภชนาการที่หลากหลาย จึงมีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายด้าน เช่น
ประโยชน์ของส้มเขียวหวาน
- แก้ท้องผูก เพราะในส้มเขียวหวาน มีใยอาหารสูง ช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหารและการขับถ่าย โดยรับประทานส้มวันละ 1 ผลใหญ่ ก็สามารถช่วยลดปัญหาอาการท้องผูกได้แล้ว
- กระตุ้นภูมิคุ้มกันร่างกาย เนื่องจากในส้มอุดมไปด้วยวิตามินซีสูง ที่สามารถช่วยป้องกันเชื้อโรคและไวรัส รวมถึงอาการป่วยทั่วไปที่อาจเกิดขึ้นกับร่างกายได้
- ปรับสมดุลน้ำตาลในเลือด น้ำตาลฟรุกโตสที่มีในส้ม ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้พุ่งสูงเกินไป
- ช่วยลดความดันโลหิต เพราะในส้มเป็นผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง โซเดียมต่ำ ช่วยทำให้ไหลเวียนโลหิตได้ดี และช่วยลดระดับความดันโลหิตสำหรับผู้มีภาวะความดันโลหิตสูงด้วย
- บำรุงหัวใจ เพราะในส้มมีโพแทสเซียม วิตามิน และแร่ธาตุต่าง ๆ ที่ดีต่อการทำงานของหัวใจ
- ลดความเสี่ยงโรคนิ่วในไต โพแทสเซียมในส้มจะช่วยยับยั้งการเกิดนิ่วต่าง ๆ ในร่างกาย
- ยับยั้งการเกิดแผลเปื่อย ในส้มมีวิตามินซีสูงทำให้ลดโอกาสการเกิดแผลเปื่อยได้
- ป้องกันมะเร็ง ส้มมีสารต้านอนุมูลอิสระประเภท ฟลาโวนอยด์ จำนวนมาก ซึ่งสารตัวนี้มีคุณสมบัติช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งช่องปาก มะเร็งผิวหนัง มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม และมะเร็งกระเพาะอาหารได้ด้วย
- บำรุงผิวพรรณ เพราะในส้มมีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในการปกป้องเซลล์ผิว ลดการเกิดริ้วรอย และบำรุงเซลล์ให้แข็งแรง

ข้อควรระวังในการทาน
- เลือกกินส้มผลสด ดีกว่า น้ำส้ม เพราะในน้ำส้มกล่องตามท้องตลาด มีส่วนผสมของน้ำตาลค่อนข้างสูง
- ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ควรจำกัดการกินส้มไม่เกิน 2 ผล/วัน เพราะถึงแม้ว่าส้มจะมีคุณสมบัติช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด แต่การรับประทานส้มมากเกินไปก็อาจทำให้ได้รับปริมาณน้ำตาลมากเกินไปด้วย
- ผู้ป่วยโรคไตควรเลี่ยงการรับประทานส้ม เนื่องจากส้มมีโพแทสเซียมสูง อาจเป็นส่วนทำให้ภาวะโรคไตแย่ลงได้
ส้มเขียวหวาน (Tangerine)


ชื่อวิทยาศาสตร์: Citrus reticulata Blanco
ชื่อสามัญ: Mandarin, Tangerine
วงศ์: Rutaceae
ถิ่นกำเนิด: ประเทศจีนและญี่ปุ่น
ส้มเขียวหวาน (Tangerine) จัดเป็นผลไม้เขตกึ่งร้อน ที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน ซึ่งแต่เดิมแล้วส้มเขียวหวาน มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอยู่ในประเทศจีนและญี่ปุ่น ภายหลังได้แพร่หลายไปยังสหรัฐอเมริกาและยุโรป จนปัจจุบันกลายเป็นผลไม้ที่นิยมปลูกกันทั่วไปในเขตร้อนและเขตกึ่งร้อน
โดยลักษณะพิเศษของส้มชนิดนี้ที่ทำให้ผู้คนติดใจ เป็นเพราะว่าส้มมีเปลือกอ่อน เปลือกล่อน สามารถแกะออกได้ง่าย รสชาติหวานอมเปรี้ยว เนื้อส้มฉ่ำน้ำ ไม่ลีบฝ่อ อีกทั้งกลีบส้มยังแยกหลุดออกจากกันได้ง่ายอีกด้วย
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของส้มเขียวหวาน
- ลำต้น: เป็นพรรณไม้พุ่มขนาดย่อม สูงประมาณ 3-5 เมตร ลำต้นแตกกิ่งก้านออกมามาก บริเวณที่เป็นกิ่งอ่อนจะมีหนาม
- ใบ: ใบเดี่ยว สีเขียวเป็นมัน ใบแข็ง ออกใบแบบเรียงสลับกัน ใบมีลักษณะมนรี คล้ายรูปไข่ ขอบใบเรียบ หรืออาจมีฟันเลื่อยเล็กน้อย ตามแผ่นใบมีต่อมน้ำมัน ทำให้ใบส้มเขียวหวานมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์
- ดอก: ดอกขนาดเล็ก สีขาวอมเหลือง ออกดอกเดี่ยวหรือเป็นช่อ บริเวณง่ามใบและปลายยอดกิ่ง
- ผล และเมล็ด: ส้มเขียวหวานมีลักษณะผลที่ค่อนข้างกลม เนื้อเยอะ เนื้อนิ่ม ฉ่ำน้ำ แบ่งเป็นกลีบ ภายในมีเมล็ดสีขาวนวลอยู่ เปลือกส้มมีลักษณะเรียบบาง สีเขียวเป็นมัน เมื่อสุกแล้วเปลือกจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวอมเหลือง
ข้อมูลโภชนาการของส้มเขียวหวาน
ข้อมูลโภชนาการ ปริมาณต่อ 100 กรัม
| สารอาหาร | ส้มเขียวหวาน |
|---|---|
| แคลอรี (kcal) | 42 |
| ไขมันทั้งหมด | 0.4 กรัม |
| ไขมันอิ่มตัว | 0 กรัม |
| คอเลสเตอรอล | 0 มิลลิกรัม |
| โซเดียม | 0 มิลลิกรัม |
| โพแทสเซียม | 0 มิลลิกรัม |
| คาร์โบไฮเดรต | 9 กรัม |
| เส้นใยอาหาร | 1.3 กรัม |
| น้ำตาล | 0 กรัม |
| โปรตีน | 0.6 กรัม |
| วิตามินเอ | 0.86% |
| วิตามินซี | 70% |
| วิตามินอี | 0% |
| แคลเซียม | 3% |
| เหล็ก | 4.44% |
| ไทอามิน | 2.67% |
| ไรโบพลาวิน | 2.35% |
| ไนอาซิน | 2% |
| ฟอสฟอรัส | 2.4% |
แหล่งข้อมูลประกอบ: calforlife
สายพันธุ์ของส้มเขียวหวาน
ส้มเขียวหวาน ที่นิยมปลูกในไทยและมีชื่อเสียงมาก สามารถแยกได้เป็น 3 สายพันธุ์ มาดูกันว่าแต่ละสายพันธุ์ มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง?
ส้มพันธุ์บางมด (ราชาแห่งส้มเขียวหวาน)
- รสชาติหวานอมเปรี้ยว เนื้อฉ่ำน้ำ
- ผลขนาดกลาง ค่อนข้างกลมแป้น เปลือกสีเขียวอมเหลือง
- แต่เดิมปลูกในแถบ เขตบางมด เขตราษฎร์บูรณะ เขตบางขุนเทียน จึงถูกเรียกว่า ส้มบางมด

ส้มพันธุ์สายน้ำผึ้ง หรือ ส้มพันธุ์โชกุน
- รสชาติหวานจัดอมเปรี้ยวเล็กน้อย เนื้อแน่น ชานนิ่ม ผลแตกง่ายกว่าส้มเขียวหวานพันธุ์อื่น มีน้ำคั้นต่อผลสูง
- ใบมีขนาดเล็กกว่าส้มเขียวหวานทั่วไป เมื่อปลูกที่ภาคเหนือจะได้ผลสีเหลืองอมเขียวเล็กน้อย ปลูกที่ภาคใต้ผลจะเป็นสีเขียว บริเวณจุกผลมีแอ่งสะดือเป็นเอกลักษณ์
- ปลูกในภาคเหนือเรียก ส้มสายน้ำผึ้ง ถ้าปลูกที่ภาคใต้เรียก ส้มโชกุนหรือส้มเพชรยะลา

ส้มสีทอง
- รสชาติหวานอมเปรี้ยว เส้นใยน้อย เนื้อไม่ฉ่ำน้ำ
- ผลขนาดกลาง เปลือกบาง มีสีเหลืองทอง
- สายพันธุ์เดียวกันกับส้มบางมด แต่ย้ายแหล่งปลูกไปยัง จังหวัดน่าน

วิธีการปลูกส้มเขียวหวาน
ส้มเขียวหวาน สามารถปรับตัวได้ตามพื้นที่ปลูกได้ทุกพื้นที่ ขอแค่ปลูกในดินร่วน ที่สามารถระบายน้ำได้ดี ไม่มีความเป็นกรดด่างมากเกินไป โดยปัจจัยเหล่านี้อาจทำให้ ส้มเขียวหวาน มีลักษณะภายนอกและรสชาติ ที่แตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อม ซึ่งวิธีการปลูกให้ได้ต้นที่แข็งแรง ไม่กลายพันธุ์ สามารถทำได้โดยการปลูกจากกิ่งชำ ดังนี้


จบไปแล้วสาระดี ๆ ของ ส้มเขียวหวาน ผลไม้ที่พอถึงหน้าฤดูออกผลของมันทีไร มีอันต้องได้ซื้อกินทีละหลายกิโล เพราะทั้งอร่อย ชื่นใจ คลายร้อนได้ดี และสำหรับใครที่กำลังอยากลองปลูกส้มเขียวหวานเอง ก็ลองนำข้อมูลไปประยุกต์ใช้กันดูนะคะ แล้วเจอกับสาระดี ๆ บทความใหม่ครั้งหน้าน้าาา~



