รู้จัก "สละ" ผลไม้เขตร้อน พร้อมคุณประโยชน์มากถึง 20 ข้อ

รู้จัก “สละ” ผลไม้เขตร้อน คุณประโยชน์ถึง 20 ข้อ พร้อมวิธีปลูก

By Published On: กันยายน 24th, 2025

สละ (Salak) คือ ผลไม้ที่มีรสหวานอมเปรี้ยว คล้ายระกำ แต่จะแยกออกได้อย่างไร แล้วมีวิธีการเก็บรักษายังไงให้ได้นาน และประโยชน์ของมัน มีอะไรบ้าง บทความนี้เรามีทุกเรื่องเกี่ยวกับสละมาบอกทุกคน ครบจบในที่เดียว!

ประโยชน์ของสละ

สละ มีประโยชน์มากกว่าที่คิด เรารวบรวมมาให้แล้ว 20 ข้อ ดังนี้ค่ะ

  1. มีเบต้าแคโรทีน ช่วยในการบำรุงสายตา
  2. มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
  3. ช่วยป้องกันอาการหวัด บรรเทาอาการไอ
  4. ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
  5. สละมีวิตามินซีสูง ช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟัน
  6. มีโพแทสเซียม ช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมอง
  7. ช่วยในการระบาย ทำให้ขับถ่ายง่ายขึ้น
  8. สามารถนำมาแปรรูปเป็นน้ำผลไม้ หรือขนมหวานต่าง ๆ ได้
  9. ยอดอ่อนของสละ นำมาปรุงอาหาร หรือนำมารับประทานเป็นผักสดได้
  10. ใบของสละ สามารถนำมาห่ออาหาร หรือมุงเป็นหลังคา ทำร่ม และรั้วบ้านได้
  11. แก้อาการกระหายน้ำและเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับร่างกาย
  12. ป้องกันอาการตาบอดตอนกลางคืน
  13. บำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง (แคลเซียมและฟอสฟอรัส)[read]
  14. ช่วยบำรุงเลือด ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด
  15. เนื้อสละสามารถใช้เป็นยาขับเสมหะได้
  16. ช่วยย่อยอาหาร ลดกรดในกระเพาะ ป้องกันอาการท้องผูก
  17. หากนำใบของต้นสละมาทำเป็นชาผสมกับน้ำผึ้ง สามารถใช้รักษาและบรรเทาอาการโรคริดสีดวงได้
  18. อุดมไปด้วยสารอาหารที่ดีสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก ไม่ว่าจะเป็นไฟเบอร์ แทนนิน หรือวิตามินซี เนื่องจากช่วยให้อยู่ท้องไม่รับประทานจุบจิบ
  19. ช่วยบำรุงสมอง ในส่วนของความจำ เพราะในสละมีโพแทสเซียมและสารเพคตินสูง
  20. วิตามินเอในสละ ช่วยลดอาการอักเสบภายในร่างกายที่เกิดมาจากภาวะน้ำตาลในเลือดสูง
สละ (Salak)

สละ (Salak)

สละ (Salak)
สละ (Salak)

ชื่อวิทยาศาสตร์: Salacca zalacca

ชื่อสามัญ: Salak, Zalacca

วงศ์: Arecaceae

ถิ่นกำเนิด: ทวีปเอเชีย

สละ เป็นพืชพื้นเมืองของประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีมากกว่า 30 สายพันธุ์ โดยพันธุ์ที่นิยมรับประทานมากที่สุด คือ สละอินโด หรือสละพันธุ์ปนโดะห์ (Salak pondoh) จากเมืองยอร์กยาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เนื่องจากมีรสหวาน กลิ่นหอมน่ารับประทาน และสละพันธุ์บาหลี (Salak Bali) จากเกาะบาหลี ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว มีรสชาติอมเปรี้ยว เนื้อเยอะ

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของสละ

  • ลำต้น: เป็นแกนที่หุ้มด้วยกาบใบ เป็นข้อๆ ลำต้นสูงประมาณ 3 – 7 เมตร
  • ใบ: ใบเป็นใบประกอบ มีใบย่อยแตกออกจากก้านใบ ลักษณะคล้ายใบมะพร้าว
  • ดอก: สละออกผลเป็นทะลายเรียกว่า “คาน” ซึ่งในแต่ละคานจะมีทะลายย่อยเรียกว่า “กระปุก”
  • ผล: มีลักษณะเป็นรูปทรงยาวรี ผลอ่อนสีน้ำตาล ผลแก่มีสีแดงอมน้ำตาล เปลือกผลเป็นเกล็ดซ้อนกัน มีขนสั้นแข็งคล้ายหนาม

ข้อมูลโภชนาการของสละ

คุณค่าทางโภชนาการของสละ ข้อมูลโภชนาการ ปริมาณต่อ 100 กรัม

สารอาหารปริมาณหน่วย
แคลอรี (kcal)67แคลอรี
น้ำ80.6กรัม
โปรตีน0.4กรัม
ไขมันทั้งหมด0.10กรัม
คาร์โบไฮเดรต14.70กรัม
น้ำตาล13.40กรัม
เส้นใยอาหาร3.2กรัม
เถ้า1.00กรัม
ไอโอดีน0.88มิลลิกรัม
เบต้าแคโรทีน38 มิลลิกรัม
วิตามินเอทั้งหมด3 มิลลิกรัม
วิตามินบี0.03 มิลลิกรัม

แหล่งข้อมูลประกอบ: สำนักโภชนาการกรมอนามัย

สละ VS ระกำ ต่างกันอย่างไร?

ความแตกต่างของสละและระกำ

สละ ผลจะมีสีคล้ำออกน้ำตาล หนามที่เปลือกไม่แข็งเท่าระกำ มีผลยาวกว่า เนื้อเยอะกว่า เนื้อเป็นสีเหลืองอ่อน ผลมี 1 – 2 กลีบ เมล็ดเล็กกว่าระกำ และมีรสชาติที่หวานกว่า การแกะรับประทานก็ค่อนข้างง่าย รวมถึงลักษณะของต้นสละทางใบจะสั้นกว่าต้นระกำ ลำต้นก็เตี้ยกว่า (ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละสายพันธุ์)

ระกำ จะออกเป็นทะลาย ลูกป้อม ๆ กลม ๆอ้วน ๆ เปลือกหุ้มผลเป็นเกล็ดสีน้ำตาลหรือดำ ถ้าแก่ผลจะเป็นสีแดง หนึ่งผลจะมีกลีบ 2 – 3 กลีบ เนื้อน้อย มีสีเหลืองอมส้ม มีรสเปรี้ยวมาก เมล็ดใหญ่ หนามเยอะและยาวกว่าหนามกว่าสละ

ปอกสละ

สละที่แกะแล้วสามารถเก็บไว้ได้กี่วัน?

  • หากไม่ได้นำใส่ตู้เย็น ควรบรรจุใส่ภาชนะโปร่ง ระบายอากาศได้ดี แล้ววางไว้ในบริเวณที่อากาศถ่ายเท ไม่ร้อนอบอ้าว จะทำให้สละอยู่ได้นานยิ่งขึ้น
  • เก็บแบบแช่เย็น ควรอยู่ในอุณหภูมิที่ประมาณ 15 องศาเซลเซียส จะสามารถอยู่ได้นานถึง 28 วัน และเมื่อนำออกมาจากตู้เย็นก็ยังคงคุณภาพได้อีกถึง 3 วัน
สละที่แกะแล้ว เก็บแบบแช่เย็น ในอุณหภูมิประมาณ 15 องศาเซลเซียส จะสามารถอยู่ได้นานถึง 28 วัน

สายพันธุ์ของสละ

วันนี้เราได้คัดเลือกสายพันธุ์สละ ที่นิยมปลูกในไทยมาให้นักอ่านทุกท่านได้ดูกัน ดังนี้ค่ะ

สละเนินวง

ผลหัวท้ายของสละ เรียว สีส้มอมน้ำตาล มีหนามยาว ผลดิบรสฝาด ส่วนผลสุกมีรสหวานหอม

สละเนินวง

สละหม้อ

ผลสละ ค่อนข้างยาว ปลายแหลมเป็นจะงอย และเปลือกมีสีแดงเข้ม

สละหม้อ

สละสุมาลี

เป็นอีกสายพันธุ์ของสละ ที่นิยมปลูกทั่วไป ผิวใบหยิกย่น เติบโตได้ดีในอากาศหนาวเย็น มีรสชาติหวานกรอบ มีกลิ่นเฉพาะตัว

สละสุมาลี

วิธีการปลูกต้นสละ

สละ โดยทั่วไปสามารถปลูกได้ดีเกือบทุกสภาพพื้นที่ แต่พื้นที่ที่เหมาะสมนั้น ความลาด เอียง ไม่ควรเกิน 15% ไม่มีน้ำท่วมขัง ลักษณะดินควรเป็นดินร่วนปนทรายหรือดินร่วนปนเหนียวที่ มีความอุดมสมบูรณ์สูง ระบายน้ำดี มีชั้นดินลึกไม่น้อยกว่า 1 เมตร

สละ (Salak)
สละ (Salak)
  • ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมดินปลูก

    ขุดหลุมปลูกให้มีขนาดกว้าง ยาว ลึก ประมาณ 30 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยหิน ฟอสเฟต อัตรา 500 กรัมต่อหลุม

  • ขั้นตอนที่ 2 ปลูกต้นสละ

    วางต้นพันธุ์แล้วกลบดินจนอยู่ในระดับเดียวกับผิวดิน และควรเอาดิน กลบโคนต้นปีละ 1 ครั้ง

  • ขั้นตอนที่ 3 การดูแล

    การดูแลรักษาสละในระยะก่อนให้ผลผลิต (อายุ 1 – 3 ปี)

    • สวนสละต้องมีการป้องกันลมโดยทําฉากป้องกันลม หรือปลูกไม้บังลมรอบแปลง
    • ให้น้ำอย่างสม่ำเสมอประมาณ 100 – 118 ลิตร/กอ/วัน สําหรับระยะปลูก 6×6 เมตร
    • ไม่ควรตัดแต่งทางใบมากนักนอกจากทางใบที่แก่หมดสภาพแล้วเท่านั้น หากทางใบโน้ม กีดขวางการทํางานควรใช้เชือกไนลอนผูกรวบไว้ ทางใบที่ตัดแล้วควรนําไปปูคลุมรอบโคนต้นโดย คว่ำด้านหนามลงดิน หรือบดละเอียดด้วยเครื่องบดทางสละเพื่อเป็นปุ๋ยหมักต่อไป
  • ขั้นตอนที่ 4 การให้ปุ๋ย

    • ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 อัตรา 2-5 กิโลกรัม/กอ/ปี แบ่งใส่ 2 – 4 ครั้ง/ปี
    • ปุ๋ยคอก อัตรา 10-20 กิโลกรัม/กอ/ปี แบ่งใส่ 2 ครั้ง/ปี
  • ขั้นตอนที่ 5 การให้น้ำ

    • ให้น้ำอย่างสม่ำเสมอประมาณ 100 – 118 ลิตร/กอ/วัน สําหรับระยะปลูก 6×6 เมตร
  • ขั้นตอนที่ 6 การเก็บเกี่ยว

    • ควรเก็บเกี่ยวเมื่อผลสละมีอายุประมาณ 37 สัปดาห์หลังดอกบาน (ประมาณ 9 เดือน) จะได้ ผลที่มีรสหวานอมเปรี้ยว โดยสังเกตจากสีเปลือก จะเปลี่ยนจากสีน้ำตาลดําเป็นสีน้ำตาลแดง บีบผลแล้วรู้สึกว่านิ่ม สามารถหลุดจากขั้วได้ง่าย
    • ใช้กรรไกรหรือมีดมีคมตัดกระปุกสละทีละกระปุกวางในเข่งหรือตะกร้าพลาสติก อย่างระมัดระวัง

จบไปแล้วกับเรื่องราวของ สละ หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับคุณผู้อ่านทุกคนนะคะ🥰

แชร์บทความนี้

แสดงความคิดเห็น