รู้จัก ผักกาดแก้ว ปลูกง่าย ประโยชน์มากมายที่คาดไม่ถึง

รู้จัก ผักกาดแก้ว ปลูกง่าย ประโยชน์มากมายที่คาดไม่ถึง

By Published On: พฤศจิกายน 7th, 2025

ผักสวนครัว มากคุณประโยชน์ ที่ทุกคนต้องรู้จัก อย่าง ผักกาดแก้ว นอกจากจะนำมาทำอาหารเพื่อความอร่อยแล้ว ประโยชน์มันยังมีมากกว่าที่ทุกคนคิด! บทความนี้เลยจะพาไปรู้จักกับ ผักกาดแก้ว วิธีปลูกผักกาดแก้ว ให้มากขึ้นกัน ไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ!!

ผักกาดแก้ว (Iceberg Lettuce)

ผักกาดแก้ว (Iceberg Lettuce)

ชื่อวิทยาศาสตร์: Lactuca sativa var. capitata หรือ Lactuca sativa (เป็นสปีชีส์ของผักกาดหอมทั้งหมด)

ชื่อสามัญ: Iceberg Lettuce, Crisphead Lettuce, Head Lettuce

วงศ์: Asteraceae (วงศ์ทานตะวัน)

ถิ่นกำเนิด: ทวีปยุโรป และ ทวีปเอเชีย (โดยรวมสำหรับผักกาดหอม) และบริเวณเมดิเตอร์เรเนียน (สำหรับผักกาดหอมต้นกำเนิด)

ผักกาดแก้ว เป็นพืชชนิดล้มลุก ใบสีเขียวอ่อน ลำต้นเป็นกอ ขอบใบหยัก และบางกรอบ ม้วนห่อเป็นหัว แบบหลวม ๆ ทางทวีปยุโรป เรียกว่า lceberg ก็เนื่องมาจาก ที่กรุบกรอบ เหมือนอย่างก้อนน้ำแข็ง ไอซ์เบิร์กนั่นเอง

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของผักกาดแก้ว

  • ลักษณะต้น : เป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก มีอายุสั้นฤดูเดียว ลำต้นเดี่ยว มีลักษณะกลม ๆ อวบอ้วน มีข้อสั้น ๆ จะมีก้านใบหนา และอวบน้ำหุ้มอยู่ ออกเรียงสลับโดยรอบ ๆ ปกคลุมที่โคนลำต้น จะห่อหัวกลม สีขาวนวล เป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก มีอายุสั้นฤดูเดียว ลำต้นเดี่ยว มีลักษณะกลม ๆ อวบอ้วน มีข้อสั้น ๆ จะมีก้านใบหนา และอวบน้ำหุ้มอยู่ ออกเรียงสลับโดยรอบ ๆ ปกคลุมที่โคนลำต้น จะห่อหัวกลม สีขาวนวล
  • ลักษณะใบ : เป็นใบเลี้ยงเดี่ยว ออกตรงโคนลำต้น ออกตามข้อสั้น ออกเรียงสลับรอบ ๆ ใบอยู่ด้านนอกใหญ่กว่าใบข้างในเล็กกว่า ห่อหัวกลมแน่น ใบมีลักษณะทรงกลมรี โคนใบกว้างใหญ่กว่า มีใบหนาเป็นคลื่น เห็นเส้นใบชัดเจน ขอบใบเว้า ใบมีสีเขียวอ่อน สีขาวนวล มีก้านใบสั้น เป็นกาบหนาอวบน้ำ ก้านมีสีขาวนวล รสชาติหวานกรอบ
  • ลักษณะดอก : ออกเป็นช่อ ก้านช่อดอกใหญ่ยาว มีแขนงก้านย่อยมาก แบบเชิงหลั่น มีดอกย่อยออกโคนไปที่ปลายยอด ดอกมีลักษณะเล็ก ๆ กลีบดอกมีสีเหลือง กลีบเลี้ยงสีเขียวอ่อน
  • ลักษณะผล : มีผลเป็นเมล็ด อยู่ในรังไข่ มีเมล็ดจำนวนมาก มีลักษณะทรงหอก แบนยาวรี มีเปลือกหุ้มเมล็ด มีสีน้ำตาล
  • ลักษณะราก : เป็นระบบรากแก้ว มีลักษณะอวบกลม ๆ แทงลึกลงในดิน มีรากฝอยและรากแขนงเล็ก ๆ ออกรอบ ๆ บริเวณลำต้น มีสีน้ำตาล

คุณค่าทางโภชนาการของผักกาดแก้ว

ผักกาดแก้ว 100 กรัม ให้พลังงาน 27 กิโลแคลอรี่ ประกอบด้วย

  • คาร์โบไฮเดรต 3.8 กรัม
  • แคลเซียม 16 มิลลิกรัม
  • โปรตีน 2 กรัม
  • ไขมัน 0.4 กรัม
  • เหล็ก 4.9 มิลลิกรัม
  • ฟอสฟอรัส 39 มิลลิกรัม
  • น้ำ 92.7 กรัม
  • ไนอะซิน 0.6 มิลลิกรัม
  • ไทอะมิน 0.06 มิลลิกรัม
  • ไรโบฟลาวิน 0.18 มิลลิกรัม
  • วิตามินเอรวม 393 มิลลิกรัม
  • วิตามินซี 24 มิลลิกรัม
  • วิตามินอี 1.82 มิลลิกรัม
  • บีตาแคโรทีน 2356 ไมโครกรัม

ประโยชน์ และสรรพคุณของผักกาดแก้ว

ผักกาดแก้ว (Iceberg Lettuce)
  1. น้ำผักกาดแก้ว ช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น
  2. น้ำผักกาดแก้ว ยังเป็นยากล่อมประสาท หรือยานอนหลับ
  3. น้ำผักกาดแก้ว แก้เมาเรือ แก้ไอ
  4. ในผักกาดแก้ว ยังมีฮีโมโกลบิน ที่ช่วยต้านมะเร็ง และรักษาโรคโลหิตจาง โดยเฉพาะในหญิงมีครรภ์ และยังช่วยแก้อาการท้องผูก ได้อีกด้วย
  5. ผักกาดแก้ว ยังเหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน เพราะมีคาร์โบไฮเดรตเพียง 3 เปอร์เซ็นต์หรือน้อยกว่า

การกินผักกาดแก้ว นิยมกินเป็นผักสด แกล้มกับ ยำ ลาบ หรือสาคูไส้หมู เป็นต้น หรือนำมาใส่ในแฮมเบอร์เกอร์ และแซนวิช หรือนำผักกาดแก้วมาผัดไฟแดงได้ แต่ส่วนใหญ่ คนจะนำผักกาดแก้ว มาใช้ในการทำสลัดมากที่สุด จึงได้ชื่อว่า “ราชาแห่งสลัด” และใช้เป็นผักตกแต่ง หัวจานอาหาร ส่วนเมล็ด นำมาทำเป็นน้ำมัน ผสมน้ำสลัดได้

วิธีปลูกผักกาดแก้ว

การปลูกและขยายพันธุ์ผักกาดแก้ว เป็นพืชที่สามารถเจริญเติบโตได้ในดินทุกชนิด ชอบดินร่วนซุย ดินร่วนปนทราย จะเจริญเติบโตได้ดี มีวิธีการปลูกโดยใช้เมล็ดพันธุ์ มีปลูก 2 วิธี คือโดยเพาะต้นกล้าก่อนแล้วย้ายลงปลูก และแบบหว่านเมล็ดลงแปลงโดยตรง หลังจากเพาะต้นกล้างอกได้ ประมาณ 20 วัน ควรย้ายต้นกล้าปลูก ในแปลงในดินที่เตรียมไว้ ให้จัดระยะต้น ถอนต้นที่แน่นติดกันเกินไป ให้มีระยะห่างประมาณ 30×50 เซนติเมตร

ผักกาดแก้ว (Iceberg Lettuce)
ผักกาดแก้ว (Iceberg Lettuce)

การเพาะเมล็ดผักกาดแก้ว

  • นำดินปลูกใส่ถาดเพาะกล้า รดน้ำให้ชุ่ม

  • หยอดเมล็ดลงในหลุม นำไปไว้ในที่ร่ม

  • รดน้ำสม่ำเสมอ จนมีรากสีขาวหรือมีใบอ่อนงอก (ประมาณ 3-5 วัน) ค่อยย้ายไปรับแสงแดด (ถ้าช้าไป ต้นจะยืด)

การย้ายปลูกผักกาดแก้ว

  • เมื่อต้นกล้ามีอายุประมาณ 15-20 วัน หรือมีใบจริง 3-5 ใบ ให้ย้ายลงแปลงปลูก หรือกระถาง

  • ควรปลูกในดินร่วนซุยที่ระบายน้ำได้ดี และควรปลูกให้เนินเล็กน้อย (ไม่เป็นแอ่ง) เพื่อป้องกันน้ำขังโคนต้น

  • หลังจากการหว่านเมล็ด หรือการหยอดเมล็ด ให้คราดเกลี่ยกลบดินเล็กน้อย พร้อมวางทับด้วยฟางบาง ๆ และรดน้ำให้ชุ่ม

การเก็บเกี่ยวผลผลิตผักกาดแก้ว

ผักกาดแก้วจะเก็บเกี่ยว มีอายุประมาณ 60-80 วัน หลังปลูกลงแปลงตามสายพันธุ์ ให้สังเกตห่อหัวกลมแน่นโตเต็มที่ ให้ใช้มีดคม ๆ ในการตัดตรงโคนต้น แล้วตัดแต่งใบเสียทิ้งไป แล้วนำใส่ในภาชนะที่เตรียมไว้ ให้ระวังอย่าให้โดนความร้อน หรือแสงแดด จะทำให้เหี่ยวได้

วิธีเก็บรักษาผักกาดแก้ว

จะนำต้นผักกาดแก้ว แล้วนำมาล้างน้ำให้สะอาด เราจะมีวิธีเก็บรักษาให้สดนาน ๆ คือ ให้ล้างน้ำให้สะอาดดี แล้วให้สะเด็ดน้ำออกให้หมด แล้วนำมาห่อด้วยกระดาษ หรือผ้าขาวบาง แล้วใส่ถุง หรือกล่องพลาสติก แล้วนำไปแช่ตู้เย็น จะเก็บไว้ได้นานขึ้น

จะเห็นได้ว่าผักกาดแก้วนั้น เป็นพืชที่มากประโยชน์เหลือเกิน นำมาประกอบอาหารได้หลากหลาย โดยเฉพาะนิยมนำมาทำสลัด เหมาะมากกับสาว ๆ หนุ่ม ๆ สายเฮลตี้ แต่อย่าลืมรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างครบถ้วน จึงจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงปลอดโรค เพื่อใช้ชีวิตทำกิจกรรมที่คุณรักไปได้ยาวนานด้วยนะจ๊ะ 👌🏻

ขอบคุณข้อมูลจาก thai-thaifood.com

แชร์บทความนี้

แสดงความคิดเห็น