พาส่อง “เม็ดมะม่วงหิมพานต์” ทานเล่นก็ดี ประโยชน์มากมาย

พาส่อง “เม็ดมะม่วงหิมพานต์” ทานเล่นก็ดี ประโยชน์มากมาย

By Published On: พฤศจิกายน 21st, 2025

เชื่อว่าหลายคนคงเคยรับประทาน “เม็ดมะม่วงหิมพานต์ (Cashew Nut)” กันอยู่แล้ว อาจจะทานเป็นของว่าง หรือนำมาเป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหาร มีรสชาติอร่อย สามารถทานได้อย่างเพลิดเพลิน บทความนี้เราจะพาทุกคนไปดูข้อดีของเม็ดมะม่วงหิมพานต์ รวมไปถึงคุณค่าทางโภชนาการ และอื่น ๆ อีกมากมาย ถ้าพร้อมแล้ว ตามเราไปดูกันเลยค่ะ!!

มะม่วงหิมพานต์ คืออะไร?

มะม่วงหิมพานต์ (Cashew) คือ ชื่อของต้นไม้และผลของมัน ค่ะ แต่สิ่งที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยและเอามากินกันเนี่ย ไม่ใช่ผลไม้ทั้งลูก แต่เป็นส่วนที่เรียกว่า “เม็ด” ที่เราเอามากินเล่นหรือใส่ในอาหารต่าง ๆ นั่นแหละค่ะ

สิ่งที่คนไทยเรียกว่า “เม็ดมะม่วงหิมพานต์” คือ เม็ด ที่อยู่ด้านนอกสุดของผลจริง ที่เอามาแกะเปลือก คั่ว/อบ จนอร่อย และมีประโยชน์มาก ๆ ค่ะ!

มะม่วงหิมพานต์

ชื่อวิทยาศาสตร์: Anacardium occidentale L.

ชื่อสามัญ: Cashew Nut Tree (แคชชูนัท ทรี) หรือ Cashew

วงศ์: ANACARDIACEAE (วงศ์เดียวกับมะม่วงและมะกอก)

ถิ่นกำเนิด: ทวีปอเมริกาใต้ บริเวณ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศบราซิล เป็นหลัก

ชื่อท้องถิ่นในไทยของเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ในภาคใต้ มักมีชื่อเรียกหลายอย่าง เช่น กาหยู, กาหยี, หัวครก, เม็ดล่อ

ลักษณะของมะม่วงหิมพานต์

มะม่วงหิมพานต์

ลักษณะของมะม่วงหิมพานต์นั้น อธิบายได้ดังนี้

  • ต้นมะม่วงหิมพานต์ เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง เมื่อโตเต็มที่จะมีความสูงโดยเฉลี่ย 6 เมตร สามารถสูงได้ถึง 12 เมตร ลำต้นเนื้อไม้แข็ง มีกิ่งแขนงแตกออกเป็นพุ่มแน่นทรงกลมถึงกระจาย เปลือกหนาผิวเรียบมีสีน้ำตาลเทา ในบ้านเราสามารถพบมะม่วงหิมพานต์ได้ทั่วไปในภาคใต้
  • ใบมะม่วงหิมพานต์ ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงเวียน ใบหนาเกลี้ยงเหมือนแผ่นหนัง ใบคล้ายรูปไข่กลับหัวถึงรูปรีกว้าง ปลายใบกลม โคนใบแหลม เนื้อใบมีกลิ่นหอม ใบมีขนาดกว้างประมาณ 6 – 10 เซนติเมตร และยาวประมาณ 8 – 20 เซนติเมตร
  • ดอกมะม่วงหิมพานต์ ดอกออกเป็นช่อกระจาย ดอกมีสีขาว หรือสีเหลืองนวล และจะเปลี่ยนไปเป็นสีชมพู ช่อดอกแต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยจำนวนมาก และมีกลีบเลี้ยงสีเขียวขนาดเล็ก โคนดอกเชื่อมติดกัน ดอกหนึ่งมีปลายแยกเป็นกลีบ 5 กลีบ ปลายแหลมเรียว ตรงกลางดอกมีเกสรตัวผู้ประมาณ 8 – 10 อัน หลังจากดอกร่วงจะติดผล
  • ผลมะม่วงหิมพานต์ มีลักษณะคล้ายผลชมพู่หรือลูกแพร์ ผลเป็นพวงห้อยลงมา ขนาดผลยาวประมาณ 5-8 เซนติเมตร เนื้อผลฉ่ำน้ำมีกลิ่นหอม ผลอ่อนมีสีเขียวหรือเหลืองอมชมพู แต่เมื่อผลสุกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือสีส้มแดง ที่ปลายผลมีเมล็ดอยู่ 1 เมล็ด มีลักษณะคล้ายรูปไต เปลือกนอกแข็งและยาวประมาณ 2-4 เซนติเมตร มีน้ำตาลอมเทา
  • เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เป็นผลมีเปลือกแข็ง มีเมล็ดเดียวลักษณะคล้ายรูปไต หรือคล้ายนวมของนักมวย มีสีน้ำตาลปนเทา ข้างในผลมีเมล็ดคล้ายรูปไต

สรรพคุณของมะม่วงหิมพานต์

  1. แพทย์ในอินเดียนั้นใช้เมล็ดเลี้ยงเด็กทารก เพื่อที่จะช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตได้เร็ว และแข็งแรง
  2. เม็ดมะม่วงหิมพานต์อุดมไปด้วยธาตุทองแดง จึงช่วยบำรุงเส้นผม และผิวหนังได้เป็นอย่างดี
  3. สรรพคุณเม็ดมะม่วงหิมพานต์ จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ หลอดเลือดได้
  4. เม็ดมะม่วงหิมพานต์นั้น มีสรรพคุณช่วยป้องกันโรคมะเร็ง และยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อีกด้วย
  5. เม็ดมะม่วงหิมพานต์ มีธาตุแมกนีเซียมในปริมาณมาก จึงช่วยบำรุงสุขภาพเหงือก สุขภาพฟัน และกระดูกให้แข็งแรง
  6. การรับประทานเม็ดมะม่วงหิมพานต์เป็นประจำ จะช่วยป้องกันโรคจอประสาทตาเสื่อมได้

คุณค่าทางโภชนาการของมะม่วงหิมพานต์

คุณค่าทางโภชนาการของเม็ดมะม่วงหิมพานต์ดิบ มีคุณค่าทางโภชนาการต่อ 100 กรัม ดังนี้

  • พลังงาน : 553 กิโลแคลอรี
  • คาร์โบไฮเดรต : 30.19 กรัม
  • แป้ง : 23.49 กรัม
  • น้ำตาล : 5.91 กรัม
  • เส้นใย : 3.3 กรัม
  • ไขมัน : 43.85 กรัม
  • กรดไขมันอิ่มตัว : 7.78 กรัม
  • กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว : 23.8 กรัม
  • กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน : 7.85 กรัม
  • โปรตีน : 18.22 กรัม
  • น้ำ : 5.2 กรัม
  • วิตามินบี : 1 0.42 มิลลิกรัม 37%
  • วิตามินบี2 : 0.6 มิลลิกรัม 5%
  • วิตามินบี3 : 1.06 มิลลิกรัม 7%
  • วิตามินบี5 : 0.86 มิลลิกรัม 17%
  • วิตามินบี6 : 0.42 มิลลิกรัม 32%
  • วิตามินบี9 : 25 ไมโครกรัม 6%
  • วิตามินซี : 0.5 มิลลิกรัม 1%
  • วิตามินอี : 0.9 มิลลิกรัม 6%
  • แคลเซียม : 37 มิลลิกรัม 4%
  • ธาตุเหล็ก : 6.68 มิลลิกรัม 51%
  • แมกนีเซียม : 292 มิลลิกรัม 82%
  • แมงกานีส : 1.655 มิลลิกรัม 79%
  • ฟอสฟอรัส : 593 มิลลิกรัม 85%
  • โพแทสเซียม : 660 มิลลิกรัม 14%
  • โซเดียม : 12 มิลลิกรัม 1%
  • สังกะสี : 5.78 มิลลิกรัม 61%
  • ทองแดง : 2.195 มิลลิกรัม
  • ซีลีเนียม : 19.9 มิลลิกรัม

ประโยชน์ของเม็ดมะม่วงหิมพานต์

เนยถั่วเม็ดมะม่วงหิมพานต์
  1. ประโยชน์ของเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุของปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ได้ดี
  2. ประโยชน์ของมะม่วงหิมพานต์ ช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี
  3. เม็ดมะม่วงหิมพานต์ สามารถช่วยรักษารูปร่างให้สมส่วนได้ เพราะมีเส้นใยอาหารสูง จึงช่วยลดการดูดซึมไขมันได้
  4. การรับประทานถั่วเป็นประจำจะช่วยทำให้อิ่มนานขึ้นและรับประทานอาหารได้น้อยลงอีกด้วย (ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม)
  5. เม็ดมะม่วงหิมพานต์เป็นผลไม้ที่ผู้ป่วยโรคเกาต์ สามารถรับประทานได้อย่างไม่มีปัญหาอะไร เพราะเป็นผลไม้ที่มีสารพิวรีนน้อย หรือไม่มีเลย
  6. ผลของมะม่วงหิมพานต์ มีเนื้อนิ่ม ฉ่ำน้ำ รสเปรี้ยว สามารถรับประทานเป็นผลไม้สดได้ทั้งผลดิบ และผลสุก
  7. ผลห่ามของมะม่วงหิมพานต์ ทางภาคใต้ของไทยนิยมนำใช้ทำแกงส้ม หรือใช้ยำ
  8. มะม่วงหิมพานต์ ประโยชน์ผลดิบใช้รับประทานร่วมกับเกลือ เป็นของกินเล่นได้
  9. ผลสุก สามารถนำไปหมักทำไวน์ ทำน้ำส้มสายชู หรือเครื่องดื่มชนิดอื่น ๆได้
  10. เมล็ด สามารถนำไปประกอบอาหารได้ เมนูเม็ดมะม่วงหิมพานต์ เช่น เม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอด, ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์, แหนมผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์, เต้าหู้ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์, ขนมจีนผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์, คุกกี้ เป็นต้น

การบริโภคเม็ดมะม่วงหิมพานต์อย่างปลอดภัย

เม็ดมะม่วงหิมพานต์

ในเม็ดมะม่วงหิมพานต์นั้น มีสารอาหารหลากหลายชนิดมาก แต่เราก็ควรกินในปริมาณที่เหมาะสม และควรจะระมัดระวังในเรื่องการบริโภคสารปรุงแต่งที่เพิ่มลงไปในผลิตภัณฑ์เม็ดมะม่วงหิมพานต์ด้วย เช่น เกลือ เนย หรือน้ำตาล นอกจากนั้น การสัมผัสกับเม็ดมะม่วงหิมพานต์นั้นอันตรายมาก ๆ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่ไม่ผ่านความร้อน หรือการปรุงสุกมาก่อน ยังอาจก่อให้เกิดอาการระคายเคืองต่อผิวหนังได้ เพราะเป็นผง ๆ

สำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษในการบริโภคเม็ดมะม่วงหิมพานต์ โดยเฉพาะบุคคลในกลุ่มต่อไปนี้

  • หญิงตั้งครรภ์ หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร 
    ผู้หญิงตั้งครรภ์นั้น ควรศึกษาการรับประทานเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ไม่ควรรับประทานในปริมาณมากเพื่อหวังผลทางการรักษาโรค เนื่องจากไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัยที่มากพอ
  • ผู้ที่แพ้ถั่ว หรือสารเพกติน (Pectin) 
    สำหรับผู้ที่แพ้เพกติน ซึ่งเป็นสารที่อยู่ในพืช ควรระวังให้ดีรวมทั้งถั่ว และเมล็ดพืชบางชนิด เช่น พิสตาชิโอ อัลมอนด์ อาจแพ้เม็ดมะม่วงหิมพานต์ได้เช่นกัน ดังนั้น ผู้ที่มีประวัติอาการแพ้ดังกล่าวควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานเสมอเพื่อป้องกันตัวเอง
  • ผู้ป่วยเบาหวาน 
    เม็ดมะม่วงหิมพานต์อาจส่งผลให้ระดับน้ำตาลเพิ่มสูงขึ้น และผู้ป่วยโรคเบาหวานที่รับประทานเม็ดมะม่วงหิมพานต์ต้องหมั่นตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำ และควรจะแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนบริโภคเสมอเวลาพบแพทย์ เนื่องจากผู้ป่วยอาจต้องปรับเปลี่ยนการใช้ยารักษา

คำแนะนำในการรับประทาน

  • เม็ดมะม่วงมะม่วงหิมพานต์ให้พลังงานสูง ดังนั้น จึงไม่ควรกินในปริมาณที่มากเกินไป หรือครั้งหนึ่งไม่เกิน 10 เม็ด
    **ถ้าอยากรู้ว่าให้พลังงานเยอะแค่ไหน ลองใช้ไฟจุดดู จะเห็นไฟลุกเป็นเปลว และยิ่งนำไปอบ หรือทอดเนยก็จะมีพลังงานมากขึ้นไปอีก
  • ในเม็ดมะม่วงหิมพานต์ อาจมีปนเปื้อนด้วยเช่นกัน ดังนั้น ควรเลือกบริโภคเม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่สะอาด ปิดมิดชิด มีเลขทะเบียน อย. ที่ถูกต้อง

เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เป็นอาหารทานเล่นที่ทั้งอร่อยและอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน ไขมันดี วิตามิน และแร่ธาตุต่าง ๆ ที่ช่วยเสริมสุขภาพหัวใจ บำรุงผิว กระดูก และยังต้านอนุมูลอิสระได้ดีอีกด้วย แต่ก็อย่าลืมว่าเม็ดมะม่วงหิมพานต์ให้พลังงานค่อนข้างสูง จึงควรรับประทานอย่างเหมาะสม หากใครกำลังมองหาของว่างที่ทั้งอิ่ม คุ้มค่า และดีต่อสุขภาพ เม็ดมะม่วงหิมพานต์คือหนึ่งในตัวเลือกที่ไม่ควรพลาดเลยค่ะ!

แชร์บทความนี้

แสดงความคิดเห็น