11 ประโยชน์ มันม่วง มีโทษไหม มีสายพันธุ์อะไรบ้าง ปลูกยังไง?

11 ประโยชน์ มันม่วง มีโทษไหม มีสายพันธุ์อะไรบ้าง ปลูกยังไง?

By Published On: กันยายน 30th, 2025

มันหวาน Lover อย่างเราช่วงนี้ชอบทาน มันเทศสีม่วง (Purple Sweet Potato) เป็นพิเศษเลยล่ะค่ะ มันเทศที่โดดเด่นด้วยเนื้อสีม่วงอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมรสชาติที่หวานอร่อย จะนำไปต้ม นึ่ง อบ ทอด หรือนำไปประกอบอาหารคาวหวานก็ได้ ด้วยความชอบส่วนตัวของเราเอง😅 บทความนี้เราเลยอยากจะพาทุกคนมาทำความรู้จัก มันม่วง ให้มากขึ้นกันค่ะ มันม่วงมีประโยชน์ โทษอย่างไร มีกี่สายพันธุ์ มีวิธีปลูกอย่างไร ตามไปหาคำตอบกัน!!

ประโยชน์และสรรพคุณ มันม่วง

มันเทศสีม่วง มีประโยชน์มากกว่าที่คิด ด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่หลากหลาย จึงมีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายด้าน เช่น

  1. บำรุงตับ มันม่วงมีสารแอนโทไซยานิน มีฤทธิ์ลดการสะสมไขมันที่ตับ ช่วยบำรุงตับ ป้องกันตับแข็ง และลดการอักเสบของตับได้
  2. บำรุงผิว ชะลอความแก่ มันม่วงอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ มีส่วนช่วยในการบำรุงผิว และชะลอวัย ป้องกันริ้วรอย และลดความเสื่อมของเซลล์
  3. ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็ง การวิจัยพบว่า มันม่วงมีแอนโทไซยานิน อาจช่วยยับยั้งการเกิดมะเร็งปอด มะเร็งเต้านม นอกจากนี้มันม่วงยังมีไฟเบอร์สูง ช่วยให้ระบบทางเดินอาหารทำงานได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร
  4. ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด มันม่วงมีใยอาหารสูง ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยยับยั้งการจับตัวของน้ำตาลกับโปรตีน ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยเบาหวานได้ เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน
  5. ลดความดันโลหิต มันม่วงมีโพแทสเซียมสูงและสารประกอบฟีนอล ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดีขึ้น ช่วยลดความดันโลหิต ป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด
  6. บำรุงสายตา มันเทศสีม่วงมีวิตามินเอ บำรุงสายตา ช่วยการมองเห็น ลดความเสี่ยงต่อการเป็นต้อกระจก
  7. ป้องกันโรคโลหิตจาง มันม่วงมีธาตุเหล็กที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของฮีโมโกลบิน ช่วยลดความเสี่ยงของโรคโลหิตจาง
  8. เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน มันม่วงมีวิตามินซีสูง เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันหวัด
  9. ระบบขับถ่ายทำงานดี มันม่วงมีใยอาหารสูง ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานดี ป้องกันท้องผูก
  10. ให้พลังงานแก่ร่างกาย มันม่วงมีส่วนประกอบหลักเป็นคาร์โบไฮเดรต แหล่งพลังงานสำคัญของร่างกาย ทานแล้วอิ่มนาน น้ำตาลต่ำ ดีต่อคนควบคุมน้ำหนัก
  11. ประโยชน์อื่น ๆ  มันม่วงมีสีสันที่แตกต่างจากผักผลไม้ทั่วไป ช่วยเพิ่มสีสันให้จานอาหารได้ดี
มันม่วง (Purple Sweet Potato)
มันม่วง (Purple Sweet Potato)

มันม่วง (Purple Sweet Potato)

มันม่วง (Purple Sweet Potato)
มันม่วง (Purple Sweet Potato)

ชื่อวิทยาศาสตร์: I pomoea batatas (L.) Lam.

ชื่อสามัญ: Sweet potato, Purple Sweet Potato

วงศ์: Convolvulaceae

ถิ่นกำเนิด: เขตร้อนทวีปอเมริกากลางและอเมริกาใต้

มันม่วง (Sweet Potato) คือ มันเทศชนิดหนึ่งที่เนื้อมีสีม่วง หลายคนรู้จักกันในชื่อ มันเทศสีม่วง เป็นอาหารที่มีความสำคัญอันดับต้นของโลก โดยเฉพาะในแถบเอเชียและแอฟริกา ในประเทศไทยสามารถพบได้ทั่วไปทั่วทุกภาค และมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่น มันแกวม่วง, มันแกวแดง (ภาคเหนือ), มันกลาม่วง (ภาคใต้)

ลักษณะพฤกษศาสตร์มันม่วง

  • ราก/หัว: รากหรือหัวมันม่วง พัฒนามาจากรากฝอย มีตั้งแต่ระดับดินและลึกลงไปดิน 40 ซม. แต่ละต้นออกหัวได้มากถึง 50 หัว มีหลายรูปทรงตามสายพันธุ์ เช่น รูปร่างกลม กรวย กระบอก รี ยาวรี มีทั้งผิวเรียบและผิวขรุขระ ส่วนสีจะเป็นสีแดง สีม่วง ม่วงออกน้ำเงิน ก็ได้
  • เถา/ลำต้น: ลำต้นเป็นเถาเลื้อยไปตามดิน ความยาว 1 – 6 เมตร มีข้อเป็นระยะ ความถี่ตั้งแต่ 2.5 – 12 ซม. ส่วนสีของลำต้นแตกต่างกันตามสายพันธุ์ เช่น สีเขียว สีน้ำตาล สีเขียวจุดม่วง และสีม่วง (บางพันธุ์มีขนที่ลำต้น)
  • ใบ: ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ มีรูปร่างต่างกันตามสายพันธุ์ ทั้งสี รูปร่างใบ และสีของใบ ลักษณะของใบที่พบบ่อย คือ ใบรูปใบโพธิ์ ใบแฉก สีเขียว สีเหลือง สีเขียวปนม่วง ฯลฯ
  • ดอก: ดอกสมบูรณ์เพศ แต่ละดอกมี 5 กลีบ เชื่อมติดกัน ดอกเป็นทรงกรวย ปลายดอก 5 แฉก มีสีขาว ชมพู หรือม่วง คล้ายดอกผักบุ้ง
  • ผลและเมล็ด: ผลมันม่วงมีลักษณะคล้ายดอกบัวตูม ด้านในมีเมล็ด 2 – 4 เมล็ด เมื่อแก่จัดจะมีสีดำ

ข้อมูลโภชนาการ มันม่วง

ในปริมาณ 100 กรัม มันม่วงให้พลังงาน สารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุต่าง ๆ ดังนี้

สารอาหารมันม่วง (ดิบ)หน่วย
พลังงาน90กิโลแคลอรี
คาร์โบไฮเดรต20.7กรัม
น้ำตาล6.5กรัม
ใยอาหาร3.3กรัม
ไขมัน0.15กรัม
โปรตีน2กรัม
วิตามินเอ961ไมโครกรัม (120%)
เบตา-แคโรทีน11ไมโครกรัม
ไทอามีน(บี1)0.11มิลลิกรัม (10%)
ไรโบเฟลวิน(บี2)0.11มิลลิกรัม (9%)
ไนอาซิน(บี3)1.5มิลลิกรัม (10%)
วิตามินบี60.29มิลลิกรัม (22%)
โฟเลต(บี9)6ไมโครกรัม (2%)
วิตามินซี19.6มิลลิกรัม (24%)
วิตามินอี0.71มิลลิกรัม (5%)
แคลเซียม38มิลลิกรัม (4%)
เหล็ก0.69มิลลิกรัม (5%)
แมกนีเซียม27มิลลิกรัม (4%)
แมงกานีส0.5มิลลิกรัม (5%)
ฟอสฟอรัส54มิลลิกรัม (8%)
โพแทสเซียม475มิลลิกรัม (10%)
โซเดียม36มิลลิกรัม (2%)
สังกะสี0.32มิลลิกรัม (3%)

แหล่งข้อมูลประกอบ: USDA

สายพันธุ์ มันม่วง

เนื่องจากมันม่วงเป็นพืชที่เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญ ทำให้ได้รับการวิจัยพัฒนาสายพันธุ์มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทั่วโลก,uสายพันธุ์มันม่วงมีมากกว่า 500 สายพันธุ์ แต้ในบทความนี้เราจะแบ่งสายพันธุ์มันม่วงแบบรวม ๆ ที่ควรรู้จัก ดังนี้

มันม่วงไทย

มันม่วงไทย (Thai Sweet Purple Potato)  มีหลายร้อยสายพันธุ์ ยกตัวอย่างพันธุ์ที่ได้รับความนิยม เช่น พันธุ์พิจิตร 1 พันธุ์แม่โจ้ พันธุ์ห้วยสีทน พันธุ์โอกุด ฯลฯ

มันม่วงไทย (Thai Sweet Purple Potato)

มันม่วงญี่ปุ่น

มันม่วงญี่ปุ่น (Japanese Purple Potato) ได้รับความนิยมในประเทศไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเมนูมันม่วงเผาหรือมันหวานเผาญี่ปุ่น ที่มีราคาแพงมากหากเทียบกับมันม่วงในไทย ยกตัวอย่างพันธุ์มันม่วงญี่ปุ่นที่นำเข้ามาขายในไทย เช่น เบนิอิโมะ  เพอเพิ้ลสวีทลอร์ด จูระโคอิเบนิ มุราซากิโรแมน ฯลฯ

มันม่วงญี่ปุ่น (Japanese Purple Potato)

วิธีการปลูกมันม่วงลงแปลงดิน

สำหรับการปลูกมันม่วง มีเทคนิคปลูกหลายวิธี บทความนี้ขอยกตัวอย่างการปลูกที่ได้ผลดีจาก สวนคุณลี ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ เทคโนโลยีชาวบ้าน

ปลูกมันม่วงลงแปลงดิน
ปลูกมันม่วงลงแปลงดิน
  • ขั้นตอนที่ 1 เตรียมแปลงปลูก

    • ไถดะและตากดินไว้ 7 – 10 วัน แล้วไถพรวนแปลงอีก 1 รอบให้ดินละเอียด จากนั้นยกร่องเป็นสามเหลี่ยม กว้า3 50 – 80 ซม. สูง 30 – 50 ซม. (ยิ่งแปลงสูงยิ่งหัวมันดี) ความยาวแล้วแต่พื้นที่
  • ขั้นตอนที่ 2 จัดวางระบบน้ำ

    • หากมีงบประมาณแนะนำให้วางระบบน้ำแบบสปริงเกลอร์ รัศมีกระจายได้ 3 – 5 เมตร แต่หากใครไม่สะดวก สามารถใช้น้ำฝนจากธรรมชาติ หรือถ้าเป็นหน้าแล้งให้น้ำมันม่วงแบบท่วมแปลงบ้างเป็นครั้งคราว
  • ขั้นตอนที่ 3 การเตรียมท่อนพันธุ์

    • ตัดท่อนพันธุ์มันม่วง ยาว 30 ซม. ลิดใบทิ้ง นำท่อนพันธุ์มามัดรวมกัน ใช้สอบปุ๋ยห่มัดไว้ แล้วนำแช่ยาฆ่าแมลงในกลุ่ม คาร์โบซัลแฟน ประมาณ 5 นาที
    • จากนั้นนำเข้าร่ม รดน้ำเช้า – เย็น สองสามวัน รอรากงอกออกมาตามข้อ แสดงว่าท่อนพันธุ์พร้อมปลูก
  • ขั้นตอนที่ 4 ปลูกมันม่วงลงแปลง

    • ก่อนปลูกให้น้ำแปลงปลูกให้ดินมีความชุ่มชื้น แล้วปลูกแบบใช้ไม้ปลายแหลมกระทุ้งหรือเสียบก่อนนำท่อนมันม่วงลงปลูก ทำมุม 45 องศา เสียบลงดิน 2 – 3 ข้อ ระยะห่างระหว่างต้น 20 – 30 ซม
  • ขั้นตอนที่ 5 ให้น้ำและให้ปุ๋ย

    • ในช่วงสามวันแรกหลังปลูกต้องให้น้ำสม่ำเสมอทุกเช้า – เย็น หลังจากนั้นให้น้ำ 3 วัน 5 วัน หรือ 7 วันต่อครั้ง
    • สังเกตจากความชื้นของดิน (มันม่วง 2 เดือนจะเริ่มไม่ต้องการน้ำมาก) ส่วนปุ๋ยให้ฉีดใบ สูตร 0-52-34 ทุก ๆ 15 วัน เพื่อให้ลงหัวดีขึ้น
  • ขั้นตอนที่ 6 เก็บเกี่ยวมันม่วง

    • ปกติมันม่วงจะมีอายุเก็บเกี่ยว 100 – 140 วัน แล้วแต่สายพันธุ์และความสมบูรณ์ของต้น

คำถามที่หลายคนสงสัยเกี่ยวกับมันม่วง

มันม่วงปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงาน 85 – 120 แคลอรี่ ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์

มันม่วงมีใยอาหารสูง ช่วยให้อิ่มนาน สามารถกินแทนข้าวหรือกินเป็นอาหารว่างแทนการกินขนมจุกจิกได้ อย่างไรก็ตาม การกินมันม่วงเพื่อลดความอ้วน ควรทำอย่างเหมาะสม ไม่ควรกินในปริมาณมากเกินไป

ขึ้นอยู่กับขนาดหัวของมันม่วงว่าใหญ่หรือเล็กแค่ไหน แต่โดยทั่วไปแล้ว หัวมันม่วง 1 หัว จะมีน้ำหนักประมาณ 200-300 กรัม ดังนั้น มันม่วง 100 กรัม จะมีประมาณ 1/3 – 1/2 หัว

มันม่วงที่นำมาเผาแล้วได้รับความนิยมมากที่สุด ส่วนมากจะเป็นสายพันธุ์ญี่ปุ่น เช่น  เพอเพิ้ลสวีทลอร์ด (Purple Sweet Lord) ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศญี่ปุ่น, เบนิฮารุกะ (Beniharuka), อันโนอิโมะ (Annoimo), เบนิอิโมะ โอกินาว่า (Okinawa) และมุราซากิ มุสึเมะ (Kyuushu 137) และมันม่วงสายพันธุ์ไทย

เป็นอย่างไรบ้างกับสาระน่ารู้เกี่ยวกับ มันม่วง ทั้งมีประโยชน์เพียบ แถมยังปลูกไม่ยากอย่างที่คิดเลยใช่ไหมล่ะคะ บทความต่อไปเราจะเอาสาระน่ารู้เกี่ยวกับพืชชนิดไหนมาบอกอีกอย่าลืมติดตามกันด้วยน้าาาา

แชร์บทความนี้

แสดงความคิดเห็น