
พาส่อง “เม็ดมะม่วงหิมพานต์” ทานเล่นก็ดี ประโยชน์มากมาย
เชื่อว่าหลายคนคงเคยรับประทาน “เม็ดมะม่วงหิมพานต์ (Cashew Nut)” กันอยู่แล้ว อาจจะทานเป็นของว่าง หรือนำมาเป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหาร มีรสชาติอร่อย สามารถทานได้อย่างเพลิดเพลิน บทความนี้เราจะพาทุกคนไปดูข้อดีของเม็ดมะม่วงหิมพานต์ รวมไปถึงคุณค่าทางโภชนาการ และอื่น ๆ อีกมากมาย ถ้าพร้อมแล้ว ตามเราไปดูกันเลยค่ะ!!
มะม่วงหิมพานต์ คืออะไร?
มะม่วงหิมพานต์ (Cashew) คือ ชื่อของต้นไม้และผลของมัน ค่ะ แต่สิ่งที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยและเอามากินกันเนี่ย ไม่ใช่ผลไม้ทั้งลูก แต่เป็นส่วนที่เรียกว่า “เม็ด” ที่เราเอามากินเล่นหรือใส่ในอาหารต่าง ๆ นั่นแหละค่ะ
สิ่งที่คนไทยเรียกว่า “เม็ดมะม่วงหิมพานต์” คือ เม็ด ที่อยู่ด้านนอกสุดของผลจริง ที่เอามาแกะเปลือก คั่ว/อบ จนอร่อย และมีประโยชน์มาก ๆ ค่ะ!

ชื่อวิทยาศาสตร์: Anacardium occidentale L.
ชื่อสามัญ: Cashew Nut Tree (แคชชูนัท ทรี) หรือ Cashew
วงศ์: ANACARDIACEAE (วงศ์เดียวกับมะม่วงและมะกอก)
ถิ่นกำเนิด: ทวีปอเมริกาใต้ บริเวณ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศบราซิล เป็นหลัก
ชื่อท้องถิ่นในไทยของเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ในภาคใต้ มักมีชื่อเรียกหลายอย่าง เช่น กาหยู, กาหยี, หัวครก, เม็ดล่อ
ลักษณะของมะม่วงหิมพานต์

ลักษณะของมะม่วงหิมพานต์นั้น อธิบายได้ดังนี้
- ต้นมะม่วงหิมพานต์ เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง เมื่อโตเต็มที่จะมีความสูงโดยเฉลี่ย 6 เมตร สามารถสูงได้ถึง 12 เมตร ลำต้นเนื้อไม้แข็ง มีกิ่งแขนงแตกออกเป็นพุ่มแน่นทรงกลมถึงกระจาย เปลือกหนาผิวเรียบมีสีน้ำตาลเทา ในบ้านเราสามารถพบมะม่วงหิมพานต์ได้ทั่วไปในภาคใต้
- ใบมะม่วงหิมพานต์ ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงเวียน ใบหนาเกลี้ยงเหมือนแผ่นหนัง ใบคล้ายรูปไข่กลับหัวถึงรูปรีกว้าง ปลายใบกลม โคนใบแหลม เนื้อใบมีกลิ่นหอม ใบมีขนาดกว้างประมาณ 6 – 10 เซนติเมตร และยาวประมาณ 8 – 20 เซนติเมตร
- ดอกมะม่วงหิมพานต์ ดอกออกเป็นช่อกระจาย ดอกมีสีขาว หรือสีเหลืองนวล และจะเปลี่ยนไปเป็นสีชมพู ช่อดอกแต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยจำนวนมาก และมีกลีบเลี้ยงสีเขียวขนาดเล็ก โคนดอกเชื่อมติดกัน ดอกหนึ่งมีปลายแยกเป็นกลีบ 5 กลีบ ปลายแหลมเรียว ตรงกลางดอกมีเกสรตัวผู้ประมาณ 8 – 10 อัน หลังจากดอกร่วงจะติดผล
- ผลมะม่วงหิมพานต์ มีลักษณะคล้ายผลชมพู่หรือลูกแพร์ ผลเป็นพวงห้อยลงมา ขนาดผลยาวประมาณ 5-8 เซนติเมตร เนื้อผลฉ่ำน้ำมีกลิ่นหอม ผลอ่อนมีสีเขียวหรือเหลืองอมชมพู แต่เมื่อผลสุกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือสีส้มแดง ที่ปลายผลมีเมล็ดอยู่ 1 เมล็ด มีลักษณะคล้ายรูปไต เปลือกนอกแข็งและยาวประมาณ 2-4 เซนติเมตร มีน้ำตาลอมเทา
- เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เป็นผลมีเปลือกแข็ง มีเมล็ดเดียวลักษณะคล้ายรูปไต หรือคล้ายนวมของนักมวย มีสีน้ำตาลปนเทา ข้างในผลมีเมล็ดคล้ายรูปไต
สรรพคุณของมะม่วงหิมพานต์
- แพทย์ในอินเดียนั้นใช้เมล็ดเลี้ยงเด็กทารก เพื่อที่จะช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตได้เร็ว และแข็งแรง
- เม็ดมะม่วงหิมพานต์อุดมไปด้วยธาตุทองแดง จึงช่วยบำรุงเส้นผม และผิวหนังได้เป็นอย่างดี
- สรรพคุณเม็ดมะม่วงหิมพานต์ จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ หลอดเลือดได้
- เม็ดมะม่วงหิมพานต์นั้น มีสรรพคุณช่วยป้องกันโรคมะเร็ง และยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อีกด้วย
- เม็ดมะม่วงหิมพานต์ มีธาตุแมกนีเซียมในปริมาณมาก จึงช่วยบำรุงสุขภาพเหงือก สุขภาพฟัน และกระดูกให้แข็งแรง
- การรับประทานเม็ดมะม่วงหิมพานต์เป็นประจำ จะช่วยป้องกันโรคจอประสาทตาเสื่อมได้
คุณค่าทางโภชนาการของมะม่วงหิมพานต์
คุณค่าทางโภชนาการของเม็ดมะม่วงหิมพานต์ดิบ มีคุณค่าทางโภชนาการต่อ 100 กรัม ดังนี้
|
|
ประโยชน์ของเม็ดมะม่วงหิมพานต์

- ประโยชน์ของเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุของปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ได้ดี
- ประโยชน์ของมะม่วงหิมพานต์ ช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี
- เม็ดมะม่วงหิมพานต์ สามารถช่วยรักษารูปร่างให้สมส่วนได้ เพราะมีเส้นใยอาหารสูง จึงช่วยลดการดูดซึมไขมันได้
- การรับประทานถั่วเป็นประจำจะช่วยทำให้อิ่มนานขึ้นและรับประทานอาหารได้น้อยลงอีกด้วย (ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม)
- เม็ดมะม่วงหิมพานต์เป็นผลไม้ที่ผู้ป่วยโรคเกาต์ สามารถรับประทานได้อย่างไม่มีปัญหาอะไร เพราะเป็นผลไม้ที่มีสารพิวรีนน้อย หรือไม่มีเลย
- ผลของมะม่วงหิมพานต์ มีเนื้อนิ่ม ฉ่ำน้ำ รสเปรี้ยว สามารถรับประทานเป็นผลไม้สดได้ทั้งผลดิบ และผลสุก
- ผลห่ามของมะม่วงหิมพานต์ ทางภาคใต้ของไทยนิยมนำใช้ทำแกงส้ม หรือใช้ยำ
- มะม่วงหิมพานต์ ประโยชน์ผลดิบใช้รับประทานร่วมกับเกลือ เป็นของกินเล่นได้
- ผลสุก สามารถนำไปหมักทำไวน์ ทำน้ำส้มสายชู หรือเครื่องดื่มชนิดอื่น ๆได้
- เมล็ด สามารถนำไปประกอบอาหารได้ เมนูเม็ดมะม่วงหิมพานต์ เช่น เม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอด, ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์, แหนมผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์, เต้าหู้ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์, ขนมจีนผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์, คุกกี้ เป็นต้น
การบริโภคเม็ดมะม่วงหิมพานต์อย่างปลอดภัย

ในเม็ดมะม่วงหิมพานต์นั้น มีสารอาหารหลากหลายชนิดมาก แต่เราก็ควรกินในปริมาณที่เหมาะสม และควรจะระมัดระวังในเรื่องการบริโภคสารปรุงแต่งที่เพิ่มลงไปในผลิตภัณฑ์เม็ดมะม่วงหิมพานต์ด้วย เช่น เกลือ เนย หรือน้ำตาล นอกจากนั้น การสัมผัสกับเม็ดมะม่วงหิมพานต์นั้นอันตรายมาก ๆ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่ไม่ผ่านความร้อน หรือการปรุงสุกมาก่อน ยังอาจก่อให้เกิดอาการระคายเคืองต่อผิวหนังได้ เพราะเป็นผง ๆ
สำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษในการบริโภคเม็ดมะม่วงหิมพานต์ โดยเฉพาะบุคคลในกลุ่มต่อไปนี้
- หญิงตั้งครรภ์ หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร
ผู้หญิงตั้งครรภ์นั้น ควรศึกษาการรับประทานเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ไม่ควรรับประทานในปริมาณมากเพื่อหวังผลทางการรักษาโรค เนื่องจากไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัยที่มากพอ - ผู้ที่แพ้ถั่ว หรือสารเพกติน (Pectin)
สำหรับผู้ที่แพ้เพกติน ซึ่งเป็นสารที่อยู่ในพืช ควรระวังให้ดีรวมทั้งถั่ว และเมล็ดพืชบางชนิด เช่น พิสตาชิโอ อัลมอนด์ อาจแพ้เม็ดมะม่วงหิมพานต์ได้เช่นกัน ดังนั้น ผู้ที่มีประวัติอาการแพ้ดังกล่าวควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานเสมอเพื่อป้องกันตัวเอง - ผู้ป่วยเบาหวาน
เม็ดมะม่วงหิมพานต์อาจส่งผลให้ระดับน้ำตาลเพิ่มสูงขึ้น และผู้ป่วยโรคเบาหวานที่รับประทานเม็ดมะม่วงหิมพานต์ต้องหมั่นตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำ และควรจะแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนบริโภคเสมอเวลาพบแพทย์ เนื่องจากผู้ป่วยอาจต้องปรับเปลี่ยนการใช้ยารักษา
คำแนะนำในการรับประทาน
- เม็ดมะม่วงมะม่วงหิมพานต์ให้พลังงานสูง ดังนั้น จึงไม่ควรกินในปริมาณที่มากเกินไป หรือครั้งหนึ่งไม่เกิน 10 เม็ด
**ถ้าอยากรู้ว่าให้พลังงานเยอะแค่ไหน ลองใช้ไฟจุดดู จะเห็นไฟลุกเป็นเปลว และยิ่งนำไปอบ หรือทอดเนยก็จะมีพลังงานมากขึ้นไปอีก
- ในเม็ดมะม่วงหิมพานต์ อาจมีปนเปื้อนด้วยเช่นกัน ดังนั้น ควรเลือกบริโภคเม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่สะอาด ปิดมิดชิด มีเลขทะเบียน อย. ที่ถูกต้อง
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เป็นอาหารทานเล่นที่ทั้งอร่อยและอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน ไขมันดี วิตามิน และแร่ธาตุต่าง ๆ ที่ช่วยเสริมสุขภาพหัวใจ บำรุงผิว กระดูก และยังต้านอนุมูลอิสระได้ดีอีกด้วย แต่ก็อย่าลืมว่าเม็ดมะม่วงหิมพานต์ให้พลังงานค่อนข้างสูง จึงควรรับประทานอย่างเหมาะสม หากใครกำลังมองหาของว่างที่ทั้งอิ่ม คุ้มค่า และดีต่อสุขภาพ เม็ดมะม่วงหิมพานต์คือหนึ่งในตัวเลือกที่ไม่ควรพลาดเลยค่ะ!



