
รู้จัก ผักกาดแก้ว ปลูกง่าย ประโยชน์มากมายที่คาดไม่ถึง
ผักสวนครัว มากคุณประโยชน์ ที่ทุกคนต้องรู้จัก อย่าง ผักกาดแก้ว นอกจากจะนำมาทำอาหารเพื่อความอร่อยแล้ว ประโยชน์มันยังมีมากกว่าที่ทุกคนคิด! บทความนี้เลยจะพาไปรู้จักกับ ผักกาดแก้ว วิธีปลูกผักกาดแก้ว ให้มากขึ้นกัน ไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ!!
ผักกาดแก้ว (Iceberg Lettuce)

ชื่อวิทยาศาสตร์: Lactuca sativa var. capitata หรือ Lactuca sativa (เป็นสปีชีส์ของผักกาดหอมทั้งหมด)
ชื่อสามัญ: Iceberg Lettuce, Crisphead Lettuce, Head Lettuce
วงศ์: Asteraceae (วงศ์ทานตะวัน)
ถิ่นกำเนิด: ทวีปยุโรป และ ทวีปเอเชีย (โดยรวมสำหรับผักกาดหอม) และบริเวณเมดิเตอร์เรเนียน (สำหรับผักกาดหอมต้นกำเนิด)
ผักกาดแก้ว เป็นพืชชนิดล้มลุก ใบสีเขียวอ่อน ลำต้นเป็นกอ ขอบใบหยัก และบางกรอบ ม้วนห่อเป็นหัว แบบหลวม ๆ ทางทวีปยุโรป เรียกว่า lceberg ก็เนื่องมาจาก ที่กรุบกรอบ เหมือนอย่างก้อนน้ำแข็ง ไอซ์เบิร์กนั่นเอง
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของผักกาดแก้ว
- ลักษณะต้น : เป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก มีอายุสั้นฤดูเดียว ลำต้นเดี่ยว มีลักษณะกลม ๆ อวบอ้วน มีข้อสั้น ๆ จะมีก้านใบหนา และอวบน้ำหุ้มอยู่ ออกเรียงสลับโดยรอบ ๆ ปกคลุมที่โคนลำต้น จะห่อหัวกลม สีขาวนวล เป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก มีอายุสั้นฤดูเดียว ลำต้นเดี่ยว มีลักษณะกลม ๆ อวบอ้วน มีข้อสั้น ๆ จะมีก้านใบหนา และอวบน้ำหุ้มอยู่ ออกเรียงสลับโดยรอบ ๆ ปกคลุมที่โคนลำต้น จะห่อหัวกลม สีขาวนวล
- ลักษณะใบ : เป็นใบเลี้ยงเดี่ยว ออกตรงโคนลำต้น ออกตามข้อสั้น ออกเรียงสลับรอบ ๆ ใบอยู่ด้านนอกใหญ่กว่าใบข้างในเล็กกว่า ห่อหัวกลมแน่น ใบมีลักษณะทรงกลมรี โคนใบกว้างใหญ่กว่า มีใบหนาเป็นคลื่น เห็นเส้นใบชัดเจน ขอบใบเว้า ใบมีสีเขียวอ่อน สีขาวนวล มีก้านใบสั้น เป็นกาบหนาอวบน้ำ ก้านมีสีขาวนวล รสชาติหวานกรอบ
- ลักษณะดอก : ออกเป็นช่อ ก้านช่อดอกใหญ่ยาว มีแขนงก้านย่อยมาก แบบเชิงหลั่น มีดอกย่อยออกโคนไปที่ปลายยอด ดอกมีลักษณะเล็ก ๆ กลีบดอกมีสีเหลือง กลีบเลี้ยงสีเขียวอ่อน
- ลักษณะผล : มีผลเป็นเมล็ด อยู่ในรังไข่ มีเมล็ดจำนวนมาก มีลักษณะทรงหอก แบนยาวรี มีเปลือกหุ้มเมล็ด มีสีน้ำตาล
- ลักษณะราก : เป็นระบบรากแก้ว มีลักษณะอวบกลม ๆ แทงลึกลงในดิน มีรากฝอยและรากแขนงเล็ก ๆ ออกรอบ ๆ บริเวณลำต้น มีสีน้ำตาล
คุณค่าทางโภชนาการของผักกาดแก้ว
ผักกาดแก้ว 100 กรัม ให้พลังงาน 27 กิโลแคลอรี่ ประกอบด้วย
- คาร์โบไฮเดรต 3.8 กรัม
- แคลเซียม 16 มิลลิกรัม
- โปรตีน 2 กรัม
- ไขมัน 0.4 กรัม
- เหล็ก 4.9 มิลลิกรัม
- ฟอสฟอรัส 39 มิลลิกรัม
- น้ำ 92.7 กรัม
- ไนอะซิน 0.6 มิลลิกรัม
- ไทอะมิน 0.06 มิลลิกรัม
- ไรโบฟลาวิน 0.18 มิลลิกรัม
- วิตามินเอรวม 393 มิลลิกรัม
- วิตามินซี 24 มิลลิกรัม
- วิตามินอี 1.82 มิลลิกรัม
- บีตาแคโรทีน 2356 ไมโครกรัม
ประโยชน์ และสรรพคุณของผักกาดแก้ว

- น้ำผักกาดแก้ว ช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น
- น้ำผักกาดแก้ว ยังเป็นยากล่อมประสาท หรือยานอนหลับ
- น้ำผักกาดแก้ว แก้เมาเรือ แก้ไอ
- ในผักกาดแก้ว ยังมีฮีโมโกลบิน ที่ช่วยต้านมะเร็ง และรักษาโรคโลหิตจาง โดยเฉพาะในหญิงมีครรภ์ และยังช่วยแก้อาการท้องผูก ได้อีกด้วย
- ผักกาดแก้ว ยังเหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน เพราะมีคาร์โบไฮเดรตเพียง 3 เปอร์เซ็นต์หรือน้อยกว่า
การกินผักกาดแก้ว นิยมกินเป็นผักสด แกล้มกับ ยำ ลาบ หรือสาคูไส้หมู เป็นต้น หรือนำมาใส่ในแฮมเบอร์เกอร์ และแซนวิช หรือนำผักกาดแก้วมาผัดไฟแดงได้ แต่ส่วนใหญ่ คนจะนำผักกาดแก้ว มาใช้ในการทำสลัดมากที่สุด จึงได้ชื่อว่า “ราชาแห่งสลัด” และใช้เป็นผักตกแต่ง หัวจานอาหาร ส่วนเมล็ด นำมาทำเป็นน้ำมัน ผสมน้ำสลัดได้
วิธีปลูกผักกาดแก้ว
การปลูกและขยายพันธุ์ผักกาดแก้ว เป็นพืชที่สามารถเจริญเติบโตได้ในดินทุกชนิด ชอบดินร่วนซุย ดินร่วนปนทราย จะเจริญเติบโตได้ดี มีวิธีการปลูกโดยใช้เมล็ดพันธุ์ มีปลูก 2 วิธี คือโดยเพาะต้นกล้าก่อนแล้วย้ายลงปลูก และแบบหว่านเมล็ดลงแปลงโดยตรง หลังจากเพาะต้นกล้างอกได้ ประมาณ 20 วัน ควรย้ายต้นกล้าปลูก ในแปลงในดินที่เตรียมไว้ ให้จัดระยะต้น ถอนต้นที่แน่นติดกันเกินไป ให้มีระยะห่างประมาณ 30×50 เซนติเมตร


การเพาะเมล็ดผักกาดแก้ว
การย้ายปลูกผักกาดแก้ว
การเก็บเกี่ยวผลผลิตผักกาดแก้ว
ผักกาดแก้วจะเก็บเกี่ยว มีอายุประมาณ 60-80 วัน หลังปลูกลงแปลงตามสายพันธุ์ ให้สังเกตห่อหัวกลมแน่นโตเต็มที่ ให้ใช้มีดคม ๆ ในการตัดตรงโคนต้น แล้วตัดแต่งใบเสียทิ้งไป แล้วนำใส่ในภาชนะที่เตรียมไว้ ให้ระวังอย่าให้โดนความร้อน หรือแสงแดด จะทำให้เหี่ยวได้
วิธีเก็บรักษาผักกาดแก้ว
จะนำต้นผักกาดแก้ว แล้วนำมาล้างน้ำให้สะอาด เราจะมีวิธีเก็บรักษาให้สดนาน ๆ คือ ให้ล้างน้ำให้สะอาดดี แล้วให้สะเด็ดน้ำออกให้หมด แล้วนำมาห่อด้วยกระดาษ หรือผ้าขาวบาง แล้วใส่ถุง หรือกล่องพลาสติก แล้วนำไปแช่ตู้เย็น จะเก็บไว้ได้นานขึ้น
จะเห็นได้ว่าผักกาดแก้วนั้น เป็นพืชที่มากประโยชน์เหลือเกิน นำมาประกอบอาหารได้หลากหลาย โดยเฉพาะนิยมนำมาทำสลัด เหมาะมากกับสาว ๆ หนุ่ม ๆ สายเฮลตี้ แต่อย่าลืมรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างครบถ้วน จึงจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงปลอดโรค เพื่อใช้ชีวิตทำกิจกรรมที่คุณรักไปได้ยาวนานด้วยนะจ๊ะ 👌🏻
ขอบคุณข้อมูลจาก thai-thaifood.com



