
รู้จักกับ สาหร่ายพวงองุ่น แคลอรี่ต่ำ ประโยชน์แน่น ๆ
สวัสดีค่ะทุกคน! ใครที่กำลังมองหาของอร่อย ดีต่อสุขภาพ และแคลอรี่ต่ำแบบสุด ๆ ต้องห้ามพลาดสิ่งนี้เลยค่ะ นั่นก็คือ สาหร่ายพวงองุ่น นั่นเอง! ในบทความนี้ เราจะชวนทุกคนไปทำความรู้จักกับเจ้าสาหร่ายจิ๋วแต่แจ๋วนี้ให้มากขึ้นค่ะ ว่าทำไมมันถึงกลายเป็นขวัญใจสายเฮลท์ตี้ และมันมีประโยชน์อะไรที่ซ่อนอยู่บ้าง เตรียมตัวพบกับความลับของ “คาเวียร์สีเขียว” ที่กินเพลินได้ไม่กลัวอ้วนกันเลยค่ะ!
สาหร่ายพวงองุ่น คืออะไร?
สาหร่ายพวงองุ่นมีหลากหลายชื่อเรียกมาก จะเรียกกันไปตามแต่ละพื้นที่ ซึ่งคนไทยจะรู้จักกันในชื่อของ สาหร่ายพวงองุ่น, สาหร่ายพริกไทย, คาเวียร์สีเขียว (Green Caviar) หรือองุ่นแห่งท้องทะเล (Sea Grapes) นอกจากนี้ ยังมีชื่อในภาษาอื่น ๆ อีก เช่น Lelato, Ararusip และ Lato ส่วนชาวญี่ปุ่น ประเทศที่นิยมกินสาหร่ายชนิดนี้จะเรียกว่า Umi-budou ซึ่งแปลว่า องุ่นแห่งท้องทะเล

ชื่อวิทยาศาสตร์: Caulerpa lentillifera J.Agardh
ชื่อสามัญ: Sea Grapes, Green Caviar
วงศ์: Caulerpaceae
ถิ่นกำเนิด: พบได้ทั่วไปในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนของมหาสมุทรแปซิฟิก และมหาสมุทรอินเดีย โดยเฉพาะในพื้นที่แถบ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (รวมถึงไทย), ญี่ปุ่น (โอกินาวา), ฟิลิปปินส์, และเวียดนาม
ด้วยรูปลักษณ์ของสาหร่ายชนิดนี้ จะเป็นเม็ดกลมเล็ก ๆ สีเขียวเกาะกันเป็นพวง ๆ ช่อ ๆ มองดูคล้ายพวงองุ่นจิ๋ว และบางทีดูไปดูมาก็เหมือนช่อพริกไทยสด จึงมีหลายคนเข้าใจว่าสาหร่ายช่อพริกไทย และสาหร่ายพวงองุ่น คืออย่างเดียวกัน อันที่จริงก็จัดอยู่ในตระกูลเดียวกัน แต่สาหร่ายช่อพริกไทย จะมีขนาดเล็กกว่าสาหร่ายพวงองุ่นเล็กน้อย
สาหร่ายพวงองุ่นพบได้ที่ไหน?
วนมากสาหร่ายพวงองุ่น จะพบอยู่บนโขดหิน ก้อนกรวด และพื้นทรายในทะเลลึก โดยอาจอยู่รวมตัวกันเป็นกระจุก หรือปะปนกับสาหร่ายชนิดอื่นตามซอกหิน หรือปะการัง
- ปัจจุบันสามารถพบสาหร่ายพวงองุ่นได้ในเขตประเทศอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และญี่ปุ่น นอกจากนี้ ยังแพร่กระจายไปในเขตร้อนอย่าง เคนยา มาดากัสการ์ โมซัมบิก แทนซาเนีย และปาปัวนิวกินี ส่วนในประเทศไทย ก็มีการเพาะเลี้ยงได้ด้วยเช่นกันในระบบบ่อเลี้ยง โดยการสนับสนุนของกรมประมง

ในปัจจุบันประเทศไทย สามารถหาซื้อสาหร่ายพวงองุ่นได้ จะมีตลาดขายสาหร่ายพวงองุ่นในพื้นที่แถบจังหวัดทางภาคใต้ เช่น จังหวัดภูเก็ต ตรัง พังงา กระบี่ เพชรบุรี ฯลฯ หรือภาคตะวันออก ก็จะมีบ้าง ส่วนถ้าอยู่ในกรุงเทพ ก็สามารถไปหาซื้อได้ที่ร้านขายของนำเข้าจากญี่ปุ่น อาจจะพอมีนำเข้ามาขายอยู่บ้าง และตามซูเปอร์มาร์เกตชั้นนำ
รู้ไหม? สาหร่ายพวงองุ่นสามารถนำมาทานสด ๆ ได้เลย ถ้าเป็นคนใต้จะนิยมนำไปกินเป็นเหมือนผักอย่างหนึ่งแกล้มกับขนมจีนบ้าง หรือจิ้มกินกับน้ำพริกก็ได้ ส่วนคนที่เพิ่งเริ่มทาน อาจจะเด็ดเป็นช่อเล็ก ๆ แล้วไปจิ้มกับวาซาบิ น้ำจิ้มซีฟู้ด น้ำพริก สลัดครีมก็ได้ จะนำไปยำบีบมะนาวใส่ลงไป หรือใส่น้ำส้มสายชูผสมพริกป่นก็ดี
ข้อสำคัญ คือ ไม่ควรล้างสาหร่ายพวงองุ่นแล้ววางทิ้งไว้ เพราะจะทำให้เม็ดฟีบลงได้ และไม่ควรแช่ทิ้งไว้ในซอส หรือน้ำจิ้มนาน ๆ อาจจะทำให้เสียรสชาติได้นั่นเอง
ประโยชน์ของสาหร่ายพวงองุ่น

- แหล่งรวมวิตามินมากมาย ทั้งวิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี วิตามินอี และวิตามินเค ดังนั้น จึงช่วยบำรุงสายตา แก้อาการเหน็บชา ดูแลกระดูก และฟัน บำรุงผิวพรรณ และช่วยให้เลือดแข็งตัวได้ง่าย
- ปรับสมดุลในร่างกาย
- รักษาความชุ่มชื้นของเซลล์ผิว
- บำรุงสมอง บำรุงเส้นผม
- ต่อต้าน และยับยั้งเซลล์มะเร็ง
- กากใยสูง แคลอรี่ต่ำ เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนัก
- แมกนีเซียม ช่วยให้กล้ามเนื้อและประสาททำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
- แคลเซียม บำรุงกระดูก
- โปแคสเซียม ช่วยควบคุมการทำงานของเซลล์ และความสมดุลของน้ำในร่างกาย
- สังกะสี ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
- ไอโอดีน ช่วยป้องกันและรักษาโรคคอพอก
- เบต้าแคโรทีน ต้านอนุมูลอิสระ
- กรดอะมิโนที่จำเป็นอีกหลายชนิดที่ไม่พบในพืชบนบก
- เหมาะกับผู้ป่วยหลายโรค เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ
ข้อควรระวังในการทานสาหร่ายพวงองุ่น
- ผู้ที่แพ้อาหารทะเล สาหร่ายพวงองุ่นเป็นพืชทะเล จึงมีโปรตีนบางชนิดที่อาจกระตุ้นอาการแพ้ในผู้ที่มีประวัติแพ้อาหารทะเล ควรทดลองทานในปริมาณน้อยก่อน
- ระบบย่อยอาหาร หากรับประทานในปริมาณที่มากเกินไป อาจทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนักเกินไป และอาจทำให้มีอาการ ท้องอืด ท้องเสีย หรือแน่นท้อง ตามมาได้
- ปริมาณไอโอดีน สาหร่ายมีไอโอดีน ซึ่งมีประโยชน์ แต่สำหรับผู้ที่มีภาวะไทรอยด์บางชนิดที่ต้องจำกัดการรับไอโอดีน ควรปรึกษาแพทย์และทานในปริมาณที่พอเหมาะ
เป็นยังไงกันบ้างคะกับเรื่องราวของ สาหร่ายพวงองุ่น? หวังว่าทุกคนคงได้รู้จักกับซูเปอร์ฟู้ดจากทะเลชนิดนี้มากขึ้นนะคะ บอกเลยว่ามันตอบโจทย์คนที่กำลังควบคุมน้ำหนักหรืออยากทานของว่างที่ดีต่อสุขภาพมาก ๆ ค่ะ เพราะนอกจากจะได้ความกรุบกรอบอร่อยเพลิน ๆ แล้ว ยังได้คุณค่าทางอาหารไปเต็ม ๆ ในขณะที่แทบไม่ต้องกังวลเรื่องแคลอรี่เลย
ใครที่ยังไม่เคยลอง เราขอเชียร์ให้ไปหามาทานดูนะคะ อาจจะเริ่มจากการจิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บ ๆ หรือเอาไปใส่สลัดเพิ่มความกรุบก็ได้ค่ะ!



