
เจาะลึก “ผักกวางตุ้ง” พืชผักสมุนไพร ที่สรรพคุณเพียบ พร้อมวิธีปลูกและดูแล
เรามักจะคิดว่า ผักกวางตุ้ง เป็นแค่ผักใบเขียวที่อร่อย กรอบ และช่วยให้เมนูไม่จืดชืด แต่จริงๆ แล้ว ผักที่ดูธรรมดา ๆ ชนิดนี้ซ่อนคุณประโยชน์ไว้เพียบเลยค่ะ วันนี้เราจะมาเจาะลึกทุกสรรพคุณเด่น ๆ ของผักกวางตุ้งกันค่ะ ว่ามีดีอะไรบ้าง ทำไมถึงเป็นตัวช่วยเรื่องกระดูก ภูมิคุ้มกัน และการขับถ่ายได้อย่างยอดเยี่ยม! พร้อมวิธีปลูกและดูแล ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลยดีกว่า!
ผักกวางตุ้ง (Chinese Cabbage)

ชื่อวิทยาศาสตร์: Brassica rapa L. (หรือมีชื่อพ้องและชื่อทางพันธุ์ปลูกย่อยหลายชื่อ เช่น Brassica chinensis var. parachinensis)
ชื่อสามัญ: Chinese Cabbage, Mock Pakchoi, Choy Sum
วงศ์: BRASSICACEAE (Cruciferae เดิม) – วงศ์ผักกาด หรือ วงศ์กะหล่ำ
ถิ่นกำเนิด: ประเทศจีน และ ญี่ปุ่น (รวมถึงแถบเอเชียกลาง)
ผักกวางตุ้ง (Chinese Cabbage) คือ พืชล้มลุกขนาดเล็กชนิดหนึ่งที่อยู่ในตระกูลผักกาดและกะหล่ำ (วงศ์ Brassicaceae) เป็นผักที่นิยมนำมาบริโภคอย่างแพร่หลายในแถบเอเชีย รวมถึงประเทศไทย
ผักกวางตุ้ง สามารถเรียกได้หลายชื่อ ไม่ว่าจะเป็น ผักกาดเขียวกวางตุ้ง ผักกาดฮ่องเต้, ผักกวางตุ้งฮ่องเต้, กวางตุ้งไต้หวัน ในภาษาอังกฤษ เรียกว่า Bok Choy ลักษณะเด่น คือ เป็นผักสีเขียว ปลายใบมนกลม ก้านใบหนามีสีขาวอมเขียว นิยมนำมาประกอบอาหารหลากหลายเมนู เช่น ผัดผักกวางตุ้ง ต้มแกงจืด ต้มจับฉ่าย หรือลวกเป็นผักเคียงกับบะหมี่
ประเภทที่นิยมปลูก
- ผักกวางตุ้งใบ (Chinese Cabbage)
- ผักกวางตุ้งดอก (Flowering White Cabbage/Choy Sum)
- ผักกวางตุ้งฮ่องเต้ (Pak Choi) (มีลักษณะก้านอวบใหญ่กว่า)
สรรพคุณและประโยชน์ของผักกวางตุ้ง

ผักกวางตุ้งเป็นพืชผักที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูงมาก และมีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายด้าน เนื่องจากอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยมีสรรพคุณและประโยชน์ที่สำคัญดังนี้ค่ะ
1. ประโยชน์ต่อกระดูกและฟัน
- เสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก ผักกวางตุ้งมีปริมาณ แคลเซียม และ วิตามินเค สูง ซึ่งทั้งสองชนิดทำงานร่วมกันในการเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูก
- ป้องกันโรคกระดูกพรุน การได้รับแคลเซียมและวิตามินเคที่เพียงพอช่วยลดความเสี่ยงของภาวะกระดูกพรุน โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ
- ช่วยแก้อาการตะคริว เนื่องจากเป็นผักที่มีแคลเซียมสูง จึงช่วยบรรเทาอาการเป็นตะคริวที่เกิดจากการขาดแคลเซียมได้
2. ประโยชน์ต่อระบบภูมิคุ้มกันและสายตา
- เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน อุดมไปด้วย วิตามินซี ในปริมาณสูง (เทียบเท่าส้ม) ซึ่งช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ป้องกันหวัด และช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วขึ้น
- บำรุงและรักษาสายตา เป็นแหล่งของ วิตามินเอ และ เบต้าแคโรทีน ซึ่งจำเป็นต่อการมองเห็น ลดความเสี่ยงของโรคเกี่ยวกับสายตา และช่วยบำรุงผิวพรรณ
3. ประโยชน์ต่อระบบทางเดินอาหารและน้ำหนัก
- ช่วยในการขับถ่าย มี ใยอาหาร (Fiber) สูงมาก ช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ ทำให้ขับถ่ายสะดวก และป้องกันโรคท้องผูก
- ช่วยควบคุมน้ำหนัก มีแคลอรีต่ำ และไขมันน้อยมาก การรับประทานจึงทำให้อิ่มท้องได้นาน เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังลดหรือควบคุมน้ำหนัก
4. ประโยชน์ต่อระบบหลอดเลือดและหัวใจ
- ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ มีกรดโฟเลตและสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยลดอันตรายจากคอเลสเตอรอลและโฮโมซิสเทอีน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการทำลายหลอดเลือดหัวใจ
- ช่วยเพิ่มธาตุเหล็ก มี โพแทสเซียม ซึ่งช่วยเพิ่มระดับธาตุเหล็กในร่างกาย จึงช่วยป้องกันภาวะโลหิตจางได้
5. ประโยชน์อื่น ๆ
- ต้านอนุมูลอิสระและลดความเสี่ยงมะเร็ง ผักกวางตุ้งมีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดที่ช่วยป้องกันการถูกทำลายของเซลล์ในร่างกาย และลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งบางชนิด
- บำรุงตับไต ช่วยลดภาระของตับและช่วยในการขับสารพิษออกจากร่างกายได้เร็วขึ้น
- เชื่อว่าทำให้กลิ่นตัวหอม มีความเชื่อว่า การรับประทานผักกวางตุ้งเป็นประจำจะช่วยกระตุ้นการหลั่ง ฟีโรโมน (Pheromone) ทำให้กลิ่นตัวหอมขึ้นได้
ข้อควรระวัง
เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด ควรล้างผักกวางตุ้งให้สะอาดเพื่อลดสารพิษตกค้าง และควรหลีกเลี่ยงการปรุงอาหารด้วยความร้อนสูงเป็นเวลานาน เพื่อรักษาวิตามินซีและเบต้าแคโรทีนไว้ให้ได้มากที่สุด
ข้อมูลโภชนาการ ผักกวางตุ้ง
ผักกวางตุ้งเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก โดยเฉพาะแคลเซียมและวิตามินหลายชนิด ข้อมูลโภชนาการโดยประมาณของ ผักกวางตุ้งดิบ ปริมาณ 100 กรัม มีดังนี้ค่ะ
- พลังงาน: 13 – 16 กิโลแคลอรี
- คาร์โบไฮเดรต: 2.2 – 3.2 กรัม
- โปรตีน: 1.2 – 1.5 กรัม
- ไขมัน: 0.2 กรัม
- ใยอาหาร: 1.0 – 1.2 กรัม
- แคลเซียม:105 มิลลิกรัม (สูงมากเมื่อเทียบกับผักทั่วไป)
- วิตามินซี: ประมาณ 45 มิลลิกรัม
- วิตามินเอ (รวมเบต้าแคโรทีน): สูงมาก (ประมาณ 243 ไมโครกรัม หรือ 4,468 หน่วยสากล)
- ธาตุเหล็ก: ประมาณ 0.80 มิลลิกรัม
- แมกนีเซียม: ประมาณ 19 มิลลิกรัม
การต้มหรือผัดด้วยความร้อนสูงเป็นเวลานาน อาจทำให้วิตามินที่ละลายน้ำได้ เช่น วิตามินซี และเบต้าแคโรทีนบางส่วนสูญเสียไปได้ ดังนั้นจึงควรปรุงอาหารอย่างรวดเร็วเพื่อคงคุณค่าทางโภชนาการไว้ค่ะ
วิธีปลูกผักกวางตุ้ง

ผักกวางตุ้ง สามารถปลูกได้ตลอดปี แต่จะเจริญเติบโตได้ดีในช่วงอากาศเย็น (ฤดูหนาว) หรือช่วงที่ไม่ร้อนจัดและมีแสงแดดสม่ำเสมอ
การเตรียมการปลูก
วิธีปลูกผักกวางตุ้ง โดยหว่านเมล็ด
- 1
ทำร่องปลูกลึกประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร โดยให้ระยะห่างระหว่างแถวประมาณ 20-25 เซนติเมตร
- 2
โรยหรือหยอดเมล็ดตามร่องปลูกอย่างสม่ำเสมอ แล้วกลบด้วยดินละเอียดหรือปุ๋ยหมักบาง ๆ คลุมด้วยฟางหรือหญ้าแห้งบาง ๆ (เพื่อรักษาความชื้น)
- 3
รดน้ำให้ชุ่มทันที
- 4
เมื่อต้นกล้าเริ่มแข็งแรง มีใบจริง 1-2 ใบ (ประมาณ 10-20 วันหลังปลูก) ให้ทำการถอนแยกเหลือต้นที่แข็งแรงที่สุด โดยให้มีระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 15-20 เซนติเมตร
วิธีปลูกผักกวางตุ้ง ในกระถาง
- 1
หยอดเมล็ด 2-3 เมล็ดลงในหลุมตื้น ๆ ในกระถาง หรือเพาะในถาดเพาะก่อน
- 2
เมื่อต้นกล้ามีอายุประมาณ 15-20 วัน (มีใบจริง 2-4 ใบ) ให้ย้ายต้นกล้าที่แข็งแรงที่สุดลงกระถาง โดยให้มีระยะห่างพอสมควร
การดูแลผักกวางตุ้ง

- การให้น้ำสำคัญมาก: ผักกวางตุ้งต้องการน้ำอย่างสม่ำเสมอและเพียงพอ ห้ามปล่อยให้ดินแห้ง โดยเฉพาะช่วงที่กำลังเจริญเติบโต ควรรดน้ำอย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง (เช้า-เย็น)
- การให้ปุ๋ย
- ครั้งที่ 1 (หลังถอนแยก/ย้ายปลูก): ประมาณ 15-20 วัน หลังปลูก ใช้ปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) หรือปุ๋ยหมัก/น้ำหมักชีวภาพ เพื่อเร่งการเจริญเติบโตของใบ
- ครั้งที่ 2 (บำรุง): ให้ปุ๋ยอีกครั้งในช่วง 7-10 วัน ก่อนเก็บเกี่ยว
- การกำจัดศัตรูพืช: ศัตรูพืชที่สำคัญคือหนอนใยผักและด้วงหมัดผัก ให้ใช้วิธีป้องกันโดยฉีดพ่นน้ำหมักสมุนไพร เช่น น้ำสกัดจากสะเดา หรือเก็บทำลายตัวหนอนและไข่
เป็นอย่างไรกันบ้างคะสำหรับข้อมูลเจาะลึกเกี่ยวกับ “ผักกวางตุ้ง” ที่เราอาจจะเคยมองข้าม? จะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า ผักกวางตุ้งไม่ได้เป็นแค่ผักโรยหน้า หรือผักจานเคียง แต่เป็นแหล่งรวมวิตามิน แคลเซียม และใยอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายจริง ๆ แถมวิธีปลูกก็ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่ทุกคนคิด ลองนำไปทำตามกันดูนะคะ รับรองว่าจะได้ผักที่ทานง่าย อร่อย และได้สุขภาพดีแบบเต็มๆ เลยค่ะ!



