มะเขือพวง ทำอาหารอร่อย ประโยชน์เยอะ ปลูกเองได้

มะเขือพวง ทำอาหารอร่อย ประโยชน์เยอะ ปลูกเองได้

By Published On: พฤศจิกายน 20th, 2025

มะเขือพวง คืออะไร? มีประโยชน์อะไรบ้าง และปลูกอย่างไร? พืชคู่ครัวไทยที่ช่วยเพิ่มรสชาติให้หลายเมนู พร้อมสรรพคุณดีต่อสุขภาพเพียบ SGE รวบรวมข้อมูลครบทั้ง ประโยชน์ของมะเขือพวง และ วิธีปลูกมะเขือพวงแบบง่าย ๆ ปลูกเองได้ที่บ้าน โตไว ให้ผลดก มือใหม่ก็ทำตามได้สบาย!

มะเขือพวง คือ

มะเขือพวง เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กสูงประมาณ 1–4 เมตร ลำต้นแข็งแรงและมีหนามประปราย แตกกิ่งก้านจำนวนมากตั้งแต่โคนต้น ใบและยอดอ่อนมีขนปกคลุมให้สัมผัสนุ่ม ดอกออกเป็นช่อสีขาวตามกิ่งและยอด ผลออกเป็นพวงลักษณะกลม ผิวเรียบ สีเขียว เมื่อสุกจะกลายเป็นสีเหลืองอ่อน ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก

มะเขือพวง ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ลำต้น: เป็นไม้พุ่ม มีหนามห่าง ๆ
  • ใบ: ใบเดี่ยว รูปไข่ มีขนเล็ก ๆ ปกคลุม
  • ดอก: สีขาว ออกเป็นช่อ ดอกย่อย 2-15 ดอก
  • ผล: กลมขนาดเล็กประมาณ 1 ซม. สีเขียว เมื่อสุกเปลี่ยนเป็นสีเหลือง 

คุณค่าทางโภชนาการของมะเขือพวงสุก (100 กรัม)

  • พลังงาน 24 กิโลแคลอรี
  • คาร์โบไฮเดรต 5.7 กรัม
  • น้ำตาล 2.35 กรัม
  • เส้นใยอาหาร 3.4 กรัม
  • ไขมัน 0.19 กรัม
  • โปรตีน 0.01 กรัม
  • วิตามีนบี1 (ไทอะมีน) 0.039 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี2 (ไรโบฟลาวิน) 0.037 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี3 (ไนอะซิน) 0.649 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี5 (กรดแพนโทเทนิก) 0.281 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี6 0.281 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี9 (โฟเลต ) 22 ไมโครกรัม
  • วิตามินซี 2.2 มิลลิกรัม
  • แคลเซียม 9 มิลลิกรัม
  • เหล็ก 0.24 มิลลิกรัม
  • แมกนีเซียม 14 มิลลิกรัม
  • ฟอสฟอรัส 25 มิลลิกรัม
  • โพแทสเซียม 230 มิลลิกรัม
  • สังกะสี 0.16 มิลลิกรัม
  • แมงกานีส 0.25 มิลลิกรัม

มะเขือพวง สรรพคุณ

ประโยชน์ต่อสุขภาพ มะเขือพวงเป็นพืชที่ช่วยเสริมสุขภาพ โดยมีสรรพคุณตามตำราแพทย์แผนไทยคือ ช่วยเจริญอาหาร ย่อยอาหาร ช่วยระบบขับถ่าย บำรุงธาตุ ขับเสมหะ แก้ไอ ช่วยให้โลหิตหมุนเวียนดี แก้ฟกช้ำ ไอเป็นเลือด ฝีบวมมีหนอง

มะเขือพวง สรรพคุณ

ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ได้แสดงคุณสมบัติที่เด่นชัดของมะเขือพวง ในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของลำไส้ เพื่อตอบสนองต่อสารพิษ ที่เข้ามายังระบบทางเดินอาหาร มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันความเสื่อม และแก่ก่อนวัย มีฤทธิ์ช่วยควบคุมระดับน้ำตาล ในโรคเบาหวาน อีกทั้งยังมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายหลายชนิด เช่น

  • สารโซลาโซดีน (Solasodine) ในมะเขือพวง ช่วยต่อต้านโรคมะเร็งได้
  • สารสกัดจากมะเขือพวง มีผลยับยั้ง Platelet activating factor (PAF) ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหอบหืด
  • มะเขือพวงมีสารทอร์โวไซด์ เอ, เอช (Torvoside A, H) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัสเริมชนิดที่ 1 (Herpes simplex virus type 1) โดยมีฤทธิ์ช่วยยับยั้งไวรัสได้มากกว่าอะไซโคลเวียร์ถึง 3 เท่า
  • มะเขือพวงมีสารทอร์โวนินบี (Torvonin B) ซึ่งเป็นซาโพนินชนิดหนึ่ง โดยเชื่อว่ามีฤทธิ์ในการขับเสมหะ
  • มะเขือพวงมีสารเพกติน (Pectin) ที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาล ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยสารนี้ จะมีหน้าที่ช่วยเคลือบผิวในลำไส้ ทำให้อาหารเคลื่อนตัวผ่านลำไส้ได้ช้า จึงช่วยดูดซึมแป้ง และน้ำตาลที่ย่อยแล้ว ได้ช้าลง ทำให้ระดับของน้ำตาลในเลือดคงที่ มีคุณสมบัติช่วยดูดซับไขมันส่วนเกิน และอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต
  • สารต่อต้านอนุมูลอิสระในมะเขือพวง ช่วยป้องกันความเสื่อม และช่วยชะลอความแก่

มะเขือพวง กินสดหรือสุก ดีกว่ากัน? การรับประทานมะเขือพวงนั้น แนะนำให้กินสุก เพราะมะเขือพวงมียางมาก หากรับประทานแบบสด อาจทำให้เกิดการระคายเคืองในช่องปาก และลำคอได้ ที่สำคัญ ควรล้างให้สะอาดก่อนรับประทานทุกครั้ง ก่อนนำไปปรุงอาหาร อีกทั้งการผ่านความร้อน ยังช่วยลดอาการแพ้สารโซลานีนได้อีกด้วย

วิธีปลูกมะเขือพวง การดูแลรักษา ทำอย่างไร?

วิธีปลูกมะเขือพวง การดูแลรักษา ทำอย่างไร?

มะเขือพวง จัดเป็นพืชผักสวนครัวที่คนไทยนิยมบริโภคกันเป็นอย่างมาก มักจะนำไปใส่เป็นเครื่องเทศในแกงสารพัด หากจะหามาปลูกไว้ทำกับข้าวกินเองบ้างก็คงจะดีไม่น้อย มะเขือพวงเป็นพืชอายุสั้น ใช้ระยะเวลาในการปลูก 3-4 เดือน สามารถเก็บผลผลิตขายได้แล้ว การปลูกมะเขือพวง ใช้น้ำน้อย ทนแล้ง การปลูกสามารถขยายพันธุ์ได้หลายวิธี เช่น การเพาะเมล็ด การปักชำลำต้น การปักชำราก การปักชำยอด ในส่วนนี้แล้วแต่ผู้ปลูก

วิธีการปลูก

การปลูกมะเขือพวงสามารถทำการปลูกได้ทั้ง แบบยกร่อง แบบหลุม แบบแปลง และแบบกระถาง เลือกได้ตามสะดวก โดยขุดหลุม 2×2 เมตร เป็นระยะที่กำลังพอดี ดูแลได้ง่าย เบื้องต้นให้ใส่ปุ๋ยคอก และปุ๋ยอินทรีย์ ลองก้นหลุม แล้วใช้ปูนขาวฆ่าเชื้อ ก่อนจะลงต้องมีการเตรียมดิน ตากดินไว้ 1 อาทิตย์ เพื่อฆ่าเชื้อ ถ้าอยากให้ได้ผลดีให้ใส่ขี้ไก่แกลบ ปูนขาว ลงไปด้วย

วิธีการปลูกด้วยการเพาะเมล็ด

  • ย้ายต้นกล้าที่ทำการเพาะไว้ โดยการเลือกต้นที่มีใบจริง ประมาณ 3-4 ใบ สูงประมาณ 7-10 เซนติเมตร
  • ย้ายไปปลูกในแปลง หรือ กระถางต้นไม้ เพื่อทำการเพาะ
  • ให้น้ำในทุก ๆ วัน อย่างสม่ำเสมอ
  • หลังย้ายมาปลูก จนครบ 1 อาทิตย์  บำรุงด้วยสูตร (15-15-15) 1/4 ช้อนชา ทุก ๆ 15 วัน
  • หลังย้ายมาปลูก จบครบ 2เดือน จะเริ่มมีการออกผลผลิต ก็สามารถเก็บผลผลิตไปบริโภคหรือขายได้
  • หลังจากเก็บผลผลิต จนครบ 2 เดือน ควรแต่งกิ่งบริเวณที่เคยเก็บผลผลิต เพื่อให้เกิดการออกยอดใหม่มาแทนที่ จะให้ผลผลิตรุ่นใหม่ได้อีก และควรแต่งกิ่ง ทุก 2-3 เดือน

การดูแล

ใส่ปุ๋ยเดือนละครั้ง มะเขือพวงชอบน้ำแบบธรรมดา คือ ไม่มากไม่น้อยเกินไป รดน้ำ ตามความเหมาะสม ถ้าฝนไม่ตก 1 อาทิตย์ รดน้ำ 2 ครั้ง เพราะดินอุ้มน้ำอยู่แล้ว ถ้าจะให้ดีควรรดน้ำช่วงเช้า เพราะจะช่วยในเรื่องของโรคราน้ำค้าง หมั่นดูแลโรคแมลงด้วยปุ๋ยชีวภาพ เพียงเท่านี้ ก็สามารถมีมะเขือพวงไว้ประกอบอาหารแบบไม่ต้องซื้อแล้ว

ข้อควรระวัง

  1. มะเขือพวงมีสารโซลานิน (Solanine) ซึ่งเป็นอัลคาลอยด์ ซึ่งสารนี้ อาจจะทำให้เกิดความไม่สมดุลของแคลเซียมในร่างกายได้ ดังนั้น ผู้ที่เป็นโรคไขข้อและโรคกระดูก ควรหลีกเลี่ยงการรับประทาน
  2. การได้รับสารโซลานีนจำนวนมากในผู้ที่ไวต่อสารโซลานีน อาจเกิดอาการไม่พึงประสงค์ได้ เช่น ท้องเสีย ปวดหัว อาเจียน
  3. สำหรับลดผลกระทบจากสารโซลานีน ทำได้โดย นำผลมะเขือพวงที่จะรับประทาน ไม่ทำให้สุกด้วยความร้อน หรืออาจรับประทานอาหารกลุ่ม นม-เนย ควบคู่ไปกับการรับประทานมะเขือพวงด้วยก็ได้
  4. การรับประทานมะเขือพวงดิบมากเกิน 16 กรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อการทำงานของตับได้

มะเขือพวงถือเป็นผักจิ๋วแต่คุณค่าสูง ทั้งอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและประโยชน์ต่อสุขภาพหลายด้าน หากใครเคยเขี่ยมะเขือพวงออกจากอาหาร ลองหันมากินทีละน้อยเพื่อให้ชิน รับรองว่าดีต่อร่างกายแน่นอน อีกทั้งมะเขือพวงยังเป็นพืชที่ทนโรค แข็งแรง และ วิธีปลูกมะเขือพวง ไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีกำจัดแมลง ทำให้มั่นใจได้ว่าผลผลิตที่กินเป็นผักปลอดสารพิษ ปลูกง่าย และปลอดภัยต่อสุขภาพ

นักเขียนคอนเทนต์เกษตรเชิงวิเคราะห์ ผู้รวบรวมเทคนิคการเพาะปลูกจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้และประสบการณ์จริง เพื่อส่งต่อความรู้ที่ถูกต้อง แม่นยำ และนำไปใช้งานได้ทันที

แชร์บทความนี้

แสดงความคิดเห็น