
มะตูมคืออะไร? พร้อมสรรพคุณเด่นที่สายรักสุขภาพไม่ควรพลาด
หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อมะตูม หรือเคยดื่มน้ำมะตูมกันมาบ้าง แต่รู้ไหมว่าผลไม้ไทยชนิดนี้มีคุณค่าทางโภชนาการและสรรพคุณที่น่าสนใจกว่าที่คิด วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักมะตูมให้มากขึ้น พร้อมสรรพคุณเด่นที่สายรักสุขภาพไม่ควรพลาดค่ะ
รู้จักมะตูม ผลไม้ไทยมากสรรพคุณ
มะตูม คือ ไม้ยืนต้นชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Aegle marmelos ผลมีเปลือกแข็ง เนื้อในสีส้ม กลิ่นหอม นิยมนำมาทำน้ำมะตูมแก้ร้อนใน บำรุงธาตุ และเป็นยาสมุนไพรพื้นบ้านแก้ท้องเสีย ขับลม นอกจากนี้ ยังถือเป็นไม้มงคลตามความเชื่อพราหมณ์-ฮินดูและไทย จัดเป็นพืชในวงศ์ Rutaceae เดียวกับส้ม
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของมะตูม มะตูมเป็นไม้ยืนต้นสูงประมาณ 10 เมตร มีหนามยาวแข็ง ใบประกอบมีใบย่อย 3 ใบ ผลเมื่อสุกมีเปลือกแข็งสีเหลืองอมน้ำตาล ยางเหนียวข้น
ลำต้น มีเปลือกสีเทา แตกกิ่งก้านหนาแน่นและมีหนามตรง ยาวแข็ง
ใบ มีใบประกอบแบบนิ้วมือ มี 3 ใบย่อย มีลักษณะเป็นรูปไข่หรือรูปหอก ใบปลายใหญ่กว่าใบข้าง ปลายใบแหลม แผ่นใบบางเรียบเงามัน
ดอก ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบและปลายกิ่ง สีขาวนวลหรือเขียวอมเหลือง มีกลิ่นหอมมาก
ผล ผลสดจะมีทรงกลมหรือรี เปลือกหนาและแข็งมาก ผลอ่อนสีเขียว ผลสุกสีเขียวอมเหลือง เนื้อในมีสีส้มปนเหลือง นิ่ม มีน้ำยางเหนียวเหนอะ
เมล็ด เมล็ดแบนจำนวนมากฝังอยู่ในเนื้อหุ้มเมล็ดเหนียว ๆ
วิธีเลือกมะตูมคุณภาพดี ดูยังไงไม่ให้พลาด
การเลือกมะตูมให้ได้คุณภาพดี ควรสังเกตทั้งลักษณะภายนอก ความสด และกลิ่น เพราะมะตูมที่ดีจะให้รสชาติหอมหวาน และยังคงคุณค่าทางโภชนาการได้ครบถ้วนมากกว่า แต่ถ้าใครยังไม่มั่นใจล่ะก็ วันนี้เรามีวิธีเลือกมะตูมให้ได้คุณภาพดีมาฝากกันแล้วค่ะ
ดูยังไงว่ามะตูมผลนี้ สดใหม่ น่าทาน
- เปลือกต้องเขียวเข้ม ผิวเรียบเนียน ไม่แตกหัก หากเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อนแสดงว่าสุกกำลังดี (เนื้อจะหวาน)
- เนื้อสัมผัสต้องแข็งและแน่น เมื่อกดต้องไม่ยุบหรือเละ
- เคาะแล้วเสียงแน่นทึบ ถ้าเสียงโปร่งแสดงว่าเนื้อน้อยหรือแห้ง
- ผลที่มีน้ำหนักมากแสดงว่าเนื้อแน่นและมีน้ำเยอะ
- ต้องมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ไม่หอมหวานจนเกินไป (หอมหวานเกินไปอาจสุกเกินไปจนเละ)
เปิดสรรพคุณของมะตูม ช่วยเรื่องอะไรบ้างนะ
มะตูมเป็นผลไม้สมุนไพรไทยที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์มาอย่างยาวนาน ทั้งในรูปแบบผลสด ผลแห้ง และเครื่องดื่มอย่างน้ำมะตูม นอกจากความหอมหวานเฉพาะตัวแล้ว ยังมีสรรพคุณที่น่าสนใจหลายด้าน ไปดูกันเลยค่ะ
สรรพคุณของมะตูม
- ดูแลระบบทางเดินอาหาร ผลอ่อนและผลแก่ที่ยังไม่สุกช่วยแก้ท้องเสีย แก้บิด แก้อาการท้องเดิน ท้องร่วงเรื้อรังในเด็ก แก้ท้องผูก และช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหาร
- ขับลมและเจริญอาหาร แก้ลมจุกเสียด แน่นท้อง แก้ธาตุพิการ และทำให้เจริญอาหาร
- แก้ร้อนในและบำรุงร่างกาย น้ำมะตูมที่นิยมดื่มกันนั้น ช่วยลดอาการร้อนใน ดับกระหาย บำรุงธาตุ และบำรุงกำลังได้
- มีสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ มะตูมมีสารจากพืชที่ช่วยดูแลร่างกาย และสนับสนุนสุขภาพโดยรวม เมื่อรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม
สรรพคุณอื่น ๆ
- ใบมะตูม มีสรรพคุณช่วยบำรุงธาตุและแก้ไข้ อีกทั้งรากยังสามารถแก้หอบหืดและลดความดันโลหิตสูงได้ แถมมะตูมยังมีวิตามินบี1 และวิตามินบี2 ซึ่งช่วยบำรุงร่างกาย และลดอาการชาตามปลายมือปลายเท้าอีกด้วย
เห็นไหมคะว่ามะตูมลูกเล็ก ๆ สีเหลือง ๆ นี่ ประโยชน์ไม่ธรรมดาเลย พอรู้สรรพคุณกันแล้ว คราวนี้มาลองดูต่อกันดีกว่าว่า ระหว่างมะตูมสดกับมะตูมแห้งต่างกันยังไง แล้วแบบไหนจะเหมาะกับเรามากกว่ากันนะ
มะตูมสด vs มะตูมแห้ง ต่างกันอย่างไร แบบไหนดีกว่า
มะตูมสามารถนำมาบริโภคได้ทั้งแบบสดและแบบแห้ง ซึ่งแต่ละแบบมีจุดเด่นแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการนำไปใช้

มะตูมสด
ให้กลิ่นหอมสดชื่น รสชาติหวานละมุน และกลิ่นไม่ฉุนจนเกินไป นิยมนำมาทำน้ำมะตูมสด ผ่าเนื้อสุกกิน หรือนำไปแช่อิ่ม มีสรรพคุณแก้บิด แก้โรค กระเพาะอาหาร แก้ธาตุพิการ และบำรุงกำลัง
ข้อเสีย: เก็บรักษาได้ยาก เสียไว
มะตูมสดเหมาะสำหรับ: คนที่ต้องการกลิ่นหอมนุ่มนวล อร่อย และทำเครื่องดื่มสดชื่น

มะตูมแห้ง
มีกลิ่นหอมเข้มข้น หอมแรงกว่าเดิมเมื่อนำไปต้ม สะดวกในการจัดเก็บมากกว่า เหมาะกับการต้มเป็นน้ำดื่มสมุนไพร มีสรรพคุณช่วยแก้อาการท้องร่วง ท้องเสียเรื้อรัง แก้บิด(จากสารแทนนิน) และช่วยให้เจริญอาหาร
ข้อดี: เก็บได้นาน หาซื้อได้ง่ายตลอดทั้งปี
มะตูมแห้งเหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการเก็บรักษาได้นาน ใช้ง่าย และเน้นสรรพคุณทางยา
แล้วแบบไหนดีกว่ากันนะ? จริง ๆ แล้วไม่มีแบบไหน “ดีกว่า” แบบชัดเจน ขึ้นอยู่กับการใช้งานและไลฟ์สไตล์ หากต้องการความสดและใยอาหารเต็ม ๆ มะตูมสดอาจตอบโจทย์ แต่ถ้าเน้นความสะดวกและการเก็บรักษานาน มะตูมแห้งก็เป็นตัวเลือกที่ดีนะคะ🌿
มะตูมแปรรูปมีอะไรบ้าง และยังได้ประโยชน์อยู่ไหม

1. น้ำมะตูม เป็นเมนูที่ฮิตติดลมบนตลอดกาล มาพร้อมสรรพคุณช่วยดับกระหาย บำรุงธาตุไฟ และช่วยให้เจริญอาหาร

2. มะตูมแห้ง สรรพคุณคล้ายกับน้ำมะตูม แต่เก็บได้นานกว่าและยังคงกลิ่นหอมเฉพาะตัว

3. มะตูมเชื่อม/มะตูมกวน มักนิยมนำไปเป็นของหวานหรือของฝาก รสชาติหวานขึ้น แต่มีน้ำตาลสูงกว่ารูปแบบอื่น

4. ผงมะตูมชงดื่ม เหมาะกับคนที่ต้องการความสะดวกสบายเป็นที่สุด เพราะชงง่าย พกพาก็ง่าย แถมยังเก็บได้นานมากกว่ารูปแบบอื่นอีกด้วย
ข้อควรรู้ก่อนดื่มน้ำมะตูม มีน้ำตาลสูงไหมนะ?
แม้น้ำมะตูมจะหอม หวาน ดื่มง่าย และมีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่ก็มีข้อควรรู้ก่อนดื่มเช่นกัน มาดูกันว่ามีอะไรที่ควรระวังบ้าง
- ผู้ป่วยเบาหวาน มะตูมมีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด หากดื่มร่วมกับยารักษาเบาหวานอาจทำให้ระดับน้ำตาลต่ำเกินไป ควรปรึกษาแพทย์
- สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อนดื่ม เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยเพียงพอ
- ผู้ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด ควรงดดื่มอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด เพราะอาจส่งผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
- ผู้ที่ต้องการวางแผนมีบุตร: การดื่มน้ำมะตูมเข้มข้นหรือกินใบมะตูมสดเป็นประจำ อาจส่งผลต่อการลดระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในเพศชาย ซึ่งอาจทำให้มีบุตรยากชั่วคราว
- คนธาตุเย็น/ท้องเสียง่าย: มะตูมมีฤทธิ์เย็น หากดื่มมากไปอาจทำให้ท้องเสียหรือแน่นท้องได้
เห็นไหมคะ มะตูมไม่ได้เป็นแค่ผลไม้พื้นบ้านธรรมดา แต่เป็นตัวช่วยดูแลสุขภาพแบบธรรมชาติที่ทั้งดื่มง่าย หาทานสะดวก และมีประโยชน์รอบด้าน ใครที่กำลังมองหาทางเลือกดูแลตัวเองแบบเรียบง่ายแต่ได้ผล มะตูมก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามเลยค่ะ



