
วิธีปลูก โรสแมรี่ ให้ใบเขียวสวยงาม นำมาทำอาหารได้
เชื่อว่าหลายคนคงเคยมีประสบการณ์ ซื้อโรสแมรี่มาปลูก แล้วน้องก็โบกมือลาไปอย่างรวดเร็ว 😭 ด้วยความที่เป็นสมุนไพรฝรั่งที่ชอบอากาศเย็น แต่เราก็อยากมีใบเขียว ๆ หอม ๆ ไว้เด็ดมาทำเมนูที่ชอบ บทความนี้เลยจะมาแชร์แบบหมดเปลือก ว่าทำยังไงให้โรสแมรี่ของเรา สวย ใบเขียวแน่น หอมฟุ้ง และเติบโตได้ดีในบ้านเรา พร้อมเด็ดไปปรุงอาหารได้ทันที!
โรสแมรี่ (Rosemary)
โรสแมรี่ (Rosemary) เป็นพืชจัดอยู่ในวงศ์กะเพรา มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบคาบสมุทรเมดิเตอร์เรเนียน ลักษณะเด่น คือ ใบ จะมีรูปร่างคล้ายเข็ม ยาว 2-4 เซนติเมตร กว้าง 2-5 มิลลิเมตร มีกลิ่นหอม และเขียวอยู่ตลอดปี ด้านบนของใบมีสีเขียว ด้านท้องใบเป็นสีขาว และมีขนปกคลุม ดอกมีหลายสี เช่น สีขาว สีชมพู สีม่วง หรือสีฟ้า

ประโยชน์ของต้นโรสแมรี่นั้น สามารถนำมาใช้ปรุงอาหาร เพื่อทำให้มีกลิ่นหอม รวมถึงลดกลิ่นคาว นิยมใช้ในการทำสเต็ก และอาหารอิตาเลียน เช่น พิซซ่า ขนมปังอิตาลี ที่เรียกว่า ฟอคคาเซีย ฯลฯ ไปจนถึงใช้ตกแต่งจานอาหารให้มีความสวยงาม อีกด้านหนึ่งคือ สามารถใช้เป็นพืชสมุนไพร นำมาสูดดมกลิ่น เพื่อช่วยรักษาไข้หวัด แก้ไอ รับประทานเพื่อทำให้ชุ่มคอได้อีกด้วย
ด้วยรูปทรงที่สวยงาม ประโยชน์ที่หลากหลาย โดยเฉพาะในด้านการทำอาหาร ทำให้โรสแมรี่ เป็นพืชที่ปลูกแล้ว สามารถสร้างรายได้ให้เกษตกรได้จำนวนมาก
- ปัจจุบัน ราคาขายโรสแมรี่ต่อต้น เริ่มต้นที่ 60 บาท ไปจนถึงราคาต้นละ 2,500 บาท ตามขนาดและอายุของแต่ละต้น
ชื่อวิทยาศาสตร์: Rosmarinus officinalis L. (ชื่อพ้อง: Salvia rosmarinus Spenn.)
ชื่อสามัญ: Rosemary
วงศ์: Lamiaceae (วงศ์กะเพรา/มิ้นต์)
ถิ่นกำเนิด: แถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และยุโรปตอนใต้
ลักษณะของโรสแมรี่
- ทรงต้น/ลำต้น เป็นไม้พุ่มเตี้ยถึงสูง (ประมาณ 1-2 เมตร) มีทั้งชนิดพุ่มตั้งตรง (Upright) และชนิดเลื้อย (Creeping/Trailing) ลำต้นอ่อนจะมีสีเขียวนุ่ม แต่จะค่อยๆ กลายเป็นเนื้อไม้ (Woody) เมื่อมีอายุมากขึ้น
- ใบ มีลักษณะคล้ายเข็ม (Needle-like) เรียวยาวประมาณ 2-4 ซม. ใบมีสีเขียวเข้มถึงเขียวอมเทา ด้านบน มีสีเขียวเข้ม ด้านท้องใบ มีสีขาวและมีขนละเอียดนุ่มปกคลุมอยู่
- กลิ่น มีกลิ่นหอมแรงและเป็นเอกลักษณ์ คล้ายกลิ่นสนผสมการบูร (Aromatic) ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ทำให้นิยมนำมาใช้ในการปรุงอาหารและสกัดน้ำมันหอมระเหย
- ดอก ดอกเล็ก ๆ ออกเป็นช่อตามซอกใบ มักมีสี ฟ้าอมม่วง (Purplish-blue), สีขาว, สีชมพู หรือสีฟ้าอ่อน มีรูปร่างคล้ายปากเปิด (เป็นลักษณะทั่วไปของพืชในวงศ์กะเพรา/มิ้นต์)
ปลูก โรสแมรี่ ยังไงให้รอดในเมืองไทย
โรสแมรี่ จริง ๆ แล้วเป็นพืชที่ปลูกง่าย และไม่ต้องการการดูแลอะไรมากมาย การปลูกโรสแมรี่ให้รอดและเติบโตได้ดีในสภาพอากาศร้อนชื้นแบบเมืองไทย ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพียงแต่ต้องเข้าใจธรรมชาติของเขาและเน้นการจัดการ “น้ำ” และ “ดิน” เป็นพิเศษค่ะ ปัจจัยที่ทำให้โรสแมรี่เติบโตได้ดี มีหลัก ๆ อยู่ 6 ปัจจัยด้วยกันคือ
1. ดินต้องระบายน้ำได้ดี
โรสแมรี่ไม่ชอบน้ำขัง เพราะจะทำให้รากเน่า คุณจึงต้องมั่นใจว่า ดินนั้นมีความร่วนซุยมากพอ ที่จะทำให้น้ำสามารถไหลผ่านได้ง่าย ซึ่งถ้าหากไม่มั่นใจ ควรใช้กาบมะพร้าวผสม หรือ ใช้ดินก้ามปู ที่ระบายน้ำได้ดีมาใช้ในการปลูก
2. ปลูกในพื้นที่กลางแจ้ง หรือ แสงแดดมากพอ
เนื่องจากมีถิ่นกำเนิดในคาบสมุทรเมดิเตอร์เรเนียน ที่มีสภาพอากาศอบอุ่น โรสแมรี่จึงชอบแสงแดดจัด ซึ่งก็เหมาะกับสภาพอากาศบ้านเรามาก ๆ ดังนั้น หากมีพื้นที่กลางแจ้ง ก็สามารถปลูกโรสแมรี่ไว้ได้เลย หรือ ถ้าใครปลูกในกระถาง ก็ให้วางไว้ในที่โดนแสงแดดเพียงพอ
3. รดน้ำ ไม่น้อยไป ไม่มากไป
เมื่อปลูกโรสแมรี่ คุณไม่จำเป็นต้องรดน้ำมันเช้า – เย็น เหมือนกับพืชอื่น ๆ เพราะนั่นอาจทำให้โคนต้นเน่าและไม่ติดรากได้ การรดน้ำ จึงควรพอดี ไม่น้อยไป ไม่มากไป โดยแนะนำให้รดน้ำตอนเช้า 1 ครั้งเท่านั้น แค่ให้พอดินชุ่ม หรือ มีน้ำไหลออกจากดินในกระถาง ไม่จำเป็นต้องรดทุกวัน หากอยากรู้ว่าเวลาไหนควรรดน้ำ ให้สังเกตสภาพอากาศและสภาพดินเป็นหลัก หากอากาศร้อน หรือ ดินแห้ง ให้รดน้ำได้ แต่ถ้าวันไหนฝนตก อากาศชื้น ก็ไม่ต้องรดน้ำ
4. ต้องมีระยะห่างระหว่างต้น
การปลูกโรสแมรี่ ไม่ควรปลูกชิดติดกัน ดังนั้น หากจะปลูกในแปลง หรือ แม้แต่ในกระถาง ก็ควรเว้นระยะห่างให้เพียงพอ เพื่อให้ต้นโรสแมรี่มีอากาศถ่ายเท และได้รับแสงแดดเต็มที่ สำหรับระยะห่างของการปลูกในแปลง ควรอยู่ที่ 50 เซนติเมตร ส่วนในกระถาง แล้วแต่ความเหมาะสม หรือ ปลูกแยกกระถางได้ยิ่งดี
5. ห้ามโดนฝนเด็ดขาด
ดังที่บอกไปแล้วว่า โรสแมรี่ไม่ชอบน้ำเยอะ ดังนั้น ในฤดูฝน หากปลูกในกระถาง ต้องยกหลบฝน อย่าให้โดนน้ำฝนเด็ดขาด ส่วนใครที่ปลูกกลางแจ้ง แนะนำให้ทำเต็นท์คลุม หรือ ย้ายไปไว้ในโรงเรือน ก็จะลดโอกาสรากเน่า หรือ ต้นโรสแมรี่ตายได้
6. เจอราให้เด็ด เจอแมลงให้ฉีด
เมื่อมีความชื้นมาก เชื้อราก็อาจขึ้นใบโรสแมรี่ได้ง่าย หากเจอก็ให้เด็ดเฉพาะส่วนใบออกทันที ในกรณีที่เจอแมลง เช่น เพลี้ยไฟ ซึ่งชอบกัดกินโรสแมรี่ จนทำให้ใบเป็นสีน้ำตาล ให้ฉีดพ่นน้ำส้มควันไม้ หรือ น้ำยาชีวภาพทั้งหลาย เพื่อป้องกันและทำให้ใบต้นโรสแมรี่มีความสวยงาม
วิธีการปลูกต้นโรสแมรี่ให้เติบโตได้ดี
การปลูกต้นโรสแมรี่ แนะนำให้ซื้อต้นโรสแมรี่ที่ติดรากแล้ว ซึ่งมีอายุ 1 เดือนขึ้นไปมาใช้ในการปลูก เพราะจะมีโอกาสรอดสูงที่สุด หลังจากนั้น 4 เดือน ก็จะเริ่มเก็บเกี่ยวได้แล้ว ส่วนวิธีการปลูกต้นโรสแมรี่ยังไง ให้เติบโตได้ดีนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 วิธีด้วยกันก็คือ การปลูกลงดิน และ ปลูกในกระถาง ซึ่งก็ต้องการเทคนิคและวิธีการที่แตกต่างกันไป ดังนี้


ปลูกโรสแมรี่ลงดิน
- 1
ขุดยกร่อง ทำแปลงปลูกให้ยกสูงขึ้นจากพื้นดิน เพื่อป้องกันน้ำท่วมขังหรือน้ำขังเวลาฝนตกหนัก
- 2
จากนั้นไถเปิดหน้าดิน แล้วตากแดดไว้ก่อน 7 วัน เพื่อฆ่าเชื้อ
- 3
ปรุงดินโดยใส่ปูนขาว 30 กรัม/ตารางเมตร ร่วมกับ ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก 1 – 2 กิโลกรัมต่อตารางเมตร คลุกให้เข้ากัน
- 4
ขุดหลุมเว้นระยะห่าง 50 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ย 15-15-15 ปริมาณ 20 กรัม/หลุม
- 5
นำต้นกล้าโรสแมรี่ลงปลูก
- 6
หลังจากนั้น 15 – 20 วัน จึงใส่ปุ๋ย 46-0-0 + 15-0-0 สัดส่วน 1:1 ปริมาณ 20 กรัม/ต้น เพื่อเร่งให้โต
ปลูกโรสแมรี่ในกระถาง
- 1
ใช้กระถางดินเผา กระถางพลาสติก หรือ กระบะปลูกผัก SGE ที่มีรูระบายน้ำขนาดใหญ่และเยอะ
- 2
ผสมดินสำหรับปลูกในกระถาง ประกอบด้วย กาบมะพร้าวสับ 3 ส่วน ดินร่วนหรือดินใบก้ามปู 1 ส่วน แกลบดิบ 1 ส่วน แกลบเผา (แกลบดำ) 1 ส่วน และปุ๋ยคอก 1 ส่วน
- 3
นำต้นกล้าโรสแมรี่มาลงปลูก กลบดินโปร่ง ๆ และกดเบา ๆ
- 4
วางในที่โดนแดด 6-8 ชม. และมีลมพัดผ่านตลอดเวลา
- 5
ดน้ำต่อเมื่อดินในกระถาง แห้งสนิท แล้วเท่านั้น
ตัดใบโรสแมรี่อย่างไร ให้ยังคงความสวยงาม
เมื่อใบของต้นโรสแมรี่เริ่มโตเต็มที่ จนสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้แล้ว เราก็สามารถใช้กรรไกรตัดเพื่อนำมาใช้งานได้ แต่ถ้าอยากให้ต้นโรสแมรี่ยังคงมีพุ่มสูง สวยงาม เราจะต้องรู้วิธีการตัดที่ถูกด้วย เพราะถ้าตัดไม่ถูกวิธี อาจทำให้พุ่มเตี้ย ไม่สวยงามได้
เทคนิคในการตัดโรสแมรี่นั้น ให้ตัดกิ่งด้านข้าง ๆ ไปใช้งานก่อน ไม่ตัดกิ่งด้านบนหรือตรงกลางออก เพราะจะทำให้ต้นเป็นทรงพุ่มเตี้ย ไม่สวยงาม
ทั้งนี้ควรตัดแต่งกิ่งโรสแมรี่ ในช่วงหน้าฝน เพราะจะช่วยให้ทำให้ต้นโรสแมรี่มีพุ่มที่บาง อากาศถ่ายเท ทำให้ใบไม่เก็บความชื้น จนเกิดเชื้อราขึ้นได้
โรสแมรี่ เป็นพืชชนิดหนึ่ง ที่ปลูกแล้วสามารถสร้างรายได้ดี เพราะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้มากมาย โดยเฉพาะในด้านการทำอาหาร จึงทำให้มีมูลค่าค่อนข้างสูง ยิ่งพุ่มสูง สวยงาม ก็ยิ่งมีราคา ดังนั้น หากใครสนใจอยากปลูกโรสแมรี่แล้วละก็ สามารถลองนำเคล็ดลับและวิธีการที่เรานำมาฝาก ไปทำตามกันได้เลยนะคะ
สำหรับใครที่อยากตัดกิ่งหรือใบยอดโรสแมรี่มาใช้งานได้ง่าย โดยไม่ต้องออกแรง พร้อมป้องกันใบโรสแมรี่ให้ห่างไกลจากเชื้อราในช่วงหน้าฝน แนะนำให้ใช้ กรรไกรตัดกิ่งไฟฟ้า SGE เพียงแค่กดปุ่ม ใบมีดก็จะทำงานอัตโนมัติ ช่วยให้ตัดกิ่งน้อยใหญ่ได้ง่าย โดยไม่ต้องออกแรง พร้อมใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง



