พารู้จัก 46 สายพันธุ์มะม่วง ในประเทศไทยพร้อมประโยชน์ และวิธีปลูกให้ผลดก

พารู้จัก 46 สายพันธุ์มะม่วง ในประเทศไทยพร้อมประโยชน์ และวิธีปลูกให้ผลดก

By Published On: ตุลาคม 24th, 2025

นักอ่านทุก ๆ ท่านเคยทราบกันไหมว่า “มะม่วง (Mango)”เป็นผลไม้ที่มีสายพันธุ์ค่อนข้างเยอะมาก แถมอัดแน่นไปด้วยประโยชน์ ดังนั้นวันนี้ตามเราไปทำความรู้จักสายพันธุ์และ ประโยชน์ของมะม่วง แถมวิธีปลูกให้ผลดก ง่าย ๆ กันดีกว่าค่ะ ลุย…!

มะม่วง (Mango)

มะม่วง
ต้นมะม่วง

ชื่อวิทยาศาสตร์: Mangifera indica L.

ชื่อสามัญ: Mango

วงศ์: Anacardiaceae (วงศ์มะม่วง)

ถิ่นกำเนิด: ประเทศอินเดีย (ภูมิภาคเอเชียใต้) และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

มะม่วง คือ ไม้ผลยืนต้นในเขตร้อน มีถิ่นกำเนิดในภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นผลไม้เศรษฐกิจที่สำคัญและมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ผลมีรสชาติหลากหลาย ตั้งแต่เปรี้ยวเมื่อดิบไปจนถึงหวานฉ่ำเมื่อสุก และเป็นแหล่งของวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ

มะม่วง มีลำต้นตั้งตรง ขนาดของต้นจะแตกต่างกันไปตามพันธุ์แต่ละพันธุ์ล้าต้นแข็งแรง มีเปลือกหนา ใบสีเขียวเข้ม จะออกดอกติดผลในช่วงเดือน พ.ย. – ธ.ค. (ภาคกลาง) แล้วจะเก็บเกี่ยวในเดือน มี.ค. – เม.ย. ส่วนในภาคเหนือมะม่วงจะออกดอกช่วงเดือน ม.ค. และจะเก็บเกี่ยวในช่วงเดือน พ.ค. – มิ.ย. ผลมีขนาดตั้งแต่ 50 กรัมไปจนถึง 2 กิโลกรัม รูปทรงผลมีทั้ง กลม ยาวรี รูปไข่ แตกต่างไปตามพันธุ์นั้นๆ สามารถให้ผลผลิต ต่อเนื่องได้จนถึงอายุ 50-60 ปี ซึ่งนับว่าเป็นพันธุ์พืชยืนต้นที่มีอายุยืนชนิดหนึ่ง

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของมะม่วง

  • ลำต้น : ไม้ผลยืนต้นเขตร้อน ไม่ผลัดใบ ทรงพุ่ม สูงประมาณ 5-10 เมตร ลักษณะลำต้นกลม การแตกกิ่งแขนงจากลำต้นหลักจะอยู่ในระดับต่ำ เปลือกลำต้นมีสีด่างขาวเป็นวงกว้าง
  • ใบ : ใบ เป็นแบบใบเดี่ยว (simple) รูปทรงยาว (oblong) ใบเกิดบนกิ่งแบบสลับ แผ่นใบหนาแข็ง ก้านใบเรียวยาว 6-7 ซม. โคนก้านใบบวม ขอบใบเรียบ ผิวใบเขียวเข้ม ขนาดใบกว้างประมาณ 5.5-6.5 ซม. ยาวประมาณ 24-25 ซม. ดอก เป็นช่อ ดอกแบบ panicle ออกตามปลายกิ่ง ก้านดอกรูปทรงกรวยคว่ำ มีสีแดงอมชมพู
  • ดอก : ดอกประกอบด้วยดอกตัวผู้และดอกสมบูรณ์เพศ ในช่อเดียวกัน มีกลีบรองและกลีบดอกอย่างละ 5 กลีบ ดอกตัวผู้มีเกสรตัวผู้ที่ใช้ได้เพียง 1 อัน ที่เหลืออีก 4 อันเป็นเกสรตัวผู้ที่ไม่พัฒนา สำหรับดอกสมบูรณ์เพศ ประกอบด้วยรังไข่ทรงกลมแบบ superior ovary มีก้านชูเกสรตัวเมีย (style) 1 อัน และมีเกสรตัวผู้ 5 อัน ผล ค่อนข้างเล็ก ติดผลดกเป็นพวง รูปทรงผลกลมแบนเล็กน้อย ฐานผลกว้างแล้วสอบเข้าสู่ปลายผล ปลายผลมน ผลกว้างประมาณ 5.5-6 ซม.
  • ผล และเมล็ด : ผลเมื่อสุกเปลือกจะมีสีเหลืองอมเขียว เนื้อภายในสีเหลือง รสหวานอมเปรี้ยว มี 1 เมล็ด ค่อนข้างไปทางแบน เปลือกหุ้มเมล็ดหนาแข็ง มีเสี้ยนติดเปลือกเมล็ดใน 1 เมล็ด เมื่อเพาะจะได้ต้นกล้าหลายต้น (polyembyonic) การขยายพันธุ์ ท้องถิ่นภาคใต้นิยมขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ดอย่างเดียว

ตารางสายพันธุ์ของ “มะม่วง” ที่ติดผลดีในประเทศไทย

และนี่คือ ตัวอย่าง 46 สายพันธุ์มะม่วงที่มีการกล่าวถึงว่าสามารถติดผลดีในประเทศไทยค่ะ

ตารางสายพันธุ์ของ มะม่วง ที่ติดผลดีในประเทศไทย

ตัวอย่างลักษณะเฉพาะของมะม่วงแต่ละสายพันธุ์

มะม่วง เป็นไม้ยืนต้น มีต้นกำเนิดในอินเดีย โดยประเทศไทยนั้น มะม่วงจัดเป็นผลไม้เศรษฐกิจ ส่งออกเป็นอันดับ 3 ของโลกแต่ละสายพันธุ์ของมะม่วงจะมีรสชาติและลักษณะแตกต่างกันออกไป

มะม่วงขุนศรี

หนึ่งในมะม่วงสายพันธุ์โบราณ มีถิ่นกำเนิดอยู่ในย่านตลิ่งชัน รูปทรงผลแหลมและงอน หัวป้านไปด้านหลังคล้ายตัวเอส (S) ผลดิบสีเขียวมีรสเปรี้ยว ผลสุกสีจะเหลืองอมส้มนิด กลิ่นหอมเฉพาะ รสหวานปนเปรี้ยว เนื้อกรอบ

มะม่วงขุนศรี

มะม่วงอกร่อง

มะม่วงพันธุ์ท้องถิ่นไทย มีรูปทรงไข่ค่อนข้างแบน ด้านหน้าผลโค้งนูน มีร่องตื้นเป็นแนวยาวตั้งแต่บริเวณส่วนโค้งนูนจนถึงส่วนเว้าด้านล่าง อันเป็นที่มาของชื่ออกร่อง ผลอ่อนสีเขียวอ่อนหรือเขียวอมเหลือง ผลสุกมีสีเหลืองครีมหรือเหลืองอมส้ม ให้กลิ่นหอมแรง รสหวานจัดกว่ามะม่วงทุกชนิด สามารถปลูกง่าย

มะม่วงอกร่อง

มะม่วงขายตึก

มะม่วงขายตึกเป็นสายพันธุ์พื้นเมืองของไทย มีถิ่นกำเนิดจากอำเภอแปดริ้ว จังหวัดฉะเชิงเทรา รูปผลกลมรี ผลดิบสีเขียวรสหวานมันปนเปรี้ยวนิด ๆ กรอบเหมือนมะม่วงมัน ผลสุกสีเหลืองขมิ้นหวานหอม

มะม่วงขายตึก

มะม่วงอาร์ทูอีทู

อาร์ทูอีทู หรือมะม่วงแอปเปิลผลกลมมีขนาดค่อนข้างใหญ่ น้ำหนักประมาณ 800 กรัม เมื่อสุกผิวจะมีสีเหลืองส้ม เนื้อสีเหลืองมีเสี้ยนเล็กน้อย รสชาติหวานกำลังดี เปลือกค่อนข้างหนา ลักษณะเนื้อแข็งเหมือนมะละกอ

มะม่วงอาร์ทูอีทู

มะม่วงกะล่อน

พันธุ์ดั้งเดิมของมะม่วงกะล่อนพบขึ้นตามป่าธรรมชาติทุกภาคของประเทศไทย สีของเปลือกผลสุกจะเป็นสีเขียวอ่อนเกือบขาวนวล ผลโตเต็มที่ประมาณลูกปิงปอง เมล็ดใหญ่ เนื้อหุ้มเมล็ดบางและน้อย รสชาติหวานหอม

มะม่วงกะล่อน

มะม่วงฟ้าลั่น

ผิวเปลือกเป็นสีเขียวเข้ม เนื้อขาวนวล ลักษณะผิวหยาบ กรอบ มีเสี้ยนค่อนข้างน้อย รสชาติมันตั้งแต่ผลเล็ก ๆ เมื่อแก่จัดรสชาติจะหวานมัน ผลสุก ผิวเขียวปนเหลือง เนื้อเป็นสีเหลืองเนื้อค่อนข้างละเอียด รสหวานไม่จัด เมล็ด เมื่อเพาะจะมีต้นอ่อนขึ้นหลายต้นจากเมล็ดเดียว รุปร่างของเมล็ดยาว แบนมีเนื้อในเมล็ดไม่เต็ม

มะม่วงฟ้าลั่น

มะม่วงน้ำดอกไม้ม่วง

เกิดจากการผสมระหว่างน้ำดอกไม้เบอร์4 ปากน้ำกับมะม่วงหงจูของไต้หวัน จนเกิดเป็นมะม่วงที่มีโทนสีม่วงๆ ตามชื่อเรียกชัดเจน รูปผลมีปลายแหลมเหมือนน้ำดอกไม้ ผลดิบรสเปรี้ยวนิด ๆ ผลสุกสีเหลืองเข้ม หวานหอมเป็นเอกลักษณ์ เนื้อเหนียวไม่เละไม่มีเสี้ยน

มะม่วงน้ำดอกไม้ม่วง

มะม่วงแก้วขมิ้น

ถิ่นกำเนิดจากประเทศเขมร โดยชาวเขมรจะเรียกว่า “มะม่วงแก้วละเมียด” รูปทรงผลค่อนข้างใหญ่ ผลดิบมีความกรอบมัน หวานปนเปรี้ยวเล็กน้อย ผลสุกจะสีออกเหลืองสวยเหมือนขมิ้น รสหวาน กลิ่นหอมเฉพาะตัว

มะม่วงแก้วขมิ้น

มะม่วงพราหมณ์ขายเมีย

เป็นมะม่วงไทยโบราณนิยมปลูกเฉพาะถิ่นแถบ อ.บางกรวย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี กับย่านตลิ่งชัน เขตบางกอกน้อย ฝั่งธนบุรี กทม. ผลดิบสีเขียว รสชาติเปรี้ยวปนหวานและมัน ผลสุกสีเหลือง เนื้อในสีเหลืองอมส้ม หวานหอมไม่เละ ไม่มีเสี้ยน เมล็ดเล็กบาง

มะม่วงพราหมณ์ขายเมีย

มะม่วงมหาชนก

มะม่วงมหาชนก เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์โดยบังเอิญ ระหว่างพันธุ์ซันเซทกับพันธุ์หนังกลางวัน ตั้งชื่อว่า “มหาชนก” หรือ “ราชาทรงโปรด” ผลดิบเป็นสีเขียว รสเปรี้ยว ผลสุกผิวสีเหลืองทองจนถึงสีแดงทั้งผล กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว รสชาติหวาน หอม เนื้อแน่น เปลือกหนา เมล็ดลีบบาง

มะม่วงมหาชนก

มะม่วงตลับนาค

มะม่วงตลับนาค สายพันธุ์โบราณหายาก ผลกลมคล้ายรูปหัวใจ รูปทรงน่ารัก ออกดกเป็นพวงผลใหญ่ รสชาติเปรี้ยวจัด เหมาะทำยำสับเป็นเส้น ผลสุกหวานหอมอมเปรี้ยวนิดๆ นิยมนำมาแปรรูปทำเป็นมะม่วงกวน มะม่วงแผ่น เนื้อเยอะละเอียด

มะม่วงตลับนาค

มะม่วงน้ำดอกไม้ เบอร์ 4

เป็นหนึ่งในตระกูลมะม่วงน้ำดอกไม้ที่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์ให้มีขนาดหลากหลาย จึงกำหนดเรียกขนาดไปตามเบอร์ ซึ่งน้ำดอกไม้เบอร์4 นี้ให้รูปทรงผลใหญ่พอเหมาะ รียาว ปลายผลรียาวสวยงาม ออกผลค่อนข้างดก ผลดิบสีเขียวรสเปรี้ยวจัดฉ่ำน้ำ ผลสุกสีเหลืองอมส้มนิด ๆ รสหวานหอมอร่อย

มะม่วงน้ำดอกไม้ เบอร์ 4

มะม่วงลิ้นงูเห่า

เป็นมะม่วงพันธุ์ไทยโบราณ ลักษณะเด่นประจำพันธุ์คือ เป็นมะม่วงติดผลดกมากตามฤดูกาล รูปทรงเรียวยาวและใหญ่ เมล็ดลีบและบาง ผลดิบรสเปรี้ยวจัด ฉ่ำน้ำและกรอบ มีกลิ่นหอมแบบเปรี้ยว ๆ ผลสุกเปลือกผลจะเป็นสีเหลืองเข้มอมส้มสวยงาม เนื้อสุกเป็นสีเหลืองเข้มหรือสีส้ม รสชาติหวานหอม

มะม่วงลิ้นงูเห่า

มะม่วงงาช้างแดง

มีถิ่นกำเนิดจากประเทศไต้หวันและกระจายพันธุ์ไปประเทศแถบเขตร้อนทั่วไป รูปผลสวยปลายงอนเหมือนงาช้าง มีขนาดใหญ่ น้ำหนักเต็มที่ถึง 4 กิโลกรัม ผลดิบสีเขียวอมม่วงและค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม รสเปรี้ยว กรอบฉ่ำน้ำ ผลสุกสีเหลืองอมส้ม รสหวานหอม

มะม่วงงาช้างแดง

มะม่วงเขียวเสวย

มะม่วงเขียวเสวย เป็นมะม่วงท้องถิ่นที่มีต้นกำเนิดในประเทศไทย เมื่อผลยังอ่อนจะมีเปลือกสีเขียวเข้ม ส่วนเนื้อผลมีสีขาว และมีรสเปรี้ยว เมื่อแก่ เปลือกมีสีเขียวอมเทาหรือมีนวล ส่วนเนื้อมีสีขาวขุ่น มีรสหวานมัน และเมื่อสุก เปลือกผลจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อน เนื้อด้านในมีสีเหลือง เนื้อละเอียด และค่อนข้างแน่น ไม่เละง่าย

มะม่วงเขียวเสวย

มะม่วงน้ำดอกไม้มัน

เป็นมะม่วงพันธุ์หนัก อายุการเก็บเกี่ยว 100-120 วัน ผลผลิตในช่วงฤดู มีน้ำหนักผล 550-940 กรัม เปลือกผลดิบสีเขียว มีเนื้อสีขาว รสหวานอมเปรี้ยว เปลือกผลสุก สีเหลืองอมเขียว ลักษณะของเนื้อละเอียด มีสีเหลืองและมีรสหวาน

มะม่วงน้ำดอกไม้มัน

มะม่วงแรด

เป็นพันธุ์ไทยแท้ ๆ ที่นิยมปลูกตามบ้านหรือปลูกเพื่อเก็บผลขาย ส่วนใหญ่จะปลูกเพื่อรับประทานผลดิบ เพราะมีรสชาติหวานมันปนเปรี้ยวนิดๆ ผลสุกมีความหวานประมาณ 20 องศาบริกซ์ มีรสเปรี้ยวเจือปนเล็กน้อย เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบรับประทานรสหวานจัด

มะม่วงแรด

ข้อมูลโภชนาการของมะม่วง

ข้อมูลโภชนาการ ปริมาณต่อ 100 กรัม

สารอาหารปริมาณหน่วย
แคลอรี (kcal)60แคลอรี
น้ำ85กรัม
โปรตีน0.82กรัม
คาร์โบไฮเดรต15กรัม
ไฟเบอร์1.6กรัม
น้ำตาลทั้งหมด13.7กรัม
แมกนีเซียม10มิลลิกรัม
โพแทสเซียม168มิลลิกรัม
ฟอสฟอรัส14มิลลิกรัม
โซเดียม14มิลลิกรัม
สังกะสี0.09มิลลิกรัม
วิตามินซี กรดแอสคอร์บิกทั้งหมด36.4มิลลิกรัม
วิตามินบี0.028มิลลิกรัม

แหล่งข้อมูลประกอบ: USDA

ประโยชน์และสรรพคุณของมะม่วง

มะม่วง
  1. ใช้บำรุงธาตุ
  2. ใช้บำรุงกระเพาะอาหาร
  3. ช่วยทำให้กระปรี้กระเปร่า
  4. แก้ร้อนในกระหาย้ำ
  5. แก้บิดมูกเลือด
  6. ใช้เป็นยาระบายช่วยในการขับถ่าย
  7. ช่วยขับปัสสาวะ
  8. แก้วิงเวียนศีรษะ
  9. ช่วยแก้เบาหวาน
  10. แก้ลำไส้อักเสบ
  11. แก้ท้องอืด
  12. แก้ตานขโมยในเด็ก
  13. แก้ไข้ตัวร้อน
  14. แก้จมูกอักเสบ
  15. แก้คอตีบ
  16. ใช้ขับพยาธิ
  17. แก้ปวดเมื่อยปวดประจำเดือน
  18. ป้องกันโรคหัวใจ
  19. ช่วยลดความดัน
  20. ป้องกันมะเร็ง
  21. บำรุงสายตา
  22. บำรุงผิวพรรณและเส้นผม
  23. บำรุงสมอง
  24. ช่วยลดระดับไขมันเลว
  25. เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย

วิธีการปลูกมะม่วง

มะม่วง เป็นไม้ผลเมืองร้อนสามารถปลูกได้ทุกภาคของประเทศไทย ทั้งนี้เพราะมะม่วงเป็นไม้ผลไม้ที่ขึ้นได้ง่าย เจริญเติบโตเร็ว สามารถขึ้นได้ในดินแทบทุกชนิดตั้งแต่ดินเหนียวจนถึงดินร่วนปนกรวด แต่ดินที่ เหมาะสมที่สุดควรเป็นดินร่วนปนทรายหรือเป็นดินที่มีอินทรีย์วัตถุอยู่มาก ไม่เหนียวจนเกินไป ระบายน้้าได้ดี และมีความเป็นกรด – เป็นด่างของดิน (pH) ประมาณ 5.5 – 7.5

ผลมะม่วง
ผลมะม่วง
  • ขั้นตอนที่ 1 เลือกกิ่งพันธุ์

    • คัดเลือกกิ่งพันธุ์ต้นมะม่วงที่มีระบบรากแข็งแรง ติดดอกออกผลง่าย เจริญเติบโตได้ดี มาใช้ในการปักชำ (สำหรับมะม่วงน้ำดอกไม้ แนะนำให้ใช้พันธุ์ตลับนาค) โดยก่อนปลูก 1-2 วัน ต้องงดน้ำ เพื่อให้ดินในถุงแห้ง ป้องกันดินแตกเวลาปลูก
  • ขั้นตอนที่ 2 เตรียมดินเพาะ

    • ใช้จอบ หรือ เสียม ขุดหลุมปลูก ให้มีความลึกประมาณ 50 เซนติเมตร จากนั้น นำปุ๋ยคอกมาผสมลงในหลุมปลูก ต้นละ 5 กิโลกรัม
  • ขั้นตอนที่ 3 การเพาะ

    • ย้ายกิ่งพันธุ์มะม่วงลงในหลุมปลูก โดยให้ระดับของดินในถุงสูงกว่าระดับดินปากหลุมเล็กน้อย แล้วกลบดินปากหลุมให้มิด
    • ปักไม้หลักและผูกเชือกยึด เพื่อป้องกันลมโยก และ กิ่งพันธ์ุโอนเอน
    • หาวัสดุคลุมดินบริเวณโคนต้น เช่น ฟางข้าว หญ้าแห้ง เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้น
  • ขั้นตอนที่ 4 การให้ปุ๋ย

    • ปุ๋ยปรับสภาพดิน ใส่ ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ผสมให้เข้ากันกับดินในหลุม เพื่อปรับสภาพดินให้มีความร่วนซุย มีธาตุอาหาร เหมาะสำหรับการเจริญเติบโต
    • ปุ๋ยอินทรีย์ ใส่ปีละ 2 ครั้ง คือ ช่วงต้นฤดูฝน และ ปลายฤดูฝน โดยการขุดพรวนดินรอบ ๆ ต้น แล้วหว่านปุ๋ยลงไป กลบดินบาง ๆ แล้วรดน้ำให้ชุ่ม
    • ปุ๋ยเคมี ระยะที่เป็นต้นกล้า ให้ใส่ปุ๋ยแอมโมเนี่ยมซัลเฟต 2 – 4 ช้อนแกงผสมน้ำ 1 ปี๊บ รดที่ต้นกล้าเดือนละ 2 ครั้ง
      • ระยะที่ยังไม่ให้ผล ใส่ปุ๋ยสูตร 4-7-5 หรือ 4-9-3 เพื่อเพิ่มธาตุอาหารในดิน
      • ระยะที่ให้ผลแล้ว ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16
  • ขั้นตอนที่ 5 การให้แสง

    • มะม่วงชอบอากาศร้อน ทนแล้งทนแดดได้ จึงเหมาะสำหรับปลูกกลางแจ้ง
  • ขั้นตอนที่ 6 การให้น้ำ

    • ต้นมะม่วง ในระยะแรก เป็นพืชที่ต้องการน้ำมาก จึงควรรดน้ำเป็นประจำสม่ำเสมอ ให้ดินชุ่มชื้นตลอดเวลา พอเริ่มตั้งตัวได้แล้ว จึงลดปริมาณเหลือ 3 – 4 วัน/ครั้ง
    • ในช่วงแตกกิ่งและติดผล จะต้องรดน้ำทุกวัน อย่าให้ขาด
  • ขั้นตอนที่ 7 การตัดแต่งกิ่ง

    • เมื่อปลูกจนต้นมะม่วงสูงประมาณ 1 เมตร แต่ยังไม่แตกกิ่งก้านสาขา ให้ใช้กรรไกรหรือมีดคมตัดปลายยอดทิ้ง เพื่อให้ต้นมะม่วงแตกกิ่งก้านสาขาออกมา
    • หากพุ่มต้นมะม่วงหนาทึบเกินไป ให้ตัดแต่งกิ่งจากด้านใน และ ตัดเปิดพุ่มทรงกลาง เพื่อให้แสงแดดส่องมาอย่างทั่วถึง จะทำให้ต้นมะม่วงสังเคราะห์แสง ออกดอกออกผลได้ดียิ่งขึ้น
  • ขั้นตอนที่ 8 การเก็บเกี่ยว

    • หลังจากต้นมะม่วงเริ่มออกผล ขนาดเท่าไข่ไก่ ให้นำถุงคาร์บอนมาผูกครอบเอาไว้ เพื่อป้องกันแมลงและศัตรูพืชมากัดกิน และ ทำให้ผิวมะม่วงสวยงาม น่ารับประทาน
    • 45 วัน ต่อมา ให้สุ่มตรวจเก็บมะม่วงจากหลาย ๆ ต้น มาแช่น้ำ เพื่อทดสอบความอ่อนแก่ หาก 8 ใน 10 ลูก จมน้ำ ก็แสดงว่าผลมะม่วงส่วนใหญ่สุกดีแล้ว สามารถเริ่มเก็บเกี่ยวได้เลย (การทดสอบความสุกของมะม่วง โดยการแช่น้ำ อาจจะเหมาะสมเฉพาะ มะม่วงน้ำดอกไม้ ไม่เหมาะกับมะม่วงชนิดอื่น ๆ)
    • ทั้งนี้ หากเป็นฤดูร้อน ผลมะม่วงจะสุกพร้อมเก็บเกี่ยวเร็วขึ้น แต่ถ้าเป็นฤดูหนาว จะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ช้าลง อาจต้องรออีกประมาณ 60 วัน ถึงจะเริ่มเก็บผลผลิตได้

มะม่วง เป็นผลไม้ที่มีสายพันธุ์ ประโยชน์ค่อนข้างเยอะมาก โดยบางสายพันธุ์เราก็รู้จัก แต่บางสายพันธุ์ก็โบราณจนไม่แม้แต่จะเคยได้ยินชื่อ ส่วนตัวไรต์เตอร์ค่อนข้างชอบพันธุ์ “ตลับนาค” ด้วยลักษณะผลที่กลมน่ารัก เลยอยากจะลองชิมดูว่าเนื้อของมันจะรสชาติเป็นอย่างไร และหากใครสนใจต้องการนำไปปลูกเพื่อสร้างอาชีพ หรือรับประทานเอง หวังว่าวิธีการที่นำมาฝากจะช่วยได้นะคะ :)

แชร์บทความนี้

แสดงความคิดเห็น