รู้จักผักเชียงดา ผักพื้นบ้านมากประโยชน์ เสริมเกราะป้องกันโควิด

รู้จักผักเชียงดา ผักพื้นบ้านมากประโยชน์ เสริมเกราะป้องกันโควิด

By Published On: ธันวาคม 12th, 2025

ผักเชียงดา ผักพื้นบ้านสารพัดประโยชน์ที่ไม่ได้ช่วยแค่ลดน้ำตาลในเลือดเท่านั้น ยังมีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยเสริมภูมิต้านทานการติดเชื้อไวรัสโควิดได้อีกด้วย ใครกำลังมองหาพืชผักเสริมภูมิคุ้มกัน เพื่อสุขภาพที่ดีอยู่ละก็ บทความนี้จะพาไปรู้จักกับผักเชียงดากัน!

ผักเชียงดา คืออะไร?

ผักเชียงดา คืออะไร?

ผักเชียงดา เป็นผักพื้นบ้านทางภาคเหนือ มีชื่อเรียกหลากหลาย เช่น ผักเจียงดา ผักเซ่งดา ผักว้นหรือผักวุ้น ผักม้วนไก่ เป็นต้น แต่ชื่อที่รู้จักกันแพร่หลายคือ ผักเชียงดา สำหรับต้นผักเชียงดามีลักษณะเป็นเถาไม้เลื้อย ตามลำตันที่โผล่พ้นดินจะมียางสีขาว ใบเป็นใบเดี่ยวสีเขียวรูปไข่ ใบมีลักษณะเป็นคลื่นเล็กน้อย ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ

โดยผักเชียงดาถูกนำไปใช้ประโยชน์ต่างกันในแต่ละพื้นที่ เช่น

  • ประเทศไทย ภาคเหนือนอกจากจะเอามาประกอบอาหารแล้วยังเอามาทำชาชงพร้อมดื่ม
  • ญี่ปุ่น นำไปผลิตเป็นยาชงสมุนไพรแคปซูล เพื่อเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ช่วยลดปริมาณน้ำตาลในเลือด รักษาเบาหวาน
  • อเมริกา นำผักเชียงดาไปแปลงรูปเป็น แคปซูล ใช้เป็นยาเสริมสุขภาพ

ถิ่นกำเนิดผักเชียงดา

จากการศึกษาข้อมูลจากเพจ เทคโนโลยีชาวบ้าน ได้ให้ข้อมูลว่า ผักเชียงดาเป็นพืชที่พบได้ในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น อินเดีย พม่า ศรีลังกา และ ทางภาคเหนือของไทยสำหรับประเทศไทย

ผักเชียงดาจะ พบได้ในบริเวณภาคเหนือที่มีอากาศหนาวซึ่งมีอยู่หลากหลายสายพันธุ์ แต่ที่พบมากก็คือ ผักเชียงดาในสายพันธุ์ Gymnema inodorum ซึ่งในภาคเหนือนั้นผักเชียงดา เป็นผักพื้นบ้านที่ชาวเหนือในแถบจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำพูน เป็นต้น

สรรพคุณและประโยชน์ของผักเชียงดา

สรรพคุณและประโยชน์ของผักเชียงดา

ประโยชน์ทางยา นับได้ว่า ผักเชียงดา เป็นสมุนไพรที่มากคุณค่าชนิดหนึ่ง หมอพื้นบ้าน คนพื้นถิ่น ได้ตรวจสอบผลในการบำรุงร่างกาย รักษาโรคภัยต่างๆ ได้ ตำรายาหมอพื้นบ้านแนะนำให้ใช้ตำพอกกระหม่อม รักษาไข้หวัด ไอ ขับเสมหะ บรรเทาภูมิแพ้ หืดหอบ หลอดลมอักเสบ ปวดแสบปวดร้อน อักเสบ บิด ขับปัสสาวะ ช่วยระบบขับถ่าย ขับระดู แก้กามโรค ตำพอกฝี แก้งูสวัด เริม ถอนพิษ ดับพิษร้อน พิษกาฬ ไข้เซื่องซึม โรคชักกระตุก หมอไทยใช้เป็นส่วนผสมเป็นยาครอบจักรวาล หรือยาตำราหลวง หรือยาแก้หลวง

ทางการแพทย์แผนปัจจุบันก็ทราบดีว่า ผักเชียงดา ไม่ว่าจะเป็นส่วนใบ ยอด เถา ต้น หัว ราก ทุกส่วนเป็นยา ต้านอนุมูลอิสระ สาเหตุมะเร็งร้าย มะเร็งกระเพาะ มะเร็งตับ เส้นเลือดหัวใจอุดตัน โรคต้อกระจก ป้องกันเม็ดเลือดแดงแตก รักษาข้ออักเสบ รูมาตอยด์ โรคเกาต์ เบาหวาน ปรับระดับอินซูลิน ช่วยลดน้ำหนัก บำรุงสายตาแก้ตาฝ้าฟางเคืองตา หูดับ ฟื้นฟูตับอ่อน และคงเป็นบทพิสูจน์ทางการแพทย์แผนปัจจุบันแล้วว่า เป็นพืชที่มีตัวยาสำคัญมากมาย ญี่ปุ่น อเมริกา ถึงหาซื้อไปทำผลิตภัณฑ์อาหารเสริม และยารักษาโรค

ผักเชียงดา ช่วยป้องกันโควิด ได้อย่างไร?

ผักเชียงดา ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มผักที่มีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระสูง ซึ่งมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ต้านการติดเชื้อไวรัส ลดความเสี่ยงและเป็นเกราะป้องกันไวรัสโควิด-19 แต่ ไม่ได้ถูกระบุว่าเป็นยารักษาโควิด-19 โดยตรง ทำหน้าที่เพียงเสริมภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยงเท่านั้น โดยมีกลไก ดังนี้

1.อุดมด้วยวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระสูง

  • ต้านอนุมูลอิสระ: กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกจัดให้ผักเชียงดาอยู่ในกลุ่มผักที่มี วิตามินซี และ สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ในระดับสูง
  • เสริมภูมิคุ้มกัน: สารเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการ กระตุ้นและเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ของร่างกายให้แข็งแรง เพื่อเตรียมพร้อมในการต่อสู้กับเชื้อโรคและไวรัส รวมถึงไวรัสโควิด-19
  • ลดความเสียหายของเซลล์: ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระช่วยลดภาวะ Oxidative Stress ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของความเสียหายของเซลล์และการอักเสบในร่างกาย โดยเฉพาะเมื่อเกิดการติดเชื้อไวรัส

2. ฤทธิ์ลดการอักเสบ

  • ควบคุมการอักเสบ: สารสำคัญในผักเชียงดา เช่น กลุ่มฟลาโวนอยด์ มีคุณสมบัติในการ ลดการอักเสบในระดับเซลล์
  • ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน: การลดการอักเสบมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากในผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการรุนแรง มักเกิดภาวะที่เรียกว่า “Cytokine Storm” ซึ่งเป็นการอักเสบที่มากเกินไป การลดการอักเสบจึงอาจช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจและหลอดเลือดได้

3. ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

  • ลดปัจจัยเสี่ยง: ผู้ที่มีภาวะเบาหวานและมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดอาการรุนแรงและเสียชีวิตสูงกว่าหากติดเชื้อโควิด-19
  • กลไกการทำงาน: ผักเชียงดามีสารสำคัญที่ช่วยในการ ลดระดับน้ำตาลในเลือด โดยกระตุ้นการหลั่งอินซูลินจากตับอ่อน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง
  • ผลต่อความเสี่ยง: การควบคุมโรคประจำตัวโดยเฉพาะเบาหวานให้ดี เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความรุนแรงของโรคโควิด-19 ได้

การขยายพันธุ์ผักเชียงดา

การขยายพันธุ์ผักเชียงดา

การขยายพันธุ์ ผักเชียงดา สามารถทำได้ทั้งการเพาะเมล็ด และปักชำ แต่ส่วนใหญ่จะนิยมการปักชำกิ่งมากกว่า โดยวิธีการขยายพันธุ์ผักเชียงดา มีวิธีการดังนี้

การเตรียมต้นกล้า

  • เริ่มจากคัดเลือกกิ่งที่อยู่บริเวณคู่ใบลำดับที่ 4–5 ขึ้นไป ซึ่งมักเป็นกิ่งอ่อนสีเขียว แข็งแรง และมีความยาวประมาณ 2–4 นิ้ว โดยใช้กิ่ง 1–2 ข้อต่อยอดปลูก 1 ต้น จากนั้นนำกิ่งที่เตรียมไว้แช่ในสารกระตุ้นรากร่วมกับยาป้องกันเชื้อราเป็นเวลา 5 นาที ก่อนนำขึ้นมาผึ่งให้พอหมาด

  • เมื่อพร้อมปักชำ ให้นำกิ่งลงปลูกในกระถางหรือถุงดำขนาด 8×12 นิ้ว หรือจะปักชำในแปลงพ่นหมอกก็ได้ วัสดุเพาะที่เหมาะสมคือถ่านแกลบผสมทราย หรือใช้ถ่านแกลบเพียงอย่างเดียวก็ได้ ทิ้งไว้ประมาณ 45 วันจนเริ่มมีรากพัฒนา จากนั้นย้ายไปลงถุงชำขนาด 4×7 นิ้ว และนำเข้าพักในเรือนเพาะชำอีกประมาณ 45 วัน เมื่อกล้าแข็งแรงดีแล้ว จึงย้ายลงปลูกในแปลงปลูกใหญ่เพื่อให้ต้นเติบโตต่อไป

การเตรียมดิน

  • เริ่มจากการไถดะและตากดินไว้อย่างน้อย 5–7 วัน เพื่อช่วยฆ่าเชื้อโรคและวัชพืชตามธรรมชาติ จากนั้นไถแปรอีก 1–2 ครั้ง เพื่อให้ดินแตกตัวละเอียด ไม่เป็นก้อนแข็ง

  • ก่อนจัดทำร่องหรือแถวปลูก ควรใส่ปุ๋ยคอกในอัตราประมาณ 1 ตันต่อไร่ และไถกลบไปพร้อมกับการไถแปร เพื่อช่วยปรับปรุงโครงสร้างดินให้อุ้มน้ำได้ดีขึ้น รวมถึงเพิ่มอินทรียวัตถุและธาตุอาหารที่จำเป็นให้กับพืช

  • หากตรวจพบว่าดินมีค่า pH ต่ำกว่า 5.5 ให้ปรับสภาพดินด้วยการหว่านปูนขาว ประมาณ 100–200 กิโลกรัมต่อไร่ แล้วพรวนกลบให้ทั่ว เพื่อให้ดินมีความเหมาะสมต่อการปลูกมากยิ่งขึ้น

การปลูก

  • เตรียมแปลงปลูกขนาดประมาณ 1 × 1.5 เมตร (ความยาวสามารถปรับตามพื้นที่ได้) โดยจัดระยะปลูกให้เหมาะสม คือ ระยะห่างระหว่างต้น 50 เซนติเมตร และระยะระหว่างแถว 75 เซนติเมตร ปลูกหลุมละ 1 ต้น ซึ่งจะได้จำนวนประมาณ 4,200 ต้นต่อไร่ หากปลูกเป็นแถวคู่จะช่วยให้ดูแลและให้น้ำได้สะดวกยิ่งขึ้น

  • ก่อนปลูกควรรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยหมักอัดเม็ดประมาณครึ่งกระป๋องนมข้น แล้วคลุกให้เข้ากับดิน เพื่อเพิ่มธาตุอาหารให้ต้นกล้า

  • หลังปลูกเสร็จควรคลุมหน้าดินด้วยวัสดุธรรมชาติ เช่น ฟางข้าว แกลบดิบ หรือเปลือกถั่ว ซึ่งนอกจากช่วยรักษาความชื้นในดินแล้ว ยังช่วยลดการพังทลายของหน้าดิน ลดการเกิดวัชพืช และเมื่อวัสดุคลุมดินสลายตัว จะกลายเป็นอินทรียวัตถุเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ดินอีกด้วย

  • ควรให้น้ำทุก 3–5 วัน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและความชื้นของดิน หากช่วงไหนอากาศร้อนมากให้เพิ่มความถี่ในการให้น้ำเพื่อให้ต้นเจริญเติบโตได้ดี

สรุปแล้ว ผักเชียงดาถือเป็นผักพื้นบ้านที่เต็มไปด้วยสรรพคุณมากมาย และยังช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงยิ่งขึ้น จึงเป็นตัวช่วยดี ๆ ในการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะในยุคที่ต้องหันมาใส่ใจเรื่องการป้องกันโรคอย่างโควิด-19

เห็นไหมคะว่านอกจากจะนำมาปรุงอาหารได้หลากหลาย ยังช่วยบำรุงร่างกายแบบธรรมชาติอีกด้วย ใครที่กำลังมองหาผักดีต่อสุขภาพ ผักเชียงดานับว่าเป็นตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามเลยค่ะ

นักเขียนคอนเทนต์เกษตรเชิงวิเคราะห์ ผู้รวบรวมเทคนิคการเพาะปลูกจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้และประสบการณ์จริง เพื่อส่งต่อความรู้ที่ถูกต้อง แม่นยำ และนำไปใช้งานได้ทันที

แชร์บทความนี้

แสดงความคิดเห็น