ผักพื้นบ้าน ที่ต้องรู้จัก ทำกับข้าวก็อร่อย กินเป็นยาได้

ผักพื้นบ้าน ที่ต้องรู้จัก ทำกับข้าวก็อร่อย กินเป็นยาได้

By Published On: พฤศจิกายน 26th, 2025

เราต่างรู้กันว่า พืชพรรณ ผักพื้นบ้าน ในแต่ละท้องถิ่น ถือว่าเป็นเสน่ห์อีกอย่างที่ใครได้ไปเยือน ก็ต้องขอลิ้มลองรสชาติของผักพื้นบ้าน โดยแต่ละท้องถิ่นล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งเรื่องกลิ่น เรื่องรสชาติ รวมไปถึงชื่อเรียกก็แตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่นอีกด้วย บทความนี้เราจะพาไปรู้จัก ผักพื้นบ้าน แต่ละภาคกันว่ามีอะไรบ้าง ไปดูกันเลยดีกว่าาา

ผักพื้นบ้าน คืออะไร?

ผักพื้นบ้าน คือ พรรณพืชพื้นบ้านในท้องถิ่น ชาวบ้านนำมาบริโภคเป็นอาหาร เป็นยารักษาโรค หรือนำมาทำเป็นของใช้สอยในครัวเรือน ผักพื้นบ้านนอกจากจะมีคุณค่าทางโภชนาการแล้ว ส่วนใหญ่ยังมีสรรพคุณเป็นยาสมุนไพร เนื่องจากมีรสยาที่หลากหลายอยู่ในผักพื้นบ้าน ตามทฤษฎีการแพทย์แผนไทย ให้ความสำคัญกับรสอาหารพื้นบ้าน ดังนี้

  • รสฝาด มีสรรพคุณทางยา คือ ช่วยสมานแผล แก้ท้องร่วง บำรุงธาตุในร่างกาย เช่น ยอดมะม่วง ยอดมะกอก ยอดจิก ยอดกระโดน ขนุนอ่อน
  • รสหวาน มีสรรพคุณทางยา คือ ช่วยให้มีการดูดซึมได้ดีขึ้น ทำให้ชุ่มชื้น บำรุงกำลัง แก้อ่อนเพลีย เช่น เห็ด ผักหวานป่า ผักขี้หูด บวบ น้ำเต้า ผักเชียงดา ผักหวานบ้าน
  • รสเผ็ดร้อน มีสรรพคุณทางยา คือ แก้ท้องอืด แก้ลมจุกเสียด ขับลม บำรุงธาตุ เช่น ดอกกระทือ กระเทียม ดอกกระเจียวแดง ดีปลี พริกไทย ใบชะพลู ขิง ข่า ขมิ้น กระชาย เร่ว
  • รสเปรี้ยว มีสรรพคุณทางยา คือ ขับเสมหะ ช่วยระบาย เช่น ยอดมะขามอ่อน มะนาว ยอดชะมวง มะดัน ยอดมะกอก ยอดผักติ้ว ส้มกุ้ง ผักกาดส้ม
  • รสหอมเย็น มีสรรพคุณทางยา คือ บำรุงหัวใจ ทำให้สดชื่น แก้อ่อนเพลีย เช่น เตยหอม โสน ดอกขจร บัว ผักบุ้งไทย เป็นต้น
  • รสมัน มีสรรพคุณทางยา คือ บำรุงเส้นเอ็น เป็นยาอายุวัฒนะ เช่น สะตอ เนียง ถั่วพู ฟักทอง กระถิน ชะอม ต้างหลวง
  • รสขม มีสรรพคุณทางยา คือ บำรุงโลหิต เจริญอาหาร ช่วยระบาย เช่น มะระขี้นก มะแว้งต้น ลิงลาว ยอดหวาย ดอกขี้เหล็ก ใบยอ สะเดา เพกา มะขม

ประโยชน์ของผักพื้นบ้าน

  1. ได้ประโยชน์จากสารอาหารสำคัญที่มีอยู่ในผักพื้นบ้าน เช่น แร่ธาตุ และวิตามิน
  2. มีกากใยอาหาร ซึ่งจะดูดซับไขมัน ทำให้ไขมันดูดซึมเข้าร่างกายน้อยลง ลดระดับไขมันในเลือด
  3. ช่วยในการขับถ่าย อาหารเคลื่อนที่ในลำไส้ได้ดีขึ้นทำให้ท้องไม่ผูก
  4. บางชนิดมีสารอาหารเฉพาะ เช่น “ใบชะพลู” มีแคลเซียมสูง “ยอดแค” มีบีตาแคโรทีนเปลี่ยนเป็นวิตามินเอในร่างกาย “ผักกูด” ให้ธาตุเหล็กที่จำเป็นกับร่างกาย และ “ยอดสะเดา” มีวิตามินซีในในระดับที่สูง

นอกจากนี้ การกิน “ผักพื้นบ้าน” ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อผัก รวมทั้งช่วยลดต้นทุนการนำเข้าผักจากต่างประเทศอีกด้วย

รู้จักกับ ผักพื้นบ้าน ประจำท้องถิ่นกันดีกว่า

ผักพื้นบ้านประจำท้องถิ่น ผักพื้นบ้านในประเทศไทย มีอยู่มากมายหลายชนิดโดยกระจายอยู่ตามภูมิภาคต่าง ๆ โดยในแต่ละที่ จะพบผักพื้นบ้านต่างชนิด และจำนวนมากน้อยขึ้นอยู่กับลักษณะภูมิประเทศ และภูมิอากาศเป็นปัจจัย ไปรู้จักกับผักพื้นบ้าน ทั้ง 4 ภาคของประเทศไทย จะมีอะไรบ้าง ดังนี้

ผักพื้นบ้านประจำ ภาคเหนือ

ผักพื้นบ้านประจำ ภาคเหนือ

ผักพื้นบ้านที่พบได้ในภาคเหนือ ได้แก่

กอมก้อแดง, กอมก้อดำ (กะเพรา)

  • อุดมไปด้วยเบต้า-แคโรทีน แคลเซียม ธาตุเหล็ก เส้นใยอาหาร และฟอสฟอรัส
  • ช่วยป้องกันโรคขาดเลือด ใช้แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และ ลดอาการจุกเสียด

กอมก้อ (โหระพา)

  • อุดมไปด้วยเบต้า-แคโรทีน และวิตตามิน เกลือแร่ เช่น วิตามินเอ, บี 1, บี 2, ซี และแคลเซียม
  • ช่วยป้องกันโรคหัวใจ และกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย

กอมก้อขาว (แมงลัก)

  • อุดมไปด้วยบีตา-แคโรทีน ธาตุเหล็ก และไนอาซีน
  • ช่วยในการบำรุงเลือด ขับลมในกระเพาะอาหาร และมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันการเสื่อมของเซลล์

บะเขือส้ม (มะเขือเทศ)

  • ประกอบไปด้วยสารจำพวกไลโคปีน แคโรทีนอยด์บีตา-แคโรทีน และกรดอะมิโน
  • ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื่นสดใส ไม่แห้งกร้าน และเพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย

ป้อมเป้อ (ผักชีฝรั่ง)

  • อุดมไปด้วยบีตา-แคโรทีน แคลเซียม ธาตุเหล็กกรดออกซาลิก วิตามิน และแร่ธาตุต่าง ๆ
  • ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย ช่วยบำรุงกระดูก และฟันให้แข็งแรง

ผักพื้นบ้านประจำ ภาคอีสาน

ผักพื้นบ้านประจำ ภาคอีสาน

ผักพื้นบ้านที่พบได้ในภาคอีสาน ได้แก่

ผักซี (ผักชีลาว)

  • ประกอบด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ สารลิโมนีน และสารฟลาโวนอยด์
  • ช่วยหยุดยั้งการเติบโตของเชื้อโรคต่าง ๆ ในร่างกายลดคอเลสเตอรอล และทำให้นอนหลับสบาย

บักแค่ง, หมากแค่ง (มะเขือพวง)

  • อุดมด้วยเส้นใยอาหาร และสารเคมีที่สำคัญหลายชนิด เช่น สารเพกติน สารโซลาโซดีน
  • ช่วยควบคุมน้ำตาลให้อยู่ในระดับที่สมดุล ลดระดับคอเลสเตอรอล และความดันโลหิตสูง

ถั่วพู

  • อุดมไปด้วยโปรตีน แคลเซียม และธาตุเหล็ก ให้พลังงานต่ำ และมีเส้นใยมาก
  • ช่วยลดกรดไขมันประเภทอิ่มตัว และช่วยในการย่อยอาหาร

ผักแค, ผักอีเลิด (ชะพลู)

  • อุดมไปด้วยแคลเซียม วิตามินเอและสารบีตา-แคโรทีน
  • ช่วยบำรุงธาตุ ขับลม แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ และช่วยในการขับเสมหะ

ผักพื้นบ้านประจำ ภาคกลาง

ผักพื้นบ้านประจำ ภาคกลาง

ผักพื้นบ้านที่พบได้ในภาคกลาง ได้แก่

ผักโขม

  • อุดมไปด้วยแคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม กรดอะมิโน และวิตตามิน
  • ช่วยบำรุงสมอง สายตา เลือด และช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวหนัง

บวบ

  • ประกอบด้วยธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส เส้นใยอาหาร และ น้ำ
  • ช่วยเสริมสร้างกระดูก และฟัน ขับปัสสาวะแก้ร้อนในทำให้ชุ่มคอ ลดไข้ และบำรุงร่างกาย

แตงกวา

  • ประกอบด้วยกากใยอาหาร วิตามินซี กรดคาเฟอิกแมงกานีส และแมกนีเซียม
  • ช่วยควบคุมความดันเลือดลดอุณหภูมิความร้อนในร่างกาย และช่วยกักเก็บเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว

มะเขือเปราะ

  • อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระสารฟีนอลวิตามิน และแร่ธาตุหลายชนิด
  • ลดการบีบตัวของกล้ามเนื้อเรียบ ต้านมะเร็ง บำรุงหัวใจช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และระดับน้ำตาลในเลือด

ผักกาดกวางตุ้ง

  • ประกอบไปด้วยคาร์โบไฮเดรต โปรตีนแคลเซียม วิตามินเอ และวิตามินซี
  • ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย บำรุงสายตา และช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง

ผักพื้นบ้านประจำ ภาคใต้

ผักพื้นบ้านประจำ ภาคใต้

ผักพื้นบ้านที่พบได้ในภาคไต้ ได้แก่

ไคร (ตะไคร้)

  • อุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุมากมาย รวมถึงมีโฟลเลต แมกนีเซียม ธาตุเหล็ก โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส และแคลเซียม
  • มีสรรพคุณเป็นยาบำรุงธาตุ ช่วยในการเจริญอาหาร ช่วยในการขับเหงื่อ ช่วยแก้อาการปวดศีรษะ

ขี้หมิ้น (ขมิ้นชัน)

  • อุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุหลายชนิด รวมไปถึงเส้นใย คาร์โบไฮเดรต และโปรตีน
  • ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และรักษาโรคความดันโลหิตสูง

ลูกตอ (สะตอ)

  • อุดมไปด้วย คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก และวิตามิน
  • มีส่วนช่วยบำรุงสายตา ช่วยทำให้เจริญอาหาร ช่วยลดความดันโลหิต และระดับน้ำตาลในเลือด

ลูกนาว (มะนาว)

  • อุดมไปด้วยวิตตามินซี และกรดที่ดีต่อร่างกาย เช่น กรดซิตริค กรดมาลิค และกรดแอสคอร์บิก
  • ช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะ แก้อาเจียน เป็นลมวิงเวียน และช่วยรักษาโรคลักปิดลักเปิด หรือเลือดออกตามไรฟันได้

ดีปลี (พริก)

  • บริเวณเยื่อแกนกลางสีขาว มีสารชื่อ “แคปไซซิน” (Capsaicin) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้พริกมีความเผ็ดร้อน
  • มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย และ มีสาร Endorphin ช่วยให้อารมณ์ดี

ยอดอม (ชะอม)

  • อุดมด้วยวิตามินเอ ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก และ แคลเซียมสูง
  • ช่วยลดความร้อนในร่างกาย ช่วยในการขับถ่าย ป้องกันโรคท้องผูก และ มีส่วนช่วยบำรุงเส้นเอ็น

ผักพื้นบ้านประจำถิ่นขอแต่ละภาคของประเทศไทย  แม้จะอยู่ต่างพื้นที่ต่างสายพันธุ์กัน แต่ผักแต่ละชนิด ก็แฝงไปด้วยคุณประโยชน์มากมายที่ดีต่อสุขภาพ สามารถกินคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ และเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ในสัดส่วนที่พอเหมาะ รับรองว่า ได้ประโยชน์เต็ม ๆ อย่างแน่นอน

แชร์บทความนี้

แสดงความคิดเห็น