รู้จักดินเปรี้ยว ดินเค็ม คืออะไร? พร้อมวิธีแก้ปัญหาอย่างถูกต้อง

รู้จักดินเปรี้ยว ดินเค็ม คืออะไร? พร้อมวิธีแก้ปัญหาอย่างถูกต้อง

By Published On: ธันวาคม 9th, 2025

ดินคือหัวใจของการทำเกษตร แต่เกษตรกรจำนวนมากยังต้องรับมือกับปัญหา ดินเปรี้ยว และ ดินเค็ม ซึ่งทำให้พืชโตช้า ผลผลิตลดลง และเพิ่มต้นทุนโดยไม่จำเป็น การรู้ว่าดินสองแบบนี้คืออะไร เกิดจากอะไร และแก้อย่างไร ถือเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูพื้นที่เพาะปลูกให้กลับมาอุดมสมบูรณ์

บทความนี้จะพาไปรู้จักลักษณะของดินเปรี้ยว–ดินเค็ม พร้อมวิธีปรับปรุงดินที่ทำได้จริงในพื้นที่ของคุณ

ความเป็นกรด เป็นด่างของดิน

ค่า pH พีเอชของดิน (ความเป็นกรด-ด่าง) เป็นปัจจัยที่สำคัญมากในการปลูกพืชให้มีคุณภาพ พืชส่วนใหญ่ไม่สามารถอยู่รอดได้ในดินที่เป็นกรดหรือด่างมากเกินไป ดังนั้นการวัดค่า pH ที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ค่า pH มี ระดับ 1ถึง14 โดยมีค่ากลางคือ ระดับ 7 เป็นจุดตัดสิน ถ้าเอาดินไปตรวจ ได้ค่าpH “มากกว่า 7” จัดเป็นดินด่าง ถ้าได้ค่า pH “น้อยกว่า 7” จัดเป็นดินเปรี้ยว ยิ่งค่า pH ยิ่งน้อยดินก็ยิ่งเปรี้ยวมาก

ข้อมูลเบื้องต้นสำหรับระดับ pH ของดินที่เหมาะสมสำหรับพืช

1) ต้นแอปเปิ้ลค่า ph ที่เหมาะสม 5.0-6.5

2) ต้นชวนชมค่า ph ที่เหมาะสม 4.5-6.0

3) ต้นมะนาวค่า ph ที่เหมาะสม 6.0-7.5

4) ต้นม่วงค่า ph ที่เหมาะสม 6.0-7.5

5) ไม้สนแดงค่า ph ที่เหมาะสม 5.0-6.0

6) หน่อไม้ฝรั่งค่า ph ที่เหมาะสม 6.0-8.0

7) ถั่วเสาค่า ph ที่เหมาะสม 6.0-7.5

8) กะหล่ำปลีค่า ph ที่เหมาะสม 6.0-7.0

9) แครอทค่า ph ที่เหมาะสม 5.5-7.0

10) กะหล่ำดอกค่า ph ที่เหมาะสม 5.5-7.5

11) คื่นฉ่ายค่า ph ที่เหมาะสม 5.8-7.0

12) กุ้ยช่ายค่า ph ที่เหมาะสม 6.0-7.0

13) แตงกวาค่า ph ที่เหมาะสม 5.5-7.0

14) กระเทียมค่า ph ที่เหมาะสม 5.5-8.0

15) คะน้าค่า ph ที่เหมาะสม 6.0-7.5

16) ผักกาดหอมค่า ph ที่เหมาะสม 6.0-7.0

17) ถั่วหวานค่า ph ที่เหมาะสม 6.0-7.5

18) พริกหวานค่า ph ที่เหมาะสม 5.5-7.0

19) มันฝรั่งค่า ph ที่เหมาะสม 4.8-6.5

20) ฟักทองค่า ph ที่เหมาะสม 5.5-7.5

21) หัวไชเท้าค่า ph ที่เหมาะสม 6.0-7.0

22) มะเขือเทศค่า ph ที่เหมาะสม 5.5-7.5

ดินเปรี้ยว คือ อะไร

ดินเปรี้ยว คือ อะไร

ดินเปรี้ยว หรือที่ภาษาอังกฤษใช้คำว่า acid soil หมายถึงดินที่มีสภาพความเป็นกรดสูง ค่าความเป็นกรดด่าง หรือค่า pH จะไล่ตั้งแต่ 1 ไปจนถึง 14 ค่าที่เป็นกลางคือ 7 ถ้าค่า pH ต่ำกว่า 7 ถือว่าดินมีสภาพเป็นกรด และถ้าค่า pH ต่ำกว่า 4 แปลว่าดินมีสภาพเป็นกรดจัด หรือเปรี้ยวจัด ซึ่งหนังสือคำบัญญัติศัพท์ภูมิศาสตร์ฉบับราชบัณฑิตยสถานได้ให้ความหมายดินเปรี้ยวจัด ดินกรดจัด หรือดินกรดกำมะถันไว้ว่า acid sulfate soil ที่เรียกว่าดินเปรี้ยวนั้นเพราะว่าดินมีกรด sulfuric ปะปนอยู่ ซึ่งกรดที่ว่านี้มีรสเปรี้ยว แล้วสาเหตุที่ดินเปรี้ยวแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า acid soil ก็เพราะ acid นั้นแปลว่ากรด และ soil แปลว่าดิน ซึ่งเป็นดินชั้นบนสุดของพื้นผิวโลกที่พืชสามารถเจริญเติบโตได้นั่นเอง

วิธีแก้ ดินเปรี้ยว

  • การใช้วัสดุปูนทางการเกษตร ลดความรุนแรงของกรดในดิน วัสดุปูนที่นิยม ได้แก่ ปูนขาว ปูนโดโลไมท์ ซึ่งมีทั้งแคลเซียมและแมกนีเซียมเป็นองค์ประกอบ อัตราปูนที่ใช้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของกรดในดิน โดยทั่วไปใช้ปูนโดโลไมท์อัตรา 300-500 กิโลกรัมต่อไร่

วิธีแก้ดินเปรี้ยว ในที่ดอนที่ระดับลึกมากกว่า 15 เซนติเมตร ซึ่งดินเป็นกรดจัดจนรากไม่สามารถแผ่ขยายลงไปได้ การใช้วัสดุปูนไม่ได้ผล เนื่องจากวัสดุปูนมีการละลายและเคลื่อนลงไปในดินด้านล่างได้น้อย จึงต้องใช้วัสดุอื่น ๆ เช่น ยิปซัม หรือฟอสโฟยิปซัมที่มีคุณสมบัติในการละลายและสามารถแทรกซึมลงไปในดินล่าง อัตรายิปซัมที่ใช้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของกรดในดิน

  • การใส่อินทรีย์วัตถุ ได้แก่ ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ปุ๋ยพืชสด ช่วยเพิ่มการดูดซับธาตุอาหารพืชในดิน ลดการสูญเสียธาตุอาหารจากการถูกชะล้าง และอินทรีย์วัตถุยังช่วยลดความเป็นพิษของเหล็ก และอลูมิเนียมในดินด้วย
  • เพิ่มธาตุอาหาร การใส่ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ปุ๋ยพืชสด ร่วมกับปุ๋ยเคมี ทั้งปุ๋ยไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ตามชนิดและปริมาณที่เหมาะสมกับพืชที่ปลูก และฉีดพ่นด้วยฮอร์โมน หรือน้ำหมักชีวภาพ (จากสารเร่งซุปเปอร์ พด. 2)
  • การคลุมดิน ใช้วัสดุคลุมดิน เศษพืชหรือปลูกพืชตระกูลถั่วคลุมดิน เป็นการรักษาหน้าดิน ป้องกันการชะละลายหน้าดิน รักษาความชื้นในดิน และเพิ่มอินทรีย์วัตถุให้กับดิน
  • เลือกชนิดพืชและพันธุ์พืชที่ชอบดินกรดมาปลูก ดินกรดที่ได้รับการปรับปรุงแก้ไขแล้วสามารถปลูกพืชได้เกือบทุกชนิด แต่ต้องการมีการจัดการน้ำและธาตุอาหารพืชให้เหมาะสม เกษตรกรความรู้ช่วงเป็นกรดเป็นด่างของดินที่เหมาะสมสำหรับพืแต่ละชนิดเพื่อจะได้แก้ไขความเป็นกรดของดินให้อยู่ในช่วงพอดีกับความต้องการของพืชชนิดนั้น ๆ
    พืชหลายชนิดสามารถทนทานและเจริญเติบโตได้ดีในดินกรด เช่น ข้าว แตงโม ข้าวโพด ข้าวฟ่าง อ้อย เป็นต้น
  • เลือกใช้ระบบการปลูกพืชที่เหมาะสม เลือกระบบการปลูกพืชที่มีระบบรากลึกสลับกับรากตื้นเพื่อเป็นการนำเอาอาหารที่ถูกชะละลายลงในดินล่างมาใช้ปลูกพืชหมุนเวียนชนิดต่าง ๆ สลับกับพืชตระกูลถั่ว และการปลูกหญ้าแฝกล้อมรอบไม้ผล เพื่อดักเก็บตะกอนและรักษาความชื้นในดินบริเวณรอบ ๆ ต้นไม้

ดินเค็ม คือ อะไร

ดินเค็ม คือ อะไร

ดินเค็ม (saline soil) หมายถึงดินที่มีปริมาณเกลือที่ละลายอยู่ในสารละลายดินมากเกินไปจนมีผล กระทบต่อการเจริญเติบโตและผลิตผลของพืช เนื่องจากทำให้พืชเกิดอาการขาดน้ำ และมีการสะสมไอออนที่เป็นพิษในพืชมากเกินไปนอกจากนี้ยังทำให้เกิดความไม่สมดุลของธาตุอาหารพืชด้วย

ปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ดินเค็มก็คือ ทำให้ไม่สามารถปลูกพืชได้หรือได้ผลผลิตต่ำ พืชบางชนิดที่ไปได้ก็จะมีลักษณะบางอย่างเปลี่ยนแปลงไป เช่น ใบสีเข้มขึ้น มีสารพวกไขเคลือบหนาขึ้น พืชบางชนิดใบไหม้ ต้นข้าวในแปลงดินเค็มจะมีการเจริญเติบโตไม่สม่ำเสมอ ต้นแคระแกร็นไม่แตกกอ ใบแสดงอาการเป็นขีดขาว แล้วไหม้ตายในที่สุด อันตรายของความเค็มที่มีต่อพืชโดยตรง คือลดการดูดน้ำของพืช เพราะมีการเพิ่ม Osmotic pressure ของสารละลายในดินทำให้พืชแสดงอาการขาดน้ำ ทำให้เกิดความไม่สมดุลของธาตุอาหาร เนื่องจากมีโซเดียม โบรอนคลอไรด์มากเกินไป ทำให้ธาตุบางชนิดเป็นพิษแก่พืช

วิธีแก้ดินเค็ม

  • หาวัสดุปรับปรุงดินบางชนิดมาใช้ เช่น ปูนขาว ยิปซัม แกลบ
  • ใช้วัสดุคลุมดิน หรือพืชคลุมดิน ไม่ปล่อยให้หน้าดินว่าง
  • จัดระบบการปลูกพืชให้เหมาะสม ควรปลูกพืชมากกว่า 1 ชนิด โดยปลูกให้เหมาะสมกับช่วงฝน

การแก้ไขดินเปรี้ยวด้วยปูนขาว

ปูนขาว เป็นวัสดุสำคัญที่เกษตรกรนิยมใช้ในการปรับปรุงดินเปรี้ยว (ดินที่เป็นกรดสูง) ให้มีค่า pH เป็นกลาง หรือเป็นด่างมากขึ้น ซึ่งเป็นสภาพที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช

ทำไมต้องใช้ปูนขาวปรับปรุงดิน?

  • แก้ปัญหาดินเป็นกรด: ดินที่เป็นกรดสูง มักเกิดจากการใช้สารเคมีและการปลูกพืชชนิดเดียวซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน ทำให้พืชขาดธาตุอาหารสำคัญ เช่น แคลเซียม และ ฟอสฟอรัส ส่งผลให้พืช แคระแกรน และผลผลิตลดลง

  • เพิ่มธาตุอาหาร: การคลุกเคล้าปูนขาวลงในดินจะช่วย เพิ่มแคลเซียม และช่วยให้พืชสามารถ ดูดซับน้ำและปุ๋ย ได้ดีขึ้น ทำให้พืชเจริญเติบโตได้เต็มที่

หลักการและวิธีการใช้งานปูนขาว

  1. การปรับปรุงดิน:

    • วิธีใช้: คลุกปูนขาวให้ทั่วพื้นที่เพาะปลูก โดยใช้การไถดะและโรยผงปูนขาวลงไป

    • อัตรา: ประมาณ 1-2 ตันต่อไร่ (ขึ้นอยู่กับระดับความเป็นกรดของดิน)

    • การพักดิน: หลังโรยปูนขาวแล้ว รดน้ำให้ชุ่ม และควร หมักทิ้งไว้อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อให้ปูนทำปฏิกิริยาลดค่าความเป็นกรดในดิน

  2. การใช้งานอื่น ๆ:

    • ปรับสภาพน้ำ: ใช้โรยที่ก้นบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ เช่น บ่อกุ้ง บ่อปลา เพื่อปรับค่า pH ของน้ำและดินในบ่อ

    • ฆ่าเชื้อโรค: ใช้ผงปูนขาวโรยบนแปลงผัก โรงเรือนเลี้ยงสัตว์ หรือในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อ กำจัดและยับยั้งเชื้อโรค

    • ปรับปรุงโครงสร้างดิน: ช่วย เพิ่มความร่วนซุย และ ความโปร่งของดิน

และนอกจากปูนขาว (ซึ่งให้ผลไวที่สุด) เกษตรกรยังสามารถเลือกใช้ปูนชนิดอื่นที่มีวัตถุประสงค์เดียวกันได้ โดยพิจารณาตามชนิดพืชและพื้นที่เพาะปลูก

ปูนโดโลไมต์: ใช้กับต้น ปาล์ม เพื่อเพิ่ม แมกนีเซียม

ปูน/ดินมาร์ล: เหมาะสำหรับ แปลงนา และ แปลงผัก ในพื้นที่ลุ่ม

หินปูนบด: เหมาะสำหรับ ไม้ผล (เช่น ในพื้นที่ภาคใต้)

สรุปแล้ว ดินเปรี้ยวและดินเค็ม ล้วนเป็นปัญหาดินที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของพืช แต่สามารถแก้ไขได้หากเข้าใจสาเหตุและเลือกวิธีปรับปรุงดินให้เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการปรับ pH การระบายน้ำ การเติมอินทรียวัตถุ หรือการชะล้างเกลืออย่างถูกวิธี เมื่อจัดการได้อย่างเหมาะสม พื้นที่เพาะปลูกก็จะกลับมาอุดมสมบูรณ์และพร้อมต่อการทำเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง

นักเขียนคอนเทนต์เกษตรเชิงวิเคราะห์ ผู้รวบรวมเทคนิคการเพาะปลูกจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้และประสบการณ์จริง เพื่อส่งต่อความรู้ที่ถูกต้อง แม่นยำ และนำไปใช้งานได้ทันที

แชร์บทความนี้

แสดงความคิดเห็น