
ว่านรางจืด สมุนไพรที่ควรมีติดบ้าน พร้อมวิธีปลูกง่าย ๆ
ว่านรางจืด สมุนไพรพื้นบ้านที่ขึ้นชื่อเรื่องการดูแลสุขภาพ ควรมีติดบ้านไว้ใช้งานยามจำเป็น ทั้งปลูกง่าย ดูแลไม่ยุ่งยาก และใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย บทความนี้จะพาไปรู้จักว่านรางจืด พร้อมวิธีปลูกแบบง่าย ๆ ที่ใครก็ทำได้
ว่านรางจืด คืออะไร?
รางจืด หรือว่านรางจืด คือไม้เลื้อย หรือไม้เถาที่มีเนื้อแข็ง ลำต้น หรือเถานั้น จะกลมเป็นปล้อง มีสีเขียวสด หรือสีเขียวเข้ม ลำต้นไม่มีขน และไม่มีมือจับเหมือนกับตำลึง และมะระ แต่อาศัยลำต้นในการพันรัดขึ้นไป ว่านรางจืด เป็นพืชในเขตร้อน และเขตอบอุ่นของทวีปเอเชีย จึงสามารถขึ้นได้ทั่วไปตามป่าดิบชื้นของประเทศไทยทั่วทุกภาค เจริญเติบโตได้เร็วมาก และขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้เถาในการปักชำ

- ใบรางจืด เป็นใบเดี่ยวออกตรงข้ามกัน ลักษณะของใบ คล้ายรูปหัวใจ รูปใบขอบขนาน หรือเป็นรูปไข่ โคนใบมนเว้า ปลายใบเรียวแหลม ใบกว้างประมาณ 4-7 เซนติเมตร และยาวประมาณ 8-14 เซนติเมตร มีเส้นอยู่ 3 เส้นออกจากโคนใบ
- ดอกรางจืด ลักษณะของดอก ออกเป็นช่อห้อยลงมาตามซอกใบ ช่อละ 3-4 ดอก ดอกมีสีม่วงอมฟ้า มีใบประดับสีเขียวประแดง มีกลีบเลี้ยงรูปจาน ดอกเป็นรูปแตรสั้น โคนกลีบดอก มีสีเหลืองอ่อน โคนดอก เป็นหลอดกรวยยาวประมาณ 1 เซนติเมตร เชื่อมติดกันเป็นหลอด และมักมีน้ำหวานบรรจุอยู่ภายในหลอด กลีบดอกมีปลายแยกเป็น 5 กลีบ มีเกสรตัวผู้ 4 อัน
- ผลรางจืด ลักษณะเป็นฝักกลม ปลายเป็นจะงอย เมื่อแก่จะแตกออกเป็น 2 ซีก
สมุนไพรรางจืด มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า รางเย็น คาย (ยะลา), ดุเหว่า (ปัตตานี), ทิดพุด (นครศรีธรรมราช), ย่ำแย้ แอดแอ (เพชรบูรณ์), น้ำนอง (สระบุรี), จอลอดิเออ ซั้งกะ ปั้งกะล่ะ พอหน่อเตอ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), กำลังช้างเผือก ยาเขียว เครือเขาเขียว ขอบชะนาง (ภาคกลาง), ว่านรางจืด เป็นต้น
สรรพคุณ และประโยชน์ของว่านรางจืด

ประโยชน์ของรางจืดนั้น ใช้ได้ทุกส่วนของต้น ราก เถา ใบ ใช้ในการแก้พิษ ส่วน ดอกและยอด แม้ไม่ได้ใช้แก้พิษ แต่ชาวบ้าน ใช้ในการกินเป็นอาหาร ยังพบด้วยว่า สารโพลีฟีนอล ในรางจืดนั้น เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สูงมากอีกด้วย หากได้กินรางจืดบ่อย ๆ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก
- ช่วยขับสารพิษ นิยมใช้บรรเทาอาการปวดท้อง หรือท้องเสีย จากการกินอาหารผิดสำแดง รวมทั้งขับสารพิษอันตรายต่าง ๆ ที่สะสมอยู่ในร่างกาย
- ช่วยป้องกันภาวะเป็นพิษต่อตับ เชื่อกันว่ารางจืด ช่วยถอนพิษ หรือบรรเทาอาการเมาค้าง จากการดื่มแอลกอฮอล์ได้
- ช่วยต้านมะเร็ง เป็นอีกสรรพคุณทางยาของรางจืด ที่ถูกกล่าวถึง และมีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์เพื่อค้นหาคำตอบ งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งที่ศึกษาโดยใช้สารสกัดจากรางจืดหยดลงบนเซลล์มะเร็งเต้านมของมนุษย์ พบว่า มีฤทธิ์ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโต และฆ่าเซลล์มะเร็ง ซึ่งผู้วิจัยคาดว่า เป็นผลจากการสารฟินอลิก และคุณสมบัติในการเปลี่ยนแปลงกลไกการเพิ่มจำนวนเซลล์ของรางจืด
- ช่วยบำบัดอาการติดยาเสพติด รางจืดเป็นสมุนไพรอีกชนิด ที่นิยมใช้รักษาอาการติดสุรา และสารเสพติดต่าง ๆ ซึ่งการศึกษาคุณประโยชน์ในด้านนี้ พอมีให้เห็นอยู่บ้าง
- ช่วยสมานแผล นอกจากคุณประโยชน์ในด้านการขับสารพิษ ป้องกันมะเร็ง หรือบำบัดยาเสพติด รางจืดยังนำมาใช้กับผิวหนังเช่นกัน โดยเชื่อว่าช่วยบรรเทาอาการผื่นคัน หรือรักษาโรคเริมได้
การขยายพันธุ์รางจืด
รางจืด สามารถขยายพันธุ์ได้ 2 วิธีหลัก คือ การเพาะเมล็ด และการปักชำ ซึ่งทั้งสองวิธีทำได้ไม่ยาก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปลูกไว้ใช้เองหรือขยายจำนวนต้นในพื้นที่บ้านอย่างสะดวกและประหยัด
สำหรับการปักชำ
จะใช้กิ่งพันธุ์ที่มีอายุตั้งแต่ 1 ปี หรือกิ่งพันธุ์แก่ ที่สีน้ำตาลอมเขียว ด้วยการตัดกิ่งยาว 20-30 เซนติเมตร โดยให้มีตากิ่ง หรือข้อกิ่งติดมาอย่างน้อย 1-2 ตา แล้วค่อยนำปักชำในทราย หรือแกลบที่ไม่มีดิน แล้วรดน้ำให้ชุ่มจนรากงอก แล้วจึงนำไปลงถุงเพาะชำ กระถางผ้า เพื่อลงปลูกต่อไป หรือปักชำลงดินบริเวณที่ต้องการปลูก และรดน้ำสม่ำเสมอ 1-2 ครั้งต่อวัน จนกิ่งเริ่มแทงยอดอ่อน
สำหรับการเพาะเมล็ด
เป็นวิธีที่สามารถได้ต้นว่านรางจืด ที่สมบูรณ์ที่สุด เพราะจะได้ต้นที่สามารถแตกกิ่งแขนงได้มาก กิ่งแขนงยาวได้หลายเมตร และลำต้น มีอายุนานมากกว่าการปลูกจากต้นเพาะชำด้วย
แต่การขยายพันธุ์รางจืดส่วนใหญ่ มักจะนิยมใช้วิธีการปักชำมากกว่า เพราะโอกาสในการงอกมีมากกว่า และใช้เวลาน้อยกว่าการเพาะเมล็ด
วิธีการปลูกรางจืด
นำเอากิ่งที่ได้จากการปักชำ หรือต้นกล้าที่ได้จากการเพาะเมล็ด มาปลูกลงดิน ดังนี้
- ให้ขุดหลุมปลูกมีความกว้างลึกประมาณ 1×1 ฟุต แล้วรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยหมักประมาณ 1 ใน 4 ของหลุม กลบดินเล็กน้อย
- วางกิ่งปลูก หรือต้นกล้าลงกลางหลุม แล้วกลบขอบดินให้แน่น รดน้ำตามให้ชุ่ม
- ควรปลูกริมรั้ว หรือกำแพง เพื่อให้เถารางจืด สามารถยึดเกาะ และเลื้อยพาดไปได้ หรือไม่ก็ทำค้างให้เถารางจืดเกาะเลื้อย
รางจืดเป็นไม้ที่สามารถเจริญได้ดีในดินเกือบทุกชนิด และเป็นไม้ที่ต้องการแสงแดดปานกลาง คือ ไม่ต้องการแสงแดดที่จัดมากเกินไป และมีความต้องการน้ำปานกลาง ในระยะแรกปลูกต้องรดน้ำให้ดินมีความชื้นอยู่ตลอดเวลา เมื่อต้นโตแล้วให้รดน้ำวันละ 1 ครั้ง ในตอนเช้า ส่วนการให้ปุ๋ยนั้น ใช้ปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยคอก ใส่บริเวณโคนต้นปีละ 2 ครั้ง โดยการพรวนดินโคนต้นให้ร่วนเสียก่อน จึงใส่ปุ๋ย แล้วรดน้ำตาม
การเก็บใบรางจืด
สำหรับใบรางจืด ที่จะเก็บมาใช้ทางยา ควรเก็บจากต้นที่มีอายุตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป และให้ทยอยเก็บ จากใบล่าง บริเวณโคนกิ่งก่อน และค่อยเก็บไปจนถึงกลางกิ่ง ไม่ควรเก็บให้ถึงบริเวณปลายกิ่ง หลังจากเก็บมาแล้ว หากไม่ใช้ทันที ให้นำใบมาล้างน้ำให้สะอาด ก่อนนำไปตากแดด 5-7 แดด เมื่อแห้งแล้ว ให้เก็บใสถุง หรือกล่องไว้ ระวังอย่าให้โดนน้ำ เพราะอาจเกิดเชื้อราได้
ข้อควรระวังในการทานรางจืด
- การศึกษาระบุว่า รากของรางจืดนั้น จะมีสรรพคุณ ทางยามากกว่าที่ใบถึง 4-7 เท่า
- ควรใช้อย่างระมัดระวัง และไม่ควรใช้ติดกันเป็นเวลานานเกิน 30 วัน
- ควรระวังในการใช้ในผู้ป่วยเบาหวาน เพราะอาจทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
- ไม่ควรใช้ร่วมกับยาชนิดอื่นเป็นระยะเวลานาน เนื่องจาก อาจขับสารเคมี หรือตัวยาในร่างกายออก โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ต้องใช้ยารักษาอย่างต่อเนื่อง
- รางจืดอาจให้ผลข้างเคียง สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคหอบหืดได้ โดยเมื่อเกิดอาการแพ้รางจืด อาจจะมีผลต่อระบบทางเดินหายใจได้ ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลว่ามีระดับอาการแพ้มากน้อยแค่ไหน ถ้าหากมีอาการแพ้ไม่มาก ก็อาจจะเป็นแค่ผื่นคันขึ้นตามผิวหนัง
ถึงแม้สรรพคุณจะดีขนาดนี้ แต่ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ประกาศว่า ไม่อนุญาตให้ใช้รางจืดเป็นอาหาร หรือส่วนประกอบในอาหาร รวมทั้งเครื่องดื่ม เพราะ อย. ระบุว่า มีงานวิจัยบางชิ้นพบว่า หากกินเป็นเวลานาน อาจทำให้ระบบเลือด ตับ ไตทำงานผิดปกติได้
หากอยากทานรับประทาน ว่านรางจืด ให้ได้ประโยชน์ตามที่ต้องการ ไร้อาการข้างเคียง ไม่ควรกินในปริมาณความเข้มข้นที่สูงเกินไป และไม่ควรทานติดต่อกันนานจนเกินไป หรือควรทานสลับหมุนเวียนไปกับอาหาร หรือชาสมุนไพรประเภทอื่น เพื่อให้ได้สารอาหาร ที่มีประโยชน์อย่างหลากหลายมากยิ่งขึ้น เพื่อการเพาะปลูกที่ไร้กังวล ไม่ว่าจะเป็นการปลูกต้นไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับต่าง ๆ เราขอแนะนำ กระถางผ้า กระถางปลูกต้นไม้ สามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย เหมาะสำหรับปลูกพื้นทุกรูปแบบ ผลิตจากวัสดุพิเศษ ทนทาน ไม่ฉีกขาดง่าย ไม่เกิดเชื้อรา เป็นมิตร และทนต่อสภาวะแวดล้อมได้ดี



