
สแลนกรองแสง เลือกอย่างไร? 5 เรื่องต้องรู้ก่อนซื้อ
สแลนกันแดด หรือ สแลนกรองแสง เป็นอุปกรณ์สำคัญของเกษตรกร ช่วยกรองแสง ปกป้องพืช และเหมาะกับงานปศุสัตว์หรือก่อสร้าง แต่สแลนก็มีหลายสี หลายขนาด และมีรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป หากเลือกไม่ถูกต้อง อาจส่งผลต่อผลผลิตหรือสินค้าได้
ในบทความนี้เราจะพาไปดู 5 เรื่องต้องรู้ก่อนซื้อ สแลนกันแดด พร้อมวิธีเลือกสี วิธีตัด และดูแลรักษา ให้ใช้งานได้ยาวนาน เพิ่มมูลค่าและผลผลิตให้ธุรกิจคุณ!
1. สแลนแต่ละสี ต่างกันอย่างไร?
สีสแลน แต่ละสีนั้น มีประโยชน์แตกต่างกันออกไป ปกติแล้ว สแลน จะทำหน้าที่ตัดทอนค่าความยาวคลื่นของแสงแดด เช่น หากสแลนสีเขียว ก็จะตัดทอนค่าความยาวคลื่นแสงสีขาวธรรมชาติที่พืชต้องการออกไป พร้อมสะท้อนแต่แสงสีเขียว ทำให้พืชไม่เจริญเติบโตเท่าที่ควร แต่ก็จะเหมาะกับการคลุมบ่อน้ำที่ไม่ต้องการให้ตะไคร่ขึ้น เป็นต้น


2. ระดับการกรองแสงของสแลน
ระดับการกรองแสงของ ตาข่ายกันแดด สแลนกรองแสง เป็นความถี่ของการถัก และการทอของสแลนกันแดด ยิ่งถักทอถี่ขึ้น ก็จะกรองแสงได้มากขึ้น การเลือกเปอร์เซ็นต์การกรองแสงขึ้นอยู่กับชนิดของพืช รวมถึงช่วงอายุของพืช ที่เราปลูกด้วย หากเป็นต้นอ่อน ต้นกล้าที่เพิ่งเพาะเมล็ด ควรใช้การกรองแสง 70% ขึ้นไป โดยเปอร์เซ็นต์การกรองแสง เหมาะกับการทำการเกษตร หรือการใช้งานแต่ละประเภท

3. ประเภทของสแลน
ประเภทสแลน สามารถแบ่งตามวัสดุการผลิตได้ 2 ประเภท คือ
- สแลนทั่วไป ที่เราเห็นคล้าย ๆ พลาสติก ผลิตจาก High Density Polyethylene หรือเรียกชื่อย่อว่า HDPE เป็นพลาสติกประเภทโพลิเอทิลีน ที่มีความหนาแน่นสูง มีคุณสมบัติพิเศษเมื่อนำไปใช้งานหลายอย่าง ได้แก่ มีสีขุ่น แสงผ่านได้น้อย เหมาะกับการนำไปผลิตเป็นวัตถุป้องกันแสง ทนต่อความร้อนจากแสงแดด และความร้อนจากสภาพอากาศได้สูงถึง 80 – 100 องศาเซลเซียส ทนต่อความเย็นได้ต่ำกว่าระดับจุดเยือกแข็ง ป้องกันความชื้นซึมผ่านได้ดีมาก จึงสามารถใช้งานได้ทั้งการป้องกันการเปียกชื้น และการเก็บกักรักษาความชุ่มชื้น
- สแลนพรีเมี่ยมอลูมิเนต (Aluminet) ที่เราเห็นเป็นเหมือนฟรอยด์สีเงิน ผลิตจาก HDPE ผลิตจากวัตถุดิบคุณภาพสูงผสมอลูมิเนียมเป็นตาข่ายอลูมิเนียมป้องกันแสงแดด และลดความร้อนได้ดี ควบคุมอุณหภูมิ สามารถใช้ในการพรางแสง กระจายแสงในโรงเรือน อีกทั้งยังสามารถคายความร้อนหรือพลังงาน เพื่อรักษาระดับอุณหภูมิ ภายในโรงเรือน ทำให้พืช มีอัตราการเจริญเติบโตสูง เหมาะสำหรับ โรงเรือนที่ไม่ต้องรับแสงแดดมาก หรือโรงเรือนที่อยู่บนที่ราบสูง เป็นต้น

นอกจากนี้ สแลนยังมีกรรมวิธีการผลิตแบ่งออกได้ 2 ประเภท คือ แบบถัก และ แบบทอ
- สแลนแบบถัก เรียกอีกชื่อว่า รุ่นทอ 3 เข็ม เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ผลิตจากโพลิเอทิลีนน้ำหนักเบา ถักสานกันอย่างแน่นหนา เหนียว แข็งแรง ไม่รันง่าย โดยถักไขว้กันเป็นรูปตัว M ทำให้ขาดยาก หากขาดเส้นนึงแล้ว ยังมีเส้นอื่นยึดอยู่ สามารถรูดหรือผูก เพื่อซ่อมแซมได้ จึงมีอายุการใช้งานนาน พรางแสงได้สม่ำเสมอ เหมาะกับเกษตรกรรม การเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ ทุกประเภท
- สแลนแบบทอ เรียกอีกชื่อว่า รุ่นทอ 1 เข็ม ตาข่ายชนิดนี้ มีน้ำหนักมากกว่าสแลบแบบถัก ทิ้งตัวดี แต่หากขาดแล้ว จะซ่อมแซมได้ยาก เนื่องจากเป็นการทอเป็นเส้นตรง เหมาะสำหรับใช้งานชั่วคราว เช่น กั้นรั้วชั่วคราว คลุมงานก่อสร้าง เป็นต้น

4. เทคนิคการ ตัดสแลน
- เทคนิคการ ตัดสแลน ให้ตัดตรง ๆ พยายามอย่าให้โดนเส้นด้ายตรงกลางที่ยึดตัวสแลน
- เมื่อตัดแบ่งสแลนแล้ว ควรมัดปมด้ายด้านข้าง เพื่อป้องกันไม่ให้สแลนรุ่ย และม้วนทบอีก 2-3 ครั้ง ก่อนใช้งาน

5. การดูแลรักษาสแลน เพื่อยืดอายุการใช้งาน
- เมื่อสแลนขาด หากเป็นสแลนแบบถัก สามารถรูดด้านข้างเข้ามา และผูกปม เพื่อใช้งานต่อได้
- เพื่อความคงทน ควรเย็บกุ๊นขอบสแลน และตอกตาไก่ จะช่วยยืดอายุการใช้งานให้นานขึ้น สามารถผูกติดกับเสา และถอดเก็บได้ง่ายอีกด้วย

เพียงเท่านี้ คุณก็จะสามารถเลือกสแลนได้ถูกต้อง เหมาะกับการใช้งาน สามารถช่วยเพิ่มผลผลิต เพิ่มมูลค่าสินค้า สามารถลดต้นทุนทางการเกษตร ทำให้พืชได้รับแสงอย่างทั่วถึง ลดความเสียหาย ที่อาจจะเกิดแก่พืช ช่วยกันแมลงจากภายนอก ไม่ให้มาทำลายพืชผล และช่วยลดความเสียหายจากแรงลม พายุฝน ได้อีกด้วย
เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 5 เรื่องต้องรู้ก่อนซื้อสแลน ที่เราได้นำมาฝาก คงช่วยให้หลายคนที่กำลังจะตัดสินใจซื้อสแลนมีข้อมูลประกอบการเลือกใช้ได้ง่ายขึ้น นอกจากการเลือกสแลนให้เหมาะสมแล้ว ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเกษตรและผลผลิตได้อีกด้วย
สุดท้ายนี้หวังว่าบทความนี้จะทำให้ผู้อ่านเข้าใจ ประเภทสแลน สีสแลน วิธีดูแลรักษา และการตัดสแลน ได้มากขึ้น ติดตามบทความหน้าของเราไว้เลย เพราะเราจะมีเคล็ดลับดี ๆ เกี่ยวกับการเกษตรมาฝากกันอีกแน่นอน!





