พามารู้จัก “ส้มโอ” มีทั้งหมดกี่สายพันธุ์? มีประโยชน์อะไรที่ไม่ควรพลาด?

พามารู้จัก “ส้มโอ” มีทั้งหมดกี่สายพันธุ์? มีประโยชน์อะไรที่ไม่ควรพลาด?

By Published On: ตุลาคม 7th, 2025

ส้มโอ (Pomelo) ผลไม้รสเปรี้ยวอมหวาน ฉ่ำน้ำ ผลใหญ่ ถือเป็นผลไม้ขึ้นชื่ออีกชนิดของประเทศไทย ที่นอกจากความอร่อยถูกใจใครหลาย ๆ คนแล้ว ส้มโอทั้งผลยังให้ประโยชน์มากมายทั้งในด้านการแพทย์ หรือแม้กระทั่งประโยชน์ภายในครัวเรือน เรียกได้ว่าอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ และสรรพคุณเน้น ๆ แต่จะมีอะไรบ้าง? ตามไปดูพร้อม ๆ กันเลย!

ประโยชน์และข้อควรระวังของส้มโอ

นอกจากความอร่อย สดชื่นแล้ว ส้มโอยังมีสรรพคุณที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายในด้านต่าง ๆ ดังนี้

ประโยชน์ของส้มโอ

  • มีวิตามินซีในปริมาณมาก จึงมีส่วนช่วยในการปกป้องเซลล์ เสริมภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ลดความเสี่ยงการเกิดไข้หวัด รักษาอาการเลือกออกตามไรฟัน และเหงือกอักเสบ
  • มีใยอาหารสูง ช่วยปรับสมดุลระบบทางเดินอาหาร ทำให้การขับถ่ายดีขึ้น ลดปัญหาท้องผูก
  • ช่วยเพิ่มความอยากอาหาร เพราะรสเปรี้ยวอมหวานของส้มโอ จะไปช่วยกระตุ้นให้ความอยากอาหารเกิดขึ้น
  • มีสารต้านอนุมูลอิสระเป็นจำนวนมาก ทำให้ช่วยลดปัญหาริ้วรอยก่อนวัย ผิวหย่อนคล้าย จุดด่างดำ และยังช่วยยับยั้งการอักเสบของเซลล์และเนื้อเยื้อ อันเป็นบ่อเกิดของโรคมะเร็งได้อีกด้วย
  • อุดมไปด้วยโพแทสเซียม ช่วยป้องกันการเกิดตะคริว ช่วยลดความดันโลหิต ปรับสมดุลอวัยวะต่าง ๆ ช่วยทำให้ร่างกายทำงานตามปกติ

ข้อควรระวังในการบริโภคส้มโอ

  • ส้มโอมีวิตามินซีและความเป็นกรดสูง หากรับประทานในขณะท้องว่าง หรือรับประทานมากเกินไป อาจทำให้มีอาการปวดท้อง ท้องอืด มวนท้อง หรือถึงขั้นท้องเสียได้
  • ส้มโอมีสารประกอบที่ชื่อว่า ฟูราโนคูมาริน (Furanocoumarins) ที่อาจทำปฏิกิริยากับยาบางชนิด เช่น ยาลดคอเลสเตอรอล ยาลดความดัน ยาแก้แพ้ ซึ่งสารตัวนี้อาจเข้าไปขัดขวางการออกฤทธิ์และดูดซึมตัวยาเข้าสู่ร่างกาย ดังนั้นผู้ที่ต้องรับประทานยาดังกล่าวเป็นประจำ โปรดระมัดระวังในการรับประทานส้มโอ
  • ส้มโอมีโพแทสเซียมสูง ผู้ที่มีประวัติสุขภาพเกี่ยวกับไต ควรระมัดระวังในการรับประทานส้มโอ
ส้มโอ (Pomelo)
ส้มโอ (Pomelo)

ส้มโอ (Pomelo)

ส้มโอ (Pomelo)
ส้มโอ (Pomelo)

ชื่อวิทยาศาสตร์: Citrus maxima (Burm.) Merr.

ชื่อสามัญ: Pomelo, Shaddock Pomelo

วงศ์: RUTACEAE

ถิ่นกำเนิด: เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ส้มโอ (Pomelo) พืชตระกูลส้ม เช่นเดียวกับ ส้มเขียวหวาน มะนาว มะกรูด ส้มเช้ง และเกรปฟรุต มีถิ่นกำเนิดในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย พม่า ลาว กัมพูชา ซึ่งในประเทศไทยถือเป็นแหล่งพันธุ์ส้มโอที่มีมากที่สุด และมีคุณภาพมากที่สุดในโลก จนกลายเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจของไทยที่มีมูลค่าการส่งออกเป็นอันดับต้น ๆ อีกด้วย

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของส้มโอ

  • ลำต้น: ไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูงประมาณ 5-15 เมตร สีน้ำตาลอมเทา ลำต้นมีลักษณะค่อนข้างเป็นเหลี่ยม รูปทรงไม่แน่นอน ส่วนที่เป็นกิ่งมีหนามและแตกแขนงมากเป็นพุ่มหนา ทั่วทั้งลำต้นและกิ่งจะมีขนปกคลุม เนื้อไม้ไม่แข็ง แต่มีลักษณะเหนียว ทำให้ทำการหักกิ่งได้ยาก
  • ใบ: เป็นใบเดี่ยว ขนาดใหญ่ หนา รูปไข่ ปลายมนมีรอยเว้าตรงกลาง ด้านบนแผ่นใบมีสีเขียวเข้มเป็นมัน ด้านล่างเป็นสีเขียวอ่อน และมีขนอ่อนปกคลุม โดยจะแตกยอดออกลักษณะเรียงวนสลับกันบนกิ่ง
  • ดอก: ออกดอกต่อช่อประมาณ 1-20 ดอก โดยแทงออกจากกิ่งอ่อน กลีบดอกเป็นรูปหอก กลีบดอกมีสีขาว มีขนาดใหญ่ หนา กลีบรองสีเขียวอ่อน เป็นดอกสมบูรณ์เพศในตัวเอง เมื่อบานจะมีกลิ่นหอมคล้ายดอกแก้ว ออกดอกกลางเดือนธันวาคม-กุมภาพันธุ์ หรือ ระหว่างเดือนสิงหาคม – กันยายน ระยะเวลาตั้งแต่ผลิดอกจนถึงดอกบานใประมาณ 25-30 วัน
  • ผล: ผลส้มโอมีขนาดใหญ่ มีทั้งทรงกลมมน กลมแป้น กลมสูง หรือมีจุกคล้ายลูกแพร์ ตามแต่สายพันธุ์ โดยจะมีเปลือกหนา และภายในผลจะแบ่งเป็นหลาย ๆ กลีบ นิยมบริโภคส่วนที่เป็นเส้นอวบน้ำอัดรวมกัน หรือที่เรียกว่า “กุ้ง” มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวตามสายพันธุ์
  • เมล็ด: มีสีขาวอมเหลือง ขนาดค่อนข้างใหญ่ แบน เปลือกย่น ประมาณ 0-25 เมล็ด อยู่รวมกันรอบ ๆ แกนผล

ข้อมูลโภชนาการของส้มโอ

ข้อมูลโภชนาการของส้มโอ เปรียบเทียบโดยใช้ปริมาณต่อ 100 กรัม

สารอาหารส้มโอ
แคลอรี (kcal)41
ไขมันทั้งหมด0 กรัม
คอเลสเตอรอล0 มิลลิกรัม
โซเดียม0 มิลลิกรัม
โพแทสเซียม0 มิลลิกรัม
คาร์โบไฮเดรต12.4 กรัม
เส้นใยอาหาร1 กรัม
น้ำตาล8 กรัม
โปรตีน0.5 กรัม
วิตามินเอ0.46 %
วิตามินซี75 %
วิตามินอี0 %
แคลเซียม2.2 %
เหล็ก3.89 %
ไทอามิน0.67 %
ไรโบพลาวิน0.59 %
ไนอาซิน2 %
ฟอสฟอรัส1.7 %

แหล่งข้อมูลประกอบ: Calforlife

สายพันธุ์ส้มโอในไทย

ในปัจจุบันนี้ สายพันธุ์ของส้มโอทั้งพันธุ์พื้นเมืองและพันธุ์นำเข้า มีรวมกันมากกว่า 30 สายพันธุ์ แต่ที่นิยมนำมาปลูกในไทยหลัก ๆ มีทั้งหมด 5 แหล่งที่ปลูก  9 สายพันธุ์ ดังนี้

ส้มโอ 5 พันธุ์ เมืองนครปฐม

อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ถือเป็นหนึ่งในแหล่งปลูกส้มโอที่สำคัญของประเทศไทย โดยมีสายพันธุ์ส้มโอขึ้นชื่อถึง 5 สายพันธุ์ ได้แก่

  • ส้มโอพันธุ์ขาวทองดี รสชาติหวานฉ่ำ ไม่มีรสขมและรสซ่า เนื้อกุ้งสีอมชมพู ผลกลม ไม่มีจุก มีจีบเล็กน้อย ขายได้ราคาดี
  • ส้มโอพันธุ์ขาวแป้น รสชาติหวานอมเปรี้ยว ผลคล้ายพันธุ์ขาวทองดี แต่เนื้อกุ้งมีสีขาวอมเหลือง ให้ผลผลิตสูง
  • ส้มโอพันธุ์ขาวน้ำผึ้ง รสชาติหวานอมเปรี้ยว ไม่มีรสขมและซ่า เนื้อกุ้งสีน้ำผึ้ง เรียงแน่น  แก่จัดเนื้อจะแห้ง เปลือกค่อนข้างหนา ไม่มีจุก ก้นเรียบ น้ำหนักดี ให้ผลดก ขายได้ราคาดี
  • ส้มโอพันธุ์ขาวพวง รสชาติเปรี้ยวอมหวาน แก่จัดรสหวานมากกว่าเปรี้ยว เนื้อกุ้งขาวอมเหลือง ค่อนข้างแข็งและอัดกันไม่แน่น  เนื้อมีน้ำมากแต่ไม่แฉะ เมล็ดน้อย เปลือกหนาผิวเรียบสีเขียวอมเหลือง หัวจุกยาวคล้ายลูกน้ำเต้า และเป็นสายพันธุ์ที่ส่งออกต่างประเทศมากที่สุด
  • ส้มโอพันธุ์ขาวหอม รสชาติหวานหอมเป็นเอกลักษณ์ เนื้อกุ้งสีขาวอมเหลือง เนื้อกรอบแข็ง ผลกลมไม่มีจีบ เปลือกบาง ผลใหญ่น้ำหนักดี นิยมบริโภคมาก
ส้มโอ 5 พันธุ์ เมืองนครปฐม

ส้มโอขาวแตงกวา เมืองชัยนาท

ผลไม้ขึ้นชื่อ ที่อยู่ในคำขวัญของเมืองชัยนาทอย่าง ส้มโอขาวแตงกวา ส้มโอพันธุ์นี้มีรสชาติหวานฉ่ำแหลมนำ อมเปรี้ยวเล็กน้อย เนื้อกุ้งใหญ่แห้ง สีน้ำผึ้งทอง เปลือกบาง ให้ผลดก เป็นที่ต้องการของตลาด

ส้มโอขาวแตงกวา เมืองชัยนาท

ส้มโอพันธุ์ทับทิมสยาม เมืองนครศรีธรรมราช

มีรสชาติหวานไม่มีขมเจือปน เนื้อกุ้งนิ่ม สีชมพูเข้ม หรือ สีแดงทับทิม มีเมล็ดน้อย เปลือกผลบาง บริเวณผิวส้มโอมีขนอ่อนปกคลุมคล้ายกำมะหยี่ มีหัวเป็นจุกและจีบชัดเจน

ส้มโอพันธุ์ทับทิมสยาม เมืองนครศรีธรรมราช

ส้มโอท่าข่อย เมืองพิจิตร

มาถึงแหล่งปลูกส้มโอที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ อย่างจังหวัดพิจิตร โดยมี ส้มโอพันธุ์ท่าข่อย เป็นพันธุ์พื้นเมืองที่ขึ้นชื่อด้านคุณภาพที่สุดในภาคเหนือ ส้มโอพันธุ์นี้มีรสหวาน และเปรี้ยวฉ่ำน้ำผสมกัน เนื้อกุ้งนิ่มละเอียดแน่น สีส้มอมชมพูอ่อน  มีเมล็ดขนาดเล็กมาก หรือบางลูกไม่มีเมล็ดเลย ขายได้ราคาดี

ส้มโอท่าข่อย เมืองพิจิตร

ส้มโอบ้านน้ำตก เมืองอุทัยธานี

ส้มโอบ้านน้ำตก พันธุ์ขาวแตงกวาเบา หรือ ส้มโอพันธุ์ขาวอุทัย หนึ่งในพันธุ์ส้มโอพื้นเมืองที่เก่าแก่ ที่ลดลงเหลือน้อยมากในปัจจุบัน ส้มโอชนิดนี้รสชาติหวานฉ่ำ เนื้อกุ้งเป็นสีขาว เนื้อกรอบไม่ฉ่ำน้ำ ลูกขนาดกำลังดี ไม่เล็กไม่ใหญ่มาก เปลือกบางกว่าส้มโอสายพันธุ์อื่น

ส้มโอบ้านน้ำตก เมืองอุทัยธานี

วิธีการปลูกส้มโอ

ส้มโอ สามารถปลูกได้ทุกพื้นที่ในประเทศไทย เนื่องจากเป็นพืชเมืองร้อน และปลูกได้ดีในดินทุกชนิดที่ระบายน้ำได้ดี ไม่ท่วมขัง ถ้าจะให้ได้ผลผลิตดีต้องได้รับน้ำอย่างสม่ำเสมอ และอยู่ในอุณหภูมิประมาณ 25-30 องศา

ดอกส้มโอ
ส้มโอ
  • ขั้นตอนที่ 1 เลือกต้นพันธุ์

    • เลือกต้นพันธุ์จากชนิดสายพันธุ์ที่ชอบ โดยเลือกจากต้นพันธุ์ที่มีคุณภาพดี แข็งแรง กิ่งไม่เปราะ ใบเงางาม ไม่มีรอยเจาะหรือกัดจากแมลง
  • ขั้นตอนที่ 2 เตรียมดินเพาะกล้า

    • สำรวจค่าความเป็นกรดด่างของดิน โดยให้ค่าความเป็นกรด-ด่างของดินให้อยู่ที่ประมาณ 5.5-6
    • จัดการกำจัดวัชพืชและเศษไม้ออกจากแปลง จากนั้นให้ไถหน้าดินลึก 30 เซนติเมตร ปล่อยหน้าดินตากทิ้งไว้ 15-20 วัน จึงค่อยทำการพรวนดินอีก 2 รอบ แล้วทำการปรับหน้าดินให้เสมอกัน
    • หากปลูกในพื้นที่ดอน ไม่มีน้ำขัง ให้ทำร่องน้ำขนาด 20 เซนติเมตร ลึก 20 เซนติเมตร ยาวสุดแปลงปลูกเพื่อใช้ระบายน้ำ
    • หากปลูกในพื้นที่ลุ่ม มีน้ำขัง ให้ยกร่องแปลงจากแนวทิศเหนือ-ใต้ สันร่องที่ใช้ปลูกส้มโอกว้าง 5-6 เมตร ร่องแปลงสำหรับระบายน้ำกว้าง 1 เมตร ลึก 1 เมตร โดยวางท่อระบายน้ำเข้า-ออกจากแปลง เพื่อใช้ควบคุมระดับน้ำในแปลงปลูก
  • ขั้นตอนที่ 3 การปลูกต้นพันธุ์ส้มโอ

    • ขุดหลุมลึกประมาณ 50 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 6 เมตร เพื่อไม่ให้กิ่งซ้อนกัน
    • หลังขุดหลุมแล้ว ให้ใส่ปุ๋ยคอกลงไปรองก้นหลุม 300-500 กรัม จากนั้นวางต้นพันธุ์ลงไปตรงกลาง และกลบดินทับแน่น ๆ ให้พูนเหมือนลักษณะหลังเต่า
    • นำไม้มาปักหลักให้ส้มโอใหม่ เพื่อป้องกันการโยกเอียงหรือหักจากลมพัด
    • ทำที่พรางแสงให้ต้นส้มโอ โดยใช้ ทางมะพร้าว หรือ สแลนกันแดด SGE
    • รดน้ำให้เปียกชุ่ม
  • ขั้นตอนที่ 4 การให้ปุ๋ย

    • ในช่วงระยะ 1-3 ปี จะให้ปุ๋ยคอกผสมกับปุ๋ยเคมีสูตร 16-16-16 เพื่อบำรุงต้นส้มโอ ในอัตราส่วน 200 กรัม/ต้น โรยบริเวณรอบ ๆ ต้น ตามด้วยการรดน้ำให้ชุ่ม โดยจะให้ปุ๋ยประมาณปีละ 2 ครั้ง
    • ในช่วงระยะ 3-4 ปี จะเปลี่ยนมาให้ปุ๋ยสุตร 15-15-15, 13-13-21 หรือ 12-12-17 ในปริมาณ 500 กรัม/ต้น โรยบริเวณรอบ ๆ ต้น ตามด้วยการรดน้ำให้ชุ่ม โดยจะให้ปุ๋ยประมาณปีละ 2 ครั้ง
    • ในปีที่ 4-5 ส้มโอจะเริ่มติดผล ให้ใช้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 เพื่อบำรุงให้ต้นสมบูรณ์ที่สุด และจะเริ่มงดให้น้ำตั้งแต่เดือนตุลาคม-ธันวาคม หลังจากนี้จึงค่อยให้กลับมาให้น้ำอีกครั้ง พร้อมกับให้ปุ๋ยสูตร 9-24-24 หรือ 12-24-12 เพื่อบำรุงให้ตาดอกเริ่มแตก
    • ช่วงก่อนการเก็บเกี่ยว 1 เดือน ควรเปลี่ยนมาให้ปุ๋ยสูตร 0-0-60 เพื่อเพิ่มรสชาติหวานอร่อยให้กับส้มโอ
  • ขั้นตอนที่ 5 การเก็บเกี่ยว

    • เมื่อส้มโอเริ่มมีการติดผลแล้ว ให้นับต่อไปอีก 8 เดือน ผลส้มโอจะเริ่มแก่ได้ที่ พร้อมแก่การเก็บเกี่ยว โดยสามารถใช้กรรไกรตัดที่ขั้วได้เลยในกรณีที่ต้นไม่สูงมากนัก แต่ถ้าต้นสูงควรเลือกใช้อุปกรณ์ให้เหมาะสม เพื่อป้องกัน ส้มโอร่วงลงพื้นจนได้รับความเสียหาย แตก ช้ำ ขายไม่ได้ราคา

ส้มโอ เป็นผลไม้เมืองร้อน ที่หากินได้ง่ายในเมืองไทย ซึ่งนอกจากกินเล่นเป็นของว่าง ยังสามารถนำไปทำเมนูได้หลากหลาย และยังช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับจานนั้น ๆ ได้ดีอีกด้วย ทั้งยังเป็นพืชเศรษฐกิจ ที่หากใครอยากจะปลูกขายก็ทำได้ไม่ยาก ลองนำเคล็ดลับดี ๆ ที่เรามาแชร์วันนี้ไปลองทำตามกันดู บทความหน้าเราจะเอาบทความดี ๆ อะไรมาฝาก อย่าลืมติดตามกันนะคะ~

แชร์บทความนี้

แสดงความคิดเห็น