สับปะรด มีสายพันธุ์อะไรบ้าง มีวิธีปลูกและดูแลอย่างไรให้โตไว

สับปะรด มีสายพันธุ์อะไรบ้าง มีวิธีปลูกและดูแลอย่างไรให้โตไว

By Published On: มกราคม 6th, 2026

ถ้าคุณเคยลองปลูกสับปะรดเองที่บ้าน จะรู้เลยว่าแต่ละพันธุ์ไม่เหมือนกันเลย บางพันธุ์โตไวและหวานจัด เหมาะกับเอาไปขาย บางพันธุ์โตช้าแต่รสชาติดี เหมาะกินสด หรือเอาไปแปรรูป ในบทความนี้เราจะพาไปรู้จักสายพันธุ์สับปะรดยอดนิยม พร้อมวิธีปลูกและเคล็ดลับดูแลให้ต้นแข็งแรงและโตไว มาเริ่มกันเลย! 🍍💧

สับปะรด (Pineapple)

สับปะรด คือ พืชล้มลุกชนิดหนึ่ง ที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อมและสามารถเติบโตได้ดีในเขตร้อน ที่มีอุณหภูมิประมาณ 24-30 °C โดยพืชชนิดนี้ถือเป็นพืชเศรษฐกิจอีกชนิดของประเทศไทยอีกด้วย ซึ่งในบ้านเราจะมีแหล่งปลูกที่สำคัญใกล้ทะเล เช่น จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดชลบุรี หรือแหล่งปลูกทางภาคเหนือ เช่น จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดลำปาง จังหวัดเชียงราย เป็นต้น

สับปะรด
สับปะรด

ชื่อวิทยาศาสตร์: Ananas comosus (L.) Merr.

ชื่อสามัญ: Pineapple

วงศ์: Bromeliaceae

ถิ่นกำเนิด: ทวีปอเมริกาใต้ แถบประเทศบราซิล–ปารากวัย

สับปะรด คือ สัญลักษณ์แห่ง “การต้อนรับ” และ “โชคลาภ”

  • ตะวันตก สับปะรดถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของการต้อนรับ (Hospitality) เรามักจะเห็นรูปสลักสับปะรดอยู่ตามเสารั้วบ้านหรือขอบประตูในยุโรปและอเมริกา
  • ตะวันออก ในวัฒนธรรมจีน คำว่าสับปะรด (อั่งไล้) พ้องเสียงกับคำว่า “โชคลาภกำลังจะมาถึง” จึงนิยมใช้ไหว้เจ้าหรือขึ้นบ้านใหม่เพื่อเสริมสิริมงคลนั่นเองค่ะ

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของสับปะรด

  • ลำต้น ลักษณะลำต้นแตกเป็นกอใหญ่ ไม่มีกิ่งก้านใด มีเพียงกาบใบที่ห่อหุ้มลำต้นไว้ ลำต้นเป็นปล้องสั้น ๆ แตกยอดขึ้นไปได้สูงประมาณ 75-100 เซนติเมตร ลำต้นแก่จะค่อนข้างแข็งแรง และจะออกหน่อใหม่ด้านข้าง
  • ใบ ใบเดี่ยว เนื้อใบแข็ง ลักษณะเป็นแผ่นเรียวยาวคล้ายดาบโค้ง ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบมีหนามเล็กน้อย แผ่นใบเรียบสีเขียวเข้ม ท้องใบสีขาวนวลปนสีน้ำเงิน ไม่มีก้านใบ ใบจะเรียงเป็นขั้นบันไดเวียนอย่างหนาแน่นอยู่ตามลำต้น
  • ดอก ออกดอกเป็นดอกใหญ่กลางกอ ดอกออกอย่างหนาแน่น แต่ละดอกมีกลีบรองดอก 3 กลีบ กลีบดอกมี 3 กลีบ ด้านบนเป็นสีฟ้าอมม่วง ด้านล่างเป็นสีขาว
  • ผล และเมล็ด ผลมีลักษณะเป็นรูปทรงกลม หรือรูปทรงรี ตามแต่ละสายพันธุ์ เนื้อผลมีลักษณะรวมอัดกันอยู่ที่กลางผล เปลือกผลเป็นเปลือกแข็งติดกับเนื้อ ทั่วทั้งเปลือกมีตาสับปะรดเรียงเป็นแถวแนวทแยงซ้อนกัน บริเวณส่วนบนจะมีใบกระจุกเป็นกอเล็ก ๆ ที่ปลายผล

สายพันธุ์ของสับปะรด

สับปะรด เป็นผลไม้ที่มีรสชาติและลักษณะอันเป็นเอกลักษณ์ โดยในประเทศไทยก็ถือว่า เป็นผลไม้ที่เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญอีกชนิด บทความนี้เลยจะหยิบยก 4 สายพันธุ์ สับปะรดยอดนิยมที่ปลูกในไทย ได้แก่ 1. สับปะรด พันธุ์อินทรชิต (Singapore Spanish) 2. สับปะรด พันธุ์ขาว (Selangor Green) 3. สับปะรด พันธุ์ปัตตาเวีย (Smooth Cayenne) และ 4. สับปะรด พันธุ์สวี (Malacca Queen) มาให้ทุกคนรู้จักกันค่ะ!

สับปะรด พันธุ์อินทรชิต (Singapore Spanish)

  • เป็นสับปะรดพันธุ์เก่าแก่มากในประเทศไทย เป็นที่รู้จักและปลูกกันอย่างแพร่หลายมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา
  • สับปะรดพันธุ์นี้ จะมีหนามแหลมสีน้ำตาลอมแดงโค้งงอตามขอบใบ มีใบเป็นสีเขียวอ่อน ใบด้านไม่เป็นมัน ใบทั้งสองข้างจะมีแถบสีน้ำตาลตามยาว
  • ลักษณะของผลนั้นค่อนข้างเล็ก มีตาลึกเมื่อแก่จัด ผลด้านบนนูน เนื้อด้านในเป็นสีเหลืองทอง
  • รสชาติไม่หวานมากนัก ไม่มีกลิ่นหอมจัด และมีเส้นใยมาก
สับปะรด พันธุ์อินทรชิต (Singapore Spanish)

สับปะรด พันธุ์ขาว (Selangor Green)

  • ลักษณะใกล้เคียงกับพันธุ์อินทรชิต จึงเชื่อว่าอาจจะกลายพันธุ์มาจากสายพันธุ์ดังกล่าว
  • ลักษณะต้นเป็นทรงพุ่มเตี้ย มีใบสีเขียวอมเหลือง ใบสั้นและแคบชิดกัน ขอบใบมีหนามแหลม ส่วนผลด้านบนมีหลายจุก
  • เนื้อผลสีเหลืองทอง มีรสชาติหวานไม่นัก ไม่มีกลิ่นหอมจัด และเส้นใยมาก
สับปะรด พันธุ์ขาว (Selangor Green)

สับปะรด พันธุ์ปัตตาเวีย (Smooth Cayenne)

  • เรียกอีกชื่อได้ว่า “พันธุ์ศรีราชา”
  • ผลมีขนาดใหญ่กว่าสับปะรดสายพันธุ์อื่น ๆ ใบสีเขียวเข้ม กลางใบเป็นร่องสีน้ำตาลแดง ปลายใบจะมีหนามแหลมขนาดเล็ก
  • รสชาติหวานฉ่ำ
  • นิยมนำไปแปรรูปเป็นสับปะรดกระป๋อง
สับปะรด พันธุ์ปัตตาเวีย (Smooth Cayenne)

สับปะรด พันธุ์สวี (Malacca Queen)

  • เรียกอีกชื่อได้ว่า “พันธุ์ภูเก็ต”
  • ลักษณะของใบค่อนข้างยาวเรียว เป็นทรงกระบอก ใบมีสีเขียวอ่อน มีแถบสีแดงที่กลางใบ ขอบใบเป็นหนามแหลมสีแดง
  • ผลมีขนาดเล็ก มองเห็นตาลึก ผลด้านบนนูน ส่วนเนื้อเป็นสีเหลือง
  • มีกลิ่นหอมและรสชาติหวานกรอบ
สับปะรด พันธุ์สวี (Malacca Queen)

วิธีปลูกและดูแลสับปะรดให้โตไว ผลดก รสชาติดี

การปลูกสับปะรดให้ได้ผลผลิตดี ไม่ได้ยากอย่างที่คิด ขอแค่เลือกพันธุ์ให้เหมาะ เตรียมดินให้พร้อม และดูแลอย่างถูกวิธี สับปะรดก็จะเจริญเติบโตแข็งแรง ให้ผลเร็ว และได้คุณภาพตามต้องการ ดังนี้ค่ะ

ปลุกสับปะรด
ปลูกสับปะรด

วิธีปลูกสับปะรด

  • 1

    เลือกส่วนที่จะปลูก

    • หน่อ (Suckers) จะให้ผลผลิตเร็วที่สุด (ประมาณ 10-12 เดือน)
    • จุก (Crown) คือส่วนบนของผลสับปะรด หาง่ายที่สุดแต่ใช้เวลานานกว่าจะออกผล (ประมาณ 18-24 เดือน)
  • 2

    เตรียมต้นกล้า

    • หากใช้จุก ให้แกะใบเลี้ยงด้านล่างออกประมาณ 1 นิ้ว เพื่อให้รากงอกได้ง่ายขึ้น จากนั้นผึ่งลมให้แห้งสัก 2-3 วันเพื่อป้องกันการเน่า
  • 3

    เตรียมดิน

    • สับปะรดชอบดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดีมาก ไม่ชอบน้ำขยับขัง หากปลูกในกระถางควรผสมกาบมะพร้าวสับเพื่อให้ดินโปร่ง
  • 4

    ระยะปลูกที่เหมาะสม

    • หากปลูกลงดิน ควรเว้นระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 50 เซนติเมตร เพื่อให้ใบไม่ซ้อนทับกันจนเกินไปและได้รับแสงแดดทั่วถึง
    • ระยะปลูกที่นิยมคือ 50 × 80 เซนติเมตร หรือ 60 × 60 เซนติเมตร เพื่อให้ต้นไม่แย่งอาหารกัน และดูแลง่าย

วิธีดูแลสับปะรด ให้โตไวและแข็งแรง

  • การให้น้ำ
    ช่วงแรกควรรดน้ำสม่ำเสมอ วันเว้นวัน หรือ 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์ เมื่อโตแล้วลดปริมาณน้ำลง เพราะสับปะรดทนแล้งได้ดี

  • การใส่ปุ๋ย

    • ช่วงเร่งต้น: ใช้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16
    • ช่วงเร่งผล: ใช้ปุ๋ยโพแทสเซียมสูง เช่น 13-13-21 ใส่ทุก ๆ 1–2 เดือน จะช่วยให้ผลใหญ่ เนื้อแน่น และหวานขึ้น
  • กำจัดวัชพืชและหน่อส่วนเกิน
    ควรกำจัดวัชพืชรอบโคนต้นสม่ำเสมอ และตัดหน่อที่ไม่ต้องการออก เพื่อไม่ให้แย่งอาหารจากต้นแม่

  • ป้องกันโรคและแมลง
    โรคที่พบบ่อยคือโรครากเน่าและเพลี้ยแป้ง ควรหมั่นตรวจแปลงปลูก หากพบความผิดปกติให้จัดการทันที

    อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในบทความ ทำความรู้จัก “โรคพืช” แมลงศัตรูพืช ที่ควรรู้ มีอะไรบ้าง? พร้อมวิธีป้องกัน โรคและแมลงศัตรูพืช

ประโยชน์และข้อควรระวังของสับปะรด

สับปะรด

นอกจาก สับปะรด จะมีรสชาติหวานซ่อนเปรี้ยว ที่ช่วยทำให้สดชื่น ชุ่มฉ่ำในหน้าร้อนแล้ว ผลไม้ชนิดนี้ยังมีราคาสบายกระเป๋า จนแทบซื้อทานได้ทุกวัน อีกทั้งยังอุดมไปด้วยประโยชน์ ที่ใครหลายคนอาจยังไม่เคยทราบอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็น ผลไม้ที่มากประโยชน์เลยทีเดียว

ประโยชน์ของสับปะรด

  1. อุดมไปด้วยวิตามินซี ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย ช่วยบรรเทาและรักษาอาหารหวัด ทำให้ร่างกายติดเชื้อยาก ต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ ได้เป็นอย่างดี
  2. บำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส ลดการเกิดริ้วรอย
  3. มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง
  4. มีเอนไซม์ธรรมชาติที่ช่วยย่อยอาหาร ลดอาการจุกเสียด แน่นท้องได้ ทั้งยังมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ ที่ช่วยทำให้ระบบการขับถ่ายดีขึ้น
  5. ป้องกันการเกิดโรคหัวใจหลอดเลือด และโรคอัมพาต
  6. ช่วยลดน้ำหนัก เพราะใยอาหารในสับปะรดช่วยทำให้รู้สึกอิ่มเร็ว
  7. ช่วยในการขับปัสสาวะ รักษาโรคนิ่วได้
  8. ช่วยทำให้ระบบประสาทและเม็ดเลือดทำงานดีขึ้น
  9. เสริมสร้างกระดูกและเนื้อเยื่อ ทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง ดูแลสุขภาพภายในช่องปากให้แข็งแรง
  10. บรรเทาอาการกระหายน้ำ ดับร้อน กินแล้วชื่นใจ

ข้อควรระวังในการทานสับปะรด

  1. กลุ่มสตรีมีครรภ์ ไม่ควรรับประทานผลดิบสับปะรด เนื่องจากผลดิบสับปะรด มีสรรพคุณช่วยขับเลือดประจำเดือน อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการแท้งได้
  2. ไม่ควรรับประทานตอนท้องว่าง เนื่องจากสับปะรดมีความเป็นกรด และมีเอนไซม์บรอมมีเลนสูง อาจทำให้เกิดการเสาะท้อง หรือปวดท้องได้
  3. การทานสับปะรดในปริมาณมาก อาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองภายในปาก ริมฝีปาก และลิ้นได้
  4. ผู้มีภาวะเบาหวาน ไม่ควรทานสับปะรดในปริมาณมากเกินไป เพราะมีน้ำตาลสูง

สับปะรด เป็นผลไม้ที่เต็มไปด้วยคุณประโยชน์และมีความหมายอันเป็นมงคล ไม่ว่าจะเลือกปลูกพันธุ์ ปัตตาเวีย ที่เน้นผลใหญ่ หรือ พันธุ์สวี ที่เน้นความหวานกรอบ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเลือกพื้นที่ที่มีแดดส่องถึงและการระบายน้ำที่ดี เพียงแค่เอาใจใส่เรื่องการรดน้ำลงกลางกอและการให้ปุ๋ยอย่างเหมาะสม ก็จะได้ผลสับปะรดที่ทั้งโตไวและรสชาติเยี่ยมไว้รับประทานในครัวเรือนหรือสร้างรายได้เสริมได้อย่างแน่นอนค่ะ

แชร์บทความนี้

แสดงความคิดเห็น