
ข้าวโพดอ่อน อร่อย ทานง่าย อุดมสารอาหาร พร้อมวิธีเลือกซื้อ
ทำความรู้จัก ข้าวโพดอ่อน

ลักษณะของข้าวโพดอ่อน
ข้าวโพดอ่อน (Baby Corn) เป็นข้าวโพดที่ปลูกเพื่อเก็บฝักอ่อน มีลักษณะคล้ายข้าวโพดทั่วไป แต่ต้นเตี้ยกว่าและฝักขนาดเล็กกว่า โคนฝักมีจุกสีขาว สีฝักเหลืองอ่อน โดยจะเก็บเกี่ยวในช่วงที่ยังไม่ผสมเกสรและเมล็ดยังไม่พัฒนา ทำให้ได้ฝักอ่อนที่ กรอบ นุ่ม หวานอ่อนตามธรรมชาติ
ข้าวโพดอ่อนสามารถนำไปปรุงอาหารได้หลากหลาย เช่น ต้มกินกับชาบู กินสดเป็นผักเคียง ทำสลัด ผัดผักรวม แกงเลียง แกงแค หรือราดหน้า แม้จะอุดมด้วยประโยชน์ แต่ควรกินร่วมกับผักและโปรตีนอื่น ๆ เพื่อให้ได้รับสารอาหารครบถ้วนยิ่งขึ้น
วิธีเก็บเกี่ยวข้าวโพดอ่อน
การเก็บเกี่ยวข้าวโพดอ่อนควรทำเมื่อฝักยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ เพื่อรักษาความกรอบและรสชาติที่ดีที่สุด โดยทั่วไปสามารถเก็บเกี่ยวได้ประมาณ 43-54 วันหลังปลูก หรือ 3-5 วันหลังดึงช่อดอกตัวผู้ การเก็บในช่วงเวลาที่เหมาะสมจะช่วยให้ฝักกรอบและมีรสหวานตามธรรมชาติ
คุณค่าทางโภชนาการ ข้าวโพดอ่อน (ต่อ 100 กรัม)
| สารอาหาร | ปริมาณ (ต่อ 100 กรัม) |
| พลังงาน | ประมาณ 22.4 – 37 กิโลแคลอรี่ |
| คาร์โบไฮเดรต | ประมาณ 4.2 กรัม |
| โปรตีน | ประมาณ 0.7 – 2.3 กรัม |
| ไขมัน | ประมาณ 0.2 – 0.3 กรัม |
| ใยอาหาร | ประมาณ 0 – 0.2 กรัม |
| แคลเซียม | ประมาณ 4 – 28 มิลลิกรัม |
| ฟอสฟอรัส | ประมาณ 25 – 86 มิลลิกรัม |
| เหล็ก | ประมาณ 0.1 – 0.5 มิลลิกรัม |
| วิตามินซี | ประมาณ 11 – 23 มิลลิกรัม |
| เบต้า-แคโรทีน | ประมาณ 12 ไมโครกรัม |
ประโยชน์ของ ข้าวโพดอ่อน ต่อสุขภาพ

1. มีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย
ถึงแม้จะมีขนาดเล็ก แต่ข้าวโพดอ่อน ก็อุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามินและแร่ธาตุ เช่น วิตามิน B3 วิตามิน C แคลเซียม ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส เบต้าแคโรทีน ฯลฯ ทำให้เป็นผักที่ทานแล้วมีประโยชน์ต่อสุขภาพมาก ๆ
2. ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง
ในข้าวโพดอ่อน 100 กรัม จะมีแคลเซียมอยู่ 4 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 25 มิลลิกรัม ดังนั้น หากรับประทานในปริมาณที่เพียงพอ จะทำให้สุขภาพของเหงือกและฟันแข็งแรง และยังช่วยลดความเสี่ยงของผู้สูงอายุที่จะเป็นโรคกระดูกพรุนได้อีกด้วย
3. บำรุงผิวพรรณให้มีสุขภาพดี
ข้าวโพดอ่อนเป็นผักที่มีสีเหลือง จึงอุดมไปด้วยสารเบต้าแคโรทีน ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยชะลอความแก่ ลดเลือนริ้วรอยก่อนวัย และ ยังมีวิตามิน C ซึ่งช่วยให้ผิวขาว กระจ่างใส รวมถึงวิตามิน B3 ซึ่งช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้น เนียนนุ่ม ไม่แห้งเสีย
4. บำรุงสายตา ลดความเสื่อมของเซลล์ลูกตา
นอกจากช่วยชะลอความแก่และบำรุงผิวพรรณ เมื่อเข้าสู่ร่างกาย เบต้าแคโรทีนจะถูกตับของเรา เปลี่ยนให้เป็นวิตามิน A ทำให้มีสรรพคุณในการช่วยบำรุงสายตา ชะลอความเสื่อมของเซลล์ลูกตา รวมถึงลดความเสี่ยงในการเป็นต้อกระจก
5. ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและป้องกันโรคมะเร็ง
เนื่องจากข้าวโพดอ่อนมีวิตามิน B3 ทำให้มีส่วนช่วยในการลดระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี (LDL) ป้องกันความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันได้ นอกจากนี้ ยังมีเบต้าแคโรทีนสูง ซึ่งจะทำหน้าที่กระตุ้นเซลล์ภูมิต้านทาน ที-เฮสเปอร์ ให้ทำหน้าที่ต่อต้านสิ่งแปลกปลอมได้ดีมากขึ้น จึงช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้ดีอีกด้วย
เทคนิคเลือกซื้อและวิธีการเก็บให้ได้นาน

เทคนิคเลือกซื้อ ข้าวโพดอ่อน
การเลือกซื้อข้าวโพดอ่อน นั้นมีเทคนิคง่าย ๆ อยู่ คือ ต้องเลือกซื้อฝักที่มีสีเหลืองอ่อน และ ไม่ควรมีขนาดเกิน 10 เซนติเมตร เพราะหากมีสีเข้มและยาวเกินไป จะเป็นข้าวโพดอ่อนที่มีอายุหลายวันแล้ว ซึ่งจะให้รสสัมผัสที่แข็งและมีรสหวานน้อยกว่า
หากใครเลือกซื้อข้าวโพดอ่อนที่ขายทั้งเปลือก ให้เลือกดูที่เส้นใยเป็นหลัก โดยควรมีสีอ่อน โผล่ออกมาจากปลายฝักราว 1-2 เซนติเมตร หากเป็นข้าวโพดอ่อนที่ตัดแต่งแล้ว ให้ดูที่เปลือกที่ติดอยู่ตรงโคนฝัก ต้องมีสีเขียวอ่อน สด ไม่เหี่ยวและไม่มีรอยดำ หากเป็นข้าวโพดอ่อนที่ตัดแต่งเอาเปลือกออกทั้งหมด ให้ดูจุกที่โคนฝัก ควรเป็นสีขาว ถึงจะได้ข้าวโพดอ่อนที่สดและกรอบ ไม่แข็ง
เทคนิคการล้าง ข้าวโพดอ่อน
ข้าวโพดอ่อนเป็นผักที่พบว่า มีการใช้สารเคมีมากที่สุด ไม่แพ้ผักชนิดอื่น ๆ ก่อนจะนำมาปรุงอาหาร จึงควรล้างด้วยการแช่น้ำเกลือ น้ำผสมน้ำส้มสายชู หรือ น้ำผสมเบกกิ้งโซดา ทิ้งไว้ 10-20 นาที แล้วเปิดน้ำสะอาดไหลผ่านราว 2 นาที เพื่อกำจัดสารเคมีตกค้างให้ได้มากที่สุด ข้อควรระวัง คือ ควรล้างน้ำเปล่าให้สะอาดที่สุด เพราะข้าวโพดอ่อนมีซอกมุมมาก หากล้างไม่สะอาด อาจทำให้ข้าวโพดมีรสเค็ม เปรี้ยว หรือ ทำให้มีเบกกิ้งโซดาปนเปื้อนได้
เทคนิคในการเก็บข้าวโพดอ่อนให้ได้นาน
ข้าวโพดอ่อนก็เหมือนผักทั่วไป คือ ควรใช้ประกอบอาหารในทันที เพราะหากเก็บนานหลายวันอาจทำให้เน่าเสียได้ อย่างไรก็ตาม หากต้องการเก็บจริง ๆ ควรเก็บในขณะที่ข้าวโพดอ่อนยังแห้งอยู่ ไม่ล้างน้ำก่อนแล้วนำมาเก็บ เสร็จแล้ว นำใส่ถุงพลาสติก หรือ กล่องถนอมอาหาร ที่ปิดสนิท แช่ไว้ในตู้เย็น จะทำให้เก็บได้นาน
ในกรณีที่คุณเผลอล้างข้าวโพดอ่อนไปแล้ว ให้นำข้าวโพดอ่อนไปผึ่งให้แห้งสนิทก่อน จากนั้น จึงค่อยใส่ถุงพลาสติก หรือ กล่องถนอมอาหาร ที่ปิดสนิท แช่ไว้ในตู้เย็น
หากต้องการเก็บข้าวโพดอ่อนให้ได้นานหลายวันมากขึ้น แนะนำให้ใช้ ถุงซีลสุญญากาศ ของ SGE ผลิตจากพลาสติก Food Grade ทนความเย็นและความร้อนได้ดี ช่วยให้คุณสามารถเก็บวัตถุดิบได้ยาวนาน สามารถนำมาทำอาหารได้แม้ผ่านไปหลายวัน!



