รู้จัก “ตำลึง” ผักบ้าน ๆ แต่สรรพคุณไม่ธรรมดา

รู้จัก “ตำลึง” ผักบ้าน ๆ แต่สรรพคุณไม่ธรรมดา

By Published On: กุมภาพันธ์ 5th, 2026

ตำลึงเป็นผักพื้นบ้านที่หลายคนคุ้นเคย เห็นกันจนชินตาตามรั้วหรือในจานอาหาร แต่รู้ไหมว่าผักบ้าน ๆ ชนิดนี้ซ่อนสรรพคุณดี ๆ ต่อสุขภาพเอาไว้มากกว่าที่คิด วันนี้เราจะพามาทำความรู้จักตำลึงให้ลึกขึ้นอีกนิด ว่าดีต่อร่างกายอย่างไร และทำไมถึงควรมีติดครัวไว้ ลองอ่านต่อไปพร้อมกัน แล้วคุณอาจมองผักตำลึงเปลี่ยนไปก็ได้น้า 🥬

ตำลึงคืออะไร ทำไมถึงเป็นผักพื้นบ้านคู่ครัวไทย

เนื่องจากตำลึงมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักชื่อเรียกของตำลึงกันก่อนเลยค่ะ
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Coccinia grandis Voigt
ชื่อภาษาอังกฤษ: Ivy gourd
แถมยังมีชื่อบ้านๆ ภาษาไทย: แคเด๊าะ (แม่ฮ่องสอน), ผักแคบ (ภาคเหนือ), ผักตำนิน (ภาคอีสาน), ตำลึง (ภาคกลาง)

ตำลึง คือ พืชเถาชนิดหนึ่ง ใบเป็นใบเดี่ยว แผ่นใบแผ่เว้าเป็น 5 แฉก ที่คนไทยนิยมนำยอดอ่อนและใบมาปรุงอาหารหลากหลายเมนู เช่น แกงจืด ต้มเลือดหมู ตำลึงเป็นผักพื้นบ้านที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะวิตามินเอ (เบต้าแคโรทีน) แคลเซียม และใยอาหาร แถมยังมีสรรพคุณทางยาเป็นสมุนไพรฤทธิ์เย็นที่ช่วยดับพิษร้อน แก้ตาแดงตาฟาง และลดน้ำตาลในเลือดได้

 

ทำไมตำลึงถึงเป็นผักพื้นบ้านคู่ครัวไทย

  • หาได้ง่ายและโตเร็ว ตำลึงเป็นไม้เลื้อยที่ขึ้นเองตามรั้วหรือต้นไม้ทั่วไป พบเห็นได้ง่ายตามธรรมชาติ
  • เป็นสมุนไพรฤทธิ์เย็น ในตำราแพทย์แผนไทย 
  • ประโยชน์โภชนาการสูง เนื่องจากอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีนและวิตามินเอสูงมาก 
  • รสชาติอร่อยและทำอาหารได้หลากหลาย ยอดอ่อนและใบตำลึงมีเนื้อสัมผัสละมุน มักนำมาทำเมนูยอดนิยม เช่น แกงจืดตำลึงหมูสับ
  • ปลอดภัยและไร้สารพิษ เนื่องจากเป็นพืชที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ ทำให้มั่นใจได้ว่าไม่มีการใช้สารเคมีหรือยาฆ่าแมลง

ตำลึงช่วยอะไรบ้าง? สรรพคุณดี ๆ ที่หลายคนยังไม่รู้

รู้กันไหมคะว่าตำลึงจริง ๆ แล้วทานได้เกือบทุกส่วนเลย แถมแต่ละส่วนก็ยังมีประโยชน์ไม่เหมือนกันอีกด้วย ใครที่ยังไม่เคยรู้ วันนี้เรารวบรวมมาให้ครบแล้ว เลือกส่วนที่ตรงใจ แล้วนำไปลองทานกันได้เลยค่ะ

ตำลึงช่วยอะไรบ้าง? สรรพคุณดี ๆ ที่หลายคนยังไม่รู้ 01
ตำลึงช่วยอะไรบ้าง? สรรพคุณดี ๆ ที่หลายคนยังไม่รู้ 02

สรรพคุณของตำลึงในแต่ละส่วน

ใบ: มีฤทธิ์เย็น ช่วยดับพิษร้อน ถอนพิษ แก้แสบคัน บรรเทาอาการเริม งูสวัด บำรุงสายตา และสามารถใช้พอกแผลอักเสบได้
เถา: มีฤทธิ์เย็น ช่วยรักษาโรคตาเจ็บ ตาแดง ตาฟาง ตาช้ำ และมีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด
ผล: ช่วยรักษาโรคผิวหนัง บรรเทาอาการอักเสบของหลอดลม และสามารถนำมาฝนทาสิวเสี้ยนได้
ราก: มักจะนำมาต้ม เพื่อดื่มแก้ไข้ แก้ไอ แก้คัน แก้พิษงู และลดอาการอาเจียน

ประโยชน์ทางโภชนาการและสุขภาพอื่น ๆ

  • ลดน้ำตาลในเลือด เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน โดยใช้เถาแก่ต้มดื่ม หรือใช้ใบ/ผลทำเครื่องดื่ม 
  • บำรุงสายตา อุดมด้วยเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยป้องกันการเสื่อมของศูนย์จอตา เหมาะสำหรับผู้ใช้หน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ 
  • แก้ท้องผูก มีไฟเบอร์สูง ช่วยระบบขับถ่าย
  • บำรุงสุขภาพ ช่วยป้องกันโรคหัวใจขาดเลือดและอัมพาต

แล้วผลอ่อนกับผลแก่ สามารถทานได้เหมือนกันหรือเปล่านะ?

แล้วผลอ่อนกับผลแก่ สามารถทานได้เหมือนกันหรือเปล่านะ?

ผลตำลึงอ่อน(สีเขียว) กับ ผลตำลึงแก่(สีส้ม-แดง) ถึงจะมีหน้าตาและสีต่างกัน แต่จริง ๆ แล้วทานได้ทั้งคู่เลยนะคะ แค่คุณประโยชน์ที่ได้จะไม่เหมือนกัน งั้นมาดูกันต่อดีกว่าว่าแต่ละแบบมีข้อดีอะไรบ้าง และเหมาะกับเอาไปทานแบบไหน

ผลตำลึงอ่อน (สีเขียว)

  • รสชาติ/เนื้อสัมผัส: เนื้อแน่น กรอบ มีรสขมและเฝื่อนเล็กน้อย
  • นิยมปรุงใส่ในแกงเผ็ด, แกงคั่ว, ดอง หรือผ่าครึ่งทุบพอแตกเคล้าเกลือคั้นน้ำเฝื่อนออกก่อนทำอาหาร
  • คุณประโยชน์: มีรสเย็น ช่วยดับพิษร้อน แก้ไข้ได้ดี

ผลตำลึงแก่/สุก (สีส้ม-แดง)

  • รสชาติ/เนื้อสัมผัส: เนื้อนุ่ม ผิวบาง รสหวานหอม
  • สามารถทานสดได้ทันที หรือจะนำไปเชื่อมเพื่อเพิ่มรสชาติความหวานก็ได้
  • ประโยชน์: วิตามินสูง ช่วยบำรุงสายตา และสามารถบรรเทาอาการอักเสบของหลอดลมได้

ตำลึง กินทุกวันได้ไหม มีข้อจำกัดอะไรบ้าง?

โดยปกติแล้ว ตำลึงสามารถทานได้ทุกวัน เนื่องจากเป็นผักพื้นบ้านที่หาได้ง่ายและมีประโยชน์สูง ทั้งวิตามินเอ แคลเซียม และกากใย ช่วยบำรุงสายตาและลดน้ำตาลในเลือด แต่ก็มีข้อควรระวังอยู่เล็กน้อย ดังนี้

ข้อจำกัดและข้อควรระวังในการกินตำลึง

  • ผู้ป่วยเบาหวาน สรรพคุณของตำลึงช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ดี แต่หากกินในปริมาณมากร่วมกับยาเบาหวาน อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดต่ำลงมากเกินไป (ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ) จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ลักษณะใบตัวผู้/ตัวเมีย ใบตำลึงตัวผู้มีลักษณะหยักเว้าลึก ไม่นิยมรับประทานเพราะอาจทำให้ท้องเสีย ส่วนใบตัวเมีย (ใบหยักตื้น/กลม) ปลอดภัยและอร่อยกว่า
  • สารปนเปื้อน หากไม่มั่นใจว่าตำลึงที่ได้รับมา เป็นตำลึงที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หรือตำลึงที่เกษตรกรปลูกไว้เพื่อขาย ควรล้างทำความสะอาดให้ดีเพื่อลดสารพิษจากยาฆ่าแมลง
  • สตรีมีครรภ์ ควรทานแต่พอดี เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่เพียงพอเกี่ยวกับความปลอดภัยในการกินปริมาณมาก

เป็นยังไงกันบ้างคะ จากผักริมรั้วธรรมดา ๆ กลายเป็นผักประโยชน์เพียบแบบนี้ ใครมีตำลึงอยู่ใกล้ตัว อย่าลืมลองนำมาใช้ให้คุ้ม รับรองว่าดีต่อทั้งร่างกายและมื้ออาหารแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ผักผลไม้ทุกอย่างทานแต่พอดีก็ดีที่สุดนะคะ ถึงจะมีประโยชน์แค่ไหน แต่ถ้าทานมากเกินไปก็อาจส่งผลไม่ดีกับร่างกายได้เหมือนกัน

นักเขียนตัวเล็กๆ ที่หลงรักต้นไม้และกลิ่นดินหลังฝนตก ชอบแบ่งปันเรื่องปลูกผัก ดูแลสวน และเคล็ดลับง่ายๆ ให้ทุกคนสนุกกับการทำสวนได้ในแบบของตัวเอง 🌱

แชร์บทความนี้

แสดงความคิดเห็น