
รู้จักกับ ฟักข้าว ประโยชน์มากมาย พร้อมวิธีการปลูก
เชื่อว่าหลายคนอาจจะคุ้นๆ หรือเคยได้ยินชื่อ ฟักข้าว กันมาบ้างใช่ไหมคะ? ตอนแรกเราเองก็รู้สึกว่ามันเป็นแค่พืชผักสวนครัวธรรมดา ๆ แต่เจ้าผลไม้สีส้มแดงสดใสรูปทรงสวยแปลกตานี้เนี่ย ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา นะคะ แต่ยังอัดแน่นไปด้วยสารอาหารและประโยชน์ต่อสุขภาพที่น่าทึ่งมาก ๆ ในบทความนี้เราเลยจะพาไปทำความรู้จัก ฟักข้าว ตั้งแต่ประโยชน์สุดปังที่สายเฮลท์ตี้ห้ามพลาด ไปจนถึง ขั้นตอนการปลูกแบบง่าย ๆ ที่ใคร ๆ ก็ทำตามได้ ไปดูกันเลยค่ะ!
ฟักข้าว (Gac)
ฟักข้าว สามารถขึ้นได้ง่าย แม้ตามรั้วบ้านหรือตามต้นไม้ต่าง ๆ สังเกตว่า จะมีมือเกาะคล้ายต้นตำลึง ในส่วนของใบ จะเป็นลักษณะคล้ายรูปใบโพธิ์ หรือหัวใจ ขอบใบหยักเว้าลึกเป็นแฉก ๆ ราว 3-5 แฉก ดอก จะมีสีขาวแกมเหลือง มีสีน้ำตาลแกมม่วงอยู่ตรงกลาง

ชื่อวิทยาศาสตร์: Momordica cochinchinensis (Lour.) Spreng.
ชื่อสามัญ: Gac fruit, Baby Jackfruit, Cochinchin Gourd, Spiny Bitter Gourd, Sweet Gourd
วงศ์: Cucurbitaceae (วงศ์แตง)
ถิ่นกำเนิด: จีนตอนใต้, พม่า, ไทย, ลาว, กัมพูชา, เวียดนาม, มาเลเซีย, บังกลาเทศ, และฟิลิปปินส์
ฟักข้าวนั้น แม้จะเป็นไม้เถาเลื้อย เช่น พืชตระกูลแตงทั่วไป แต่มีขนาดใหญ่ ชอบพันต้นไม้ใหญ่ และมีอายุยืนยาวได้ถึง 50 ปี ฟักข้าวออกดอกในช่วงเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม และสามารถเก็บผลได้ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม – กุมภาพันธ์
ประโยชน์ของฟักข้าว มีอะไรบ้าง?

ฟักข้าวเป็นพืชริมรั้ว ที่สามารถพบเห็นได้ตามชนบททั่วไป สำหรับหลายคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นหน้าคุ้นตากันแต่รู้ไหมว่า ประโยชน์ของพืชชนิดนี้ มีสรรพคุณดี ๆ มากมาย โดยเฉพาะในด้านของสุขภาพ ดังนี้
- บำรุงผิว ปกป้องผิวจากแสงแดดในฟักข้าวมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง จึงช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกทำลาย ปกป้องผิวจากแสงแดด ชะลอการเกิดริ้วรอย ทำให้ดูอ่อนเยาว์กว่าวัย แก้ปัญหาผิวแห้งกร้าน และบำรุงผิวพรรณให้เนียนนุ่ม ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวบางยี่ห้อ จึงได้นำเอาสารสกัดจากฟักข้าวไปใช้เป็นส่วนผสมในการบำรุงผิวนั่นเอง
- ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อเอดส์ จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดล เกี่ยวกับสรรพคุณของเมล็ดฟักข้าว พบว่า มีโปรตีนที่มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเชื้อเอชไอวี และโรคเอดส์ได้ นอกจากนี้ เมล็ดแก่ของฟักข้าว ยังมีโปรตีนมอมอร์โคชิน-เอส และโคลชิซีน-บี ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของไรโบโซม (Ribosome) ซึ่งเป็นแหล่งผลิตกรดอะมิโน และต้านการเจริญของเซลล์มะเร็งหลายชนิดในหลอดทดลองได้ ซึ่งอาจนำไปใช้พัฒนาเป็นเภสัชภัณฑ์ได้ในวันข้างหน้า
- บำรุงสายตา ฟักข้าวมีสารอาหารที่ช่วยบำรุงสายตา ปกป้องดวงตาจากโรคต้อกระจก ป้องกันประสาทตาเสื่อม และป้องกันการมองไม่เห็นในตอนกลางคืน
- ป้องกันมะเร็งได้หลายชนิด ฟักข้าวอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และมีสารไลโคปีน (Lycopene) สูง ซึ่งไลโคปีน ที่มีในเยื่อหุ้มเมล็ดของฟักข้าวเป็นดั่งสารต้านมะเร็ง มีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระสูง และมีคุณสมบัติช่วยเสริมสร้างระบบภูมิต้านทานโรคให้แข็งแรง ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคมะเร็งต่าง ๆ เช่น มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งต่อมลูกหมาก
- ป้องกันโรคหัวใจ การรับประทานฟักข้าว จะช่วยลดความเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจได้ เพราะฟักข้าวมีสรรพคุณในการบำรุงหัวใจให้แข็งแรง และลดไขมัน คอเลสเตอรอล ในเส้นเลือด จึงป้องกันภาวะไขมันอุดตันในเส้นเลือด หรือภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบได้เป็นอย่างดี
- ลดความเสี่ยงอัมพฤกษ์และอัมพาต ฟักข้าวจะช่วยลดความเสี่ยงการเป็นอัมพฤกษ์ และอัมพาตได้ เพราะมีสรรพคุณในการป้องกันเส้นเลือดในสมองแตก ดังนั้น ใครที่มีภาะวะความเครียดอยู่บ่อย ๆ มีความวิตกกังวลง่าย หรือมีความเสี่ยงต่อภาวะเส้นเลือดในสมองแตก จึงควรรับประทานฟักข้าวเป็นประจำ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้น
- ช่วยฟื้นฟูร่างกายให้เร็วขึ้น ในผู้ป่วย ผู้ที่เข้ารับการผ่าตัด หรือผู้ที่ออกกำลังกายอย่างหนักหน่วงเป็นประจำ การรับประทานฟักข้าว จะทำให้ร่างกายสามารถฟื้นฟูได้เร็วขึ้น เพราะฟักข้าวอุดมไปด้วยสารอาหารและวิตามิน ที่จะช่วยซ่อมแซมร่างกายในส่วนที่สึกหรอได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้สูงขึ้น จึงสามารถฟื้นฟูร่างกายได้ดีนั่นเอง
- รักษาโรคเบาหวาน ฟักข้าวมีส่วนช่วยในการลดระดับน้ำตาลในเลือดให้น้อยลงได้ พร้อมควบคุมไม่ให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นเกินไป ซึ่งส่วนของฟักข้าว ที่นำมาใช้รักษาเบาหวาน คือ ส่วนที่เป็นผลอ่อนนั่นเอง
นอกจากนี้ จากการศึกษาวิจัยของมหาวิทยาลัยฮานอยยังพบว่า น้ำมันจากเมล็ดฟักข้าว มีคุณสมบัติช่วยรักษาโรคมะเร็งตับได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย
ข้อควรระวังในการทานฟักข้าว
- ผู้ที่แพ้ง่าย ควรเลี่ยงรับประทาน หากคุณเป็นคนที่มีอาการแพ้ง่าย ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานฟักข้าว เนื่องจากฟักข้าวมีสารก่อภูมิแพ้ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อ ยาง หรือแม้กระทั่งเกสร ก็อาจส่งผลทำให้อาการแพ้กำเริบได้
- หลีกเลี่ยงการรับประทานเมล็ดฟักข้าวแบบดิบ หากรับประทานเข้าไป เมล็ดจะส่งผลกระตุ้นต่อระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานผิดปกติ ยกเว้นแต่ทำให้สุกแล้ว จึงสามารถรับประทานได้
- อาจส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด เนื่องจากปัจจุบัน ยังมีงานวิจัยที่รอการศึกษาเกี่ยวกับฟักข้าวที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือดในร่างกาย หากรับประทานมากจนเกินไป ดังนั้น การรับประทานในปริมาณที่พอดี ไม่มากเกินไปนับว่ากำลังเหมาะสมต่อร่างกายที่สุด
ลักษณะของผลฟักข้าว
ฟักข้าวเป็นพืชที่มีหน้าตาแปลก และโดดเด่นแตกต่างจากพืชผลทั่วไป มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน พม่า ไทย ลาว บังกลาเทศ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ โดยผลของฟักข้าวจะมีด้วยกัน 2 ลักษณะ คือ
- ผลทรงกลม มีความยาวประมาณ 4-6 เซนติเมตร
- ผลทรงรี มีความยาวประมาณ 6-10 เซนติเมตร
ในช่วงที่ผลยังอ่อน สีผลจะยังเป็นสีเขียวอมเหลือง มีหนามถี่ ๆ ขึ้นโดยรอบผล แต่เมื่อผลสุกแล้ว สังเกตว่า ตัวผลจะมีสีแดง หรือสีแดงอมส้ม เมื่อผ่าออกดู จะพบเมล็ดจำนวนมากเรียงกันคล้ายเมล็ดแตง ซึ่งแต่ละผลจะมีน้ำหนักแตกต่างกันไป คือ ประมาณ 0.5-2 กิโลกรัม
คุณค่าทางโภชนาการของฟักข้าว
ฟักข้าวอ่อน 100 กรัม ประกอบไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ดังนี้
- ใยอาหาร 1.03 กรัม
- น้ำตาล 1.8 กรัม
- โปรตีน 0.94 กรัม
- วิตามินซี 0.04 มิลลิกรัม
- บีตา แคโรทีน (Beta Carotene) 91 กรัม
- แคลเซียม 23 มิลลิกรัม
- ธาตุเหล็ก 0.34 มิลลิกรัม
วิธีปลูกฟักข้าว ทำได้อย่างไร?
ฟักข้าวสามารถขยายพันธุ์ โดยใช้เมล็ด หรือแยกรากปลูกในพื้นที่ชุ่มน้ำ เนื่องจากเป็นไม้เถา ที่ค่อนข้างต้องการน้ำมาก ฟักข้าวจะเริ่มมีดอก หลังจากปลูกไปได้แล้วประมาณ 2-3 เดือน ดอกจะเริ่มออกในราวเดือนพฤษภาคม และให้ดอกจนถึงราวเดือนสิงหาคม ผลสุกใช้เวลาโดยประมาณ 20 วัน เก็บเกี่ยวผลได้ในช่วงเดือน กรกฎาคม – กุมภาพันธ์ และใน 1 ฤดูกาล จะเก็บเกี่ยวสามารถได้ผลมากถึง 30-60 ผล


วิธีการเพาะเมล็ดฟักข้าว
- 1
แช่น้ำทิ้งไว้เลย 1 คืน ขึ้นไป เมล็ดจะอิ่มน้ำ หรือจะใช้วิธีกะเทาะเปลือกแข็ง ๆ ออก เพื่อช่วยให้เมล็ดงอกได้ง่ายและเร็วขึ้น เพราะเปลือกฟักข้าว จะแข็งมาก โดยจะเอาเมล็ดฟักข้าวมาแช่น้ำยาเร่งรากก่อน หรือแช่ในน้ำขี้หมูแทนก็ได้ ถ้าหากไม่มีน้ำยาเร่งราก แช่ไว้ประมาณ 20-45 นาที
- 2
ใส่เมล็ดลงบนดินเพาะปลูกที่โปร่งเปียกชุ่ม แต่ไม่แฉะ โดยใช้ดินมาทับเมล็ดประมาณ 2-3 เซนติเมตร
- 3
ควรรดน้ำตลอด ไม่ปล่อยให้ดินแห้ง แต่ระวังไม่ให้แฉะ เทคนิค คือ ดินเพราะควรระบายน้ำดี ป้องกันการเน่าได้
- 4
พอเมล็ดแตกใบจริงออกมาสัก 4 ใบ ก็เอาไปปลูกลงแปลงได้
วิธีแยกราก ปักชำ หรือทับเถาว์
วิธีนี้จะสามารถเลือกได้ว่า อยากได้ต้นฟักข้าวตัวผู้ หรือตัวเมีย ซึ่งผลที่ได้ คือ เรากำหนดเพศได้ ฟักข้าวออกดอกติดผลเร็ว ไม่ต้องรอนาน ทำง่าย ๆ ถ้าอยากได้เพศไหนก็นำเถาว์ของต้นเพศนั้นมาชำ ด้วยเถาว์ หรือยอดก็ได้ หรือจะทับเถาว์ก็เลือกได้เช่นกัน ยิ่งถ้าแยกราก จะทำได้เร็วกว่า แต่จะมีผลกระทบต่อต้นพรรณเล็กน้อย หรือถ้าไม่ระวัง ต้นพรรณอาจตายได้ ทุกครั้งก่อนเอาเมล็ด หรือต้นที่ได้มาจากการชำ หรือวิธีใดก็แล้วแต่ปลูกลงดิน ควรแช่น้ำยาเร่งรากก่อน และอย่าลืมเอาปูนข้าวหว่าน เพื่อปรับสภาพดินเตรียมดินก่อน
วิธีปักชำและทับเถา/แยกราก จะช่วยให้เราสามารถ เลือกเพศต้นฟักข้าวได้ (ถ้าตัดมาจากต้นที่รู้เพศแล้ว) ซึ่งสำคัญมากเพราะฟักข้าวมีทั้งต้นเพศผู้และเพศเมียค่ะ
เป็นยังไงกันบ้างคะ? หวังว่าเพื่อน ๆ จะรู้จักและรัก ฟักข้าว มากขึ้นเหมือนที่เรารู้สึกนะคะ! จากที่เคยเป็นแค่พืชข้างรั้ว แต่ตอนนี้เราก็รู้แล้วว่ามันคือแหล่งรวมของสารอาหารชั้นดี แถมยังเป็นพืชที่ปลูกง่าย ดูแลไม่ยาก ให้ผลผลิตเยอะ คุ้มค่าแก่การมีไว้ติดบ้านจริง ๆ ค่ะ ใครที่อ่านจบแล้วรู้สึกคันไม้คันมืออยากจะเริ่มปลูก หรืออยากจะลองหาฟักข้าวมาทำอาหารเพื่อสุขภาพดูบ้าง อย่ารอช้านะคะ เริ่มปลูกเลย!!
ขอบคุณข้อมูลจาก
- Gac (Momordica cochinchinensis Spreng.) fruit and its potentiality and superiority in – health benefits, (www.medsci.com), December 2018
- Ng TB et al., Proteins with abortifacient, ribosome inactivating, immunomodulatory, antitumor and anti-AIDS activities from Cucurbitaceae plants., (www.ncbi.nlm.nih.gov), July 1992
- Gac (https://www.caasn.com/gac.html)



