
สับปะรด มีสายพันธุ์อะไรบ้าง มีวิธีปลูกและดูแลอย่างไรให้โตไว
ถ้าคุณเคยลองปลูกสับปะรดเองที่บ้าน จะรู้เลยว่าแต่ละพันธุ์ไม่เหมือนกันเลย บางพันธุ์โตไวและหวานจัด เหมาะกับเอาไปขาย บางพันธุ์โตช้าแต่รสชาติดี เหมาะกินสด หรือเอาไปแปรรูป ในบทความนี้เราจะพาไปรู้จักสายพันธุ์สับปะรดยอดนิยม พร้อมวิธีปลูกและเคล็ดลับดูแลให้ต้นแข็งแรงและโตไว มาเริ่มกันเลย! 🍍💧
สับปะรด (Pineapple)
สับปะรด คือ พืชล้มลุกชนิดหนึ่ง ที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อมและสามารถเติบโตได้ดีในเขตร้อน ที่มีอุณหภูมิประมาณ 24-30 °C โดยพืชชนิดนี้ถือเป็นพืชเศรษฐกิจอีกชนิดของประเทศไทยอีกด้วย ซึ่งในบ้านเราจะมีแหล่งปลูกที่สำคัญใกล้ทะเล เช่น จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดชลบุรี หรือแหล่งปลูกทางภาคเหนือ เช่น จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดลำปาง จังหวัดเชียงราย เป็นต้น


ชื่อวิทยาศาสตร์: Ananas comosus (L.) Merr.
ชื่อสามัญ: Pineapple
วงศ์: Bromeliaceae
ถิ่นกำเนิด: ทวีปอเมริกาใต้ แถบประเทศบราซิล–ปารากวัย
สับปะรด คือ สัญลักษณ์แห่ง “การต้อนรับ” และ “โชคลาภ”
- ตะวันตก สับปะรดถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของการต้อนรับ (Hospitality) เรามักจะเห็นรูปสลักสับปะรดอยู่ตามเสารั้วบ้านหรือขอบประตูในยุโรปและอเมริกา
- ตะวันออก ในวัฒนธรรมจีน คำว่าสับปะรด (อั่งไล้) พ้องเสียงกับคำว่า “โชคลาภกำลังจะมาถึง” จึงนิยมใช้ไหว้เจ้าหรือขึ้นบ้านใหม่เพื่อเสริมสิริมงคลนั่นเองค่ะ
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของสับปะรด
- ลำต้น ลักษณะลำต้นแตกเป็นกอใหญ่ ไม่มีกิ่งก้านใด มีเพียงกาบใบที่ห่อหุ้มลำต้นไว้ ลำต้นเป็นปล้องสั้น ๆ แตกยอดขึ้นไปได้สูงประมาณ 75-100 เซนติเมตร ลำต้นแก่จะค่อนข้างแข็งแรง และจะออกหน่อใหม่ด้านข้าง
- ใบ ใบเดี่ยว เนื้อใบแข็ง ลักษณะเป็นแผ่นเรียวยาวคล้ายดาบโค้ง ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบมีหนามเล็กน้อย แผ่นใบเรียบสีเขียวเข้ม ท้องใบสีขาวนวลปนสีน้ำเงิน ไม่มีก้านใบ ใบจะเรียงเป็นขั้นบันไดเวียนอย่างหนาแน่นอยู่ตามลำต้น
- ดอก ออกดอกเป็นดอกใหญ่กลางกอ ดอกออกอย่างหนาแน่น แต่ละดอกมีกลีบรองดอก 3 กลีบ กลีบดอกมี 3 กลีบ ด้านบนเป็นสีฟ้าอมม่วง ด้านล่างเป็นสีขาว
- ผล และเมล็ด ผลมีลักษณะเป็นรูปทรงกลม หรือรูปทรงรี ตามแต่ละสายพันธุ์ เนื้อผลมีลักษณะรวมอัดกันอยู่ที่กลางผล เปลือกผลเป็นเปลือกแข็งติดกับเนื้อ ทั่วทั้งเปลือกมีตาสับปะรดเรียงเป็นแถวแนวทแยงซ้อนกัน บริเวณส่วนบนจะมีใบกระจุกเป็นกอเล็ก ๆ ที่ปลายผล
สายพันธุ์ของสับปะรด
สับปะรด เป็นผลไม้ที่มีรสชาติและลักษณะอันเป็นเอกลักษณ์ โดยในประเทศไทยก็ถือว่า เป็นผลไม้ที่เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญอีกชนิด บทความนี้เลยจะหยิบยก 4 สายพันธุ์ สับปะรดยอดนิยมที่ปลูกในไทย ได้แก่ 1. สับปะรด พันธุ์อินทรชิต (Singapore Spanish) 2. สับปะรด พันธุ์ขาว (Selangor Green) 3. สับปะรด พันธุ์ปัตตาเวีย (Smooth Cayenne) และ 4. สับปะรด พันธุ์สวี (Malacca Queen) มาให้ทุกคนรู้จักกันค่ะ!
สับปะรด พันธุ์อินทรชิต (Singapore Spanish)
- เป็นสับปะรดพันธุ์เก่าแก่มากในประเทศไทย เป็นที่รู้จักและปลูกกันอย่างแพร่หลายมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา
- สับปะรดพันธุ์นี้ จะมีหนามแหลมสีน้ำตาลอมแดงโค้งงอตามขอบใบ มีใบเป็นสีเขียวอ่อน ใบด้านไม่เป็นมัน ใบทั้งสองข้างจะมีแถบสีน้ำตาลตามยาว
- ลักษณะของผลนั้นค่อนข้างเล็ก มีตาลึกเมื่อแก่จัด ผลด้านบนนูน เนื้อด้านในเป็นสีเหลืองทอง
- รสชาติไม่หวานมากนัก ไม่มีกลิ่นหอมจัด และมีเส้นใยมาก

สับปะรด พันธุ์ขาว (Selangor Green)
- ลักษณะใกล้เคียงกับพันธุ์อินทรชิต จึงเชื่อว่าอาจจะกลายพันธุ์มาจากสายพันธุ์ดังกล่าว
- ลักษณะต้นเป็นทรงพุ่มเตี้ย มีใบสีเขียวอมเหลือง ใบสั้นและแคบชิดกัน ขอบใบมีหนามแหลม ส่วนผลด้านบนมีหลายจุก
- เนื้อผลสีเหลืองทอง มีรสชาติหวานไม่นัก ไม่มีกลิ่นหอมจัด และเส้นใยมาก

สับปะรด พันธุ์ปัตตาเวีย (Smooth Cayenne)
- เรียกอีกชื่อได้ว่า “พันธุ์ศรีราชา”
- ผลมีขนาดใหญ่กว่าสับปะรดสายพันธุ์อื่น ๆ ใบสีเขียวเข้ม กลางใบเป็นร่องสีน้ำตาลแดง ปลายใบจะมีหนามแหลมขนาดเล็ก
- รสชาติหวานฉ่ำ
- นิยมนำไปแปรรูปเป็นสับปะรดกระป๋อง

สับปะรด พันธุ์สวี (Malacca Queen)
- เรียกอีกชื่อได้ว่า “พันธุ์ภูเก็ต”
- ลักษณะของใบค่อนข้างยาวเรียว เป็นทรงกระบอก ใบมีสีเขียวอ่อน มีแถบสีแดงที่กลางใบ ขอบใบเป็นหนามแหลมสีแดง
- ผลมีขนาดเล็ก มองเห็นตาลึก ผลด้านบนนูน ส่วนเนื้อเป็นสีเหลือง
- มีกลิ่นหอมและรสชาติหวานกรอบ

วิธีปลูกและดูแลสับปะรดให้โตไว ผลดก รสชาติดี
การปลูกสับปะรดให้ได้ผลผลิตดี ไม่ได้ยากอย่างที่คิด ขอแค่เลือกพันธุ์ให้เหมาะ เตรียมดินให้พร้อม และดูแลอย่างถูกวิธี สับปะรดก็จะเจริญเติบโตแข็งแรง ให้ผลเร็ว และได้คุณภาพตามต้องการ ดังนี้ค่ะ


วิธีปลูกสับปะรด
- 1
เลือกส่วนที่จะปลูก
- หน่อ (Suckers) จะให้ผลผลิตเร็วที่สุด (ประมาณ 10-12 เดือน)
- จุก (Crown) คือส่วนบนของผลสับปะรด หาง่ายที่สุดแต่ใช้เวลานานกว่าจะออกผล (ประมาณ 18-24 เดือน)
- 2
เตรียมต้นกล้า
- หากใช้จุก ให้แกะใบเลี้ยงด้านล่างออกประมาณ 1 นิ้ว เพื่อให้รากงอกได้ง่ายขึ้น จากนั้นผึ่งลมให้แห้งสัก 2-3 วันเพื่อป้องกันการเน่า
- 3
เตรียมดิน
- สับปะรดชอบดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดีมาก ไม่ชอบน้ำขยับขัง หากปลูกในกระถางควรผสมกาบมะพร้าวสับเพื่อให้ดินโปร่ง
- 4
ระยะปลูกที่เหมาะสม
- หากปลูกลงดิน ควรเว้นระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 50 เซนติเมตร เพื่อให้ใบไม่ซ้อนทับกันจนเกินไปและได้รับแสงแดดทั่วถึง
- ระยะปลูกที่นิยมคือ 50 × 80 เซนติเมตร หรือ 60 × 60 เซนติเมตร เพื่อให้ต้นไม่แย่งอาหารกัน และดูแลง่าย
วิธีดูแลสับปะรด ให้โตไวและแข็งแรง
ประโยชน์และข้อควรระวังของสับปะรด

นอกจาก สับปะรด จะมีรสชาติหวานซ่อนเปรี้ยว ที่ช่วยทำให้สดชื่น ชุ่มฉ่ำในหน้าร้อนแล้ว ผลไม้ชนิดนี้ยังมีราคาสบายกระเป๋า จนแทบซื้อทานได้ทุกวัน อีกทั้งยังอุดมไปด้วยประโยชน์ ที่ใครหลายคนอาจยังไม่เคยทราบอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็น ผลไม้ที่มากประโยชน์เลยทีเดียว
ประโยชน์ของสับปะรด
- อุดมไปด้วยวิตามินซี ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย ช่วยบรรเทาและรักษาอาหารหวัด ทำให้ร่างกายติดเชื้อยาก ต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ ได้เป็นอย่างดี
- บำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส ลดการเกิดริ้วรอย
- มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง
- มีเอนไซม์ธรรมชาติที่ช่วยย่อยอาหาร ลดอาการจุกเสียด แน่นท้องได้ ทั้งยังมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ ที่ช่วยทำให้ระบบการขับถ่ายดีขึ้น
- ป้องกันการเกิดโรคหัวใจหลอดเลือด และโรคอัมพาต
- ช่วยลดน้ำหนัก เพราะใยอาหารในสับปะรดช่วยทำให้รู้สึกอิ่มเร็ว
- ช่วยในการขับปัสสาวะ รักษาโรคนิ่วได้
- ช่วยทำให้ระบบประสาทและเม็ดเลือดทำงานดีขึ้น
- เสริมสร้างกระดูกและเนื้อเยื่อ ทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง ดูแลสุขภาพภายในช่องปากให้แข็งแรง
- บรรเทาอาการกระหายน้ำ ดับร้อน กินแล้วชื่นใจ
ข้อควรระวังในการทานสับปะรด
- กลุ่มสตรีมีครรภ์ ไม่ควรรับประทานผลดิบสับปะรด เนื่องจากผลดิบสับปะรด มีสรรพคุณช่วยขับเลือดประจำเดือน อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการแท้งได้
- ไม่ควรรับประทานตอนท้องว่าง เนื่องจากสับปะรดมีความเป็นกรด และมีเอนไซม์บรอมมีเลนสูง อาจทำให้เกิดการเสาะท้อง หรือปวดท้องได้
- การทานสับปะรดในปริมาณมาก อาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองภายในปาก ริมฝีปาก และลิ้นได้
- ผู้มีภาวะเบาหวาน ไม่ควรทานสับปะรดในปริมาณมากเกินไป เพราะมีน้ำตาลสูง
สับปะรด เป็นผลไม้ที่เต็มไปด้วยคุณประโยชน์และมีความหมายอันเป็นมงคล ไม่ว่าจะเลือกปลูกพันธุ์ ปัตตาเวีย ที่เน้นผลใหญ่ หรือ พันธุ์สวี ที่เน้นความหวานกรอบ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเลือกพื้นที่ที่มีแดดส่องถึงและการระบายน้ำที่ดี เพียงแค่เอาใจใส่เรื่องการรดน้ำลงกลางกอและการให้ปุ๋ยอย่างเหมาะสม ก็จะได้ผลสับปะรดที่ทั้งโตไวและรสชาติเยี่ยมไว้รับประทานในครัวเรือนหรือสร้างรายได้เสริมได้อย่างแน่นอนค่ะ



