
มะเขือพวง ทำอาหารอร่อย ประโยชน์เยอะ ปลูกเองได้
มะเขือพวง คืออะไร? มีประโยชน์อะไรบ้าง และปลูกอย่างไร? พืชคู่ครัวไทยที่ช่วยเพิ่มรสชาติให้หลายเมนู พร้อมสรรพคุณดีต่อสุขภาพเพียบ SGE รวบรวมข้อมูลครบทั้ง ประโยชน์ของมะเขือพวง และ วิธีปลูกมะเขือพวงแบบง่าย ๆ ปลูกเองได้ที่บ้าน โตไว ให้ผลดก มือใหม่ก็ทำตามได้สบาย!
มะเขือพวง คือ
มะเขือพวง เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กสูงประมาณ 1–4 เมตร ลำต้นแข็งแรงและมีหนามประปราย แตกกิ่งก้านจำนวนมากตั้งแต่โคนต้น ใบและยอดอ่อนมีขนปกคลุมให้สัมผัสนุ่ม ดอกออกเป็นช่อสีขาวตามกิ่งและยอด ผลออกเป็นพวงลักษณะกลม ผิวเรียบ สีเขียว เมื่อสุกจะกลายเป็นสีเหลืองอ่อน ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก
มะเขือพวง ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- ลำต้น: เป็นไม้พุ่ม มีหนามห่าง ๆ
- ใบ: ใบเดี่ยว รูปไข่ มีขนเล็ก ๆ ปกคลุม
- ดอก: สีขาว ออกเป็นช่อ ดอกย่อย 2-15 ดอก
- ผล: กลมขนาดเล็กประมาณ 1 ซม. สีเขียว เมื่อสุกเปลี่ยนเป็นสีเหลือง
คุณค่าทางโภชนาการของมะเขือพวงสุก (100 กรัม)
- พลังงาน 24 กิโลแคลอรี
- คาร์โบไฮเดรต 5.7 กรัม
- น้ำตาล 2.35 กรัม
- เส้นใยอาหาร 3.4 กรัม
- ไขมัน 0.19 กรัม
- โปรตีน 0.01 กรัม
- วิตามีนบี1 (ไทอะมีน) 0.039 มิลลิกรัม
- วิตามินบี2 (ไรโบฟลาวิน) 0.037 มิลลิกรัม
- วิตามินบี3 (ไนอะซิน) 0.649 มิลลิกรัม
- วิตามินบี5 (กรดแพนโทเทนิก) 0.281 มิลลิกรัม
- วิตามินบี6 0.281 มิลลิกรัม
- วิตามินบี9 (โฟเลต ) 22 ไมโครกรัม
- วิตามินซี 2.2 มิลลิกรัม
- แคลเซียม 9 มิลลิกรัม
- เหล็ก 0.24 มิลลิกรัม
- แมกนีเซียม 14 มิลลิกรัม
- ฟอสฟอรัส 25 มิลลิกรัม
- โพแทสเซียม 230 มิลลิกรัม
- สังกะสี 0.16 มิลลิกรัม
- แมงกานีส 0.25 มิลลิกรัม
มะเขือพวง สรรพคุณ
ประโยชน์ต่อสุขภาพ มะเขือพวงเป็นพืชที่ช่วยเสริมสุขภาพ โดยมีสรรพคุณตามตำราแพทย์แผนไทยคือ ช่วยเจริญอาหาร ย่อยอาหาร ช่วยระบบขับถ่าย บำรุงธาตุ ขับเสมหะ แก้ไอ ช่วยให้โลหิตหมุนเวียนดี แก้ฟกช้ำ ไอเป็นเลือด ฝีบวมมีหนอง

ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ได้แสดงคุณสมบัติที่เด่นชัดของมะเขือพวง ในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของลำไส้ เพื่อตอบสนองต่อสารพิษ ที่เข้ามายังระบบทางเดินอาหาร มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันความเสื่อม และแก่ก่อนวัย มีฤทธิ์ช่วยควบคุมระดับน้ำตาล ในโรคเบาหวาน อีกทั้งยังมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายหลายชนิด เช่น
- สารโซลาโซดีน (Solasodine) ในมะเขือพวง ช่วยต่อต้านโรคมะเร็งได้
- สารสกัดจากมะเขือพวง มีผลยับยั้ง Platelet activating factor (PAF) ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหอบหืด
- มะเขือพวงมีสารทอร์โวไซด์ เอ, เอช (Torvoside A, H) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัสเริมชนิดที่ 1 (Herpes simplex virus type 1) โดยมีฤทธิ์ช่วยยับยั้งไวรัสได้มากกว่าอะไซโคลเวียร์ถึง 3 เท่า
- มะเขือพวงมีสารทอร์โวนินบี (Torvonin B) ซึ่งเป็นซาโพนินชนิดหนึ่ง โดยเชื่อว่ามีฤทธิ์ในการขับเสมหะ
- มะเขือพวงมีสารเพกติน (Pectin) ที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาล ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยสารนี้ จะมีหน้าที่ช่วยเคลือบผิวในลำไส้ ทำให้อาหารเคลื่อนตัวผ่านลำไส้ได้ช้า จึงช่วยดูดซึมแป้ง และน้ำตาลที่ย่อยแล้ว ได้ช้าลง ทำให้ระดับของน้ำตาลในเลือดคงที่ มีคุณสมบัติช่วยดูดซับไขมันส่วนเกิน และอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต
- สารต่อต้านอนุมูลอิสระในมะเขือพวง ช่วยป้องกันความเสื่อม และช่วยชะลอความแก่
มะเขือพวง กินสดหรือสุก ดีกว่ากัน? การรับประทานมะเขือพวงนั้น แนะนำให้กินสุก เพราะมะเขือพวงมียางมาก หากรับประทานแบบสด อาจทำให้เกิดการระคายเคืองในช่องปาก และลำคอได้ ที่สำคัญ ควรล้างให้สะอาดก่อนรับประทานทุกครั้ง ก่อนนำไปปรุงอาหาร อีกทั้งการผ่านความร้อน ยังช่วยลดอาการแพ้สารโซลานีนได้อีกด้วย
วิธีปลูกมะเขือพวง การดูแลรักษา ทำอย่างไร?

มะเขือพวง จัดเป็นพืชผักสวนครัวที่คนไทยนิยมบริโภคกันเป็นอย่างมาก มักจะนำไปใส่เป็นเครื่องเทศในแกงสารพัด หากจะหามาปลูกไว้ทำกับข้าวกินเองบ้างก็คงจะดีไม่น้อย มะเขือพวงเป็นพืชอายุสั้น ใช้ระยะเวลาในการปลูก 3-4 เดือน สามารถเก็บผลผลิตขายได้แล้ว การปลูกมะเขือพวง ใช้น้ำน้อย ทนแล้ง การปลูกสามารถขยายพันธุ์ได้หลายวิธี เช่น การเพาะเมล็ด การปักชำลำต้น การปักชำราก การปักชำยอด ในส่วนนี้แล้วแต่ผู้ปลูก
วิธีการปลูก
การปลูกมะเขือพวงสามารถทำการปลูกได้ทั้ง แบบยกร่อง แบบหลุม แบบแปลง และแบบกระถาง เลือกได้ตามสะดวก โดยขุดหลุม 2×2 เมตร เป็นระยะที่กำลังพอดี ดูแลได้ง่าย เบื้องต้นให้ใส่ปุ๋ยคอก และปุ๋ยอินทรีย์ ลองก้นหลุม แล้วใช้ปูนขาวฆ่าเชื้อ ก่อนจะลงต้องมีการเตรียมดิน ตากดินไว้ 1 อาทิตย์ เพื่อฆ่าเชื้อ ถ้าอยากให้ได้ผลดีให้ใส่ขี้ไก่แกลบ ปูนขาว ลงไปด้วย
วิธีการปลูกด้วยการเพาะเมล็ด
- ย้ายต้นกล้าที่ทำการเพาะไว้ โดยการเลือกต้นที่มีใบจริง ประมาณ 3-4 ใบ สูงประมาณ 7-10 เซนติเมตร
- ย้ายไปปลูกในแปลง หรือ กระถางต้นไม้ เพื่อทำการเพาะ
- ให้น้ำในทุก ๆ วัน อย่างสม่ำเสมอ
- หลังย้ายมาปลูก จนครบ 1 อาทิตย์ บำรุงด้วยสูตร (15-15-15) 1/4 ช้อนชา ทุก ๆ 15 วัน
- หลังย้ายมาปลูก จบครบ 2เดือน จะเริ่มมีการออกผลผลิต ก็สามารถเก็บผลผลิตไปบริโภคหรือขายได้
- หลังจากเก็บผลผลิต จนครบ 2 เดือน ควรแต่งกิ่งบริเวณที่เคยเก็บผลผลิต เพื่อให้เกิดการออกยอดใหม่มาแทนที่ จะให้ผลผลิตรุ่นใหม่ได้อีก และควรแต่งกิ่ง ทุก 2-3 เดือน
การดูแล
ใส่ปุ๋ยเดือนละครั้ง มะเขือพวงชอบน้ำแบบธรรมดา คือ ไม่มากไม่น้อยเกินไป รดน้ำ ตามความเหมาะสม ถ้าฝนไม่ตก 1 อาทิตย์ รดน้ำ 2 ครั้ง เพราะดินอุ้มน้ำอยู่แล้ว ถ้าจะให้ดีควรรดน้ำช่วงเช้า เพราะจะช่วยในเรื่องของโรคราน้ำค้าง หมั่นดูแลโรคแมลงด้วยปุ๋ยชีวภาพ เพียงเท่านี้ ก็สามารถมีมะเขือพวงไว้ประกอบอาหารแบบไม่ต้องซื้อแล้ว
ข้อควรระวัง
- มะเขือพวงมีสารโซลานิน (Solanine) ซึ่งเป็นอัลคาลอยด์ ซึ่งสารนี้ อาจจะทำให้เกิดความไม่สมดุลของแคลเซียมในร่างกายได้ ดังนั้น ผู้ที่เป็นโรคไขข้อและโรคกระดูก ควรหลีกเลี่ยงการรับประทาน
- การได้รับสารโซลานีนจำนวนมากในผู้ที่ไวต่อสารโซลานีน อาจเกิดอาการไม่พึงประสงค์ได้ เช่น ท้องเสีย ปวดหัว อาเจียน
- สำหรับลดผลกระทบจากสารโซลานีน ทำได้โดย นำผลมะเขือพวงที่จะรับประทาน ไม่ทำให้สุกด้วยความร้อน หรืออาจรับประทานอาหารกลุ่ม นม-เนย ควบคู่ไปกับการรับประทานมะเขือพวงด้วยก็ได้
- การรับประทานมะเขือพวงดิบมากเกิน 16 กรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อการทำงานของตับได้
มะเขือพวงถือเป็นผักจิ๋วแต่คุณค่าสูง ทั้งอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและประโยชน์ต่อสุขภาพหลายด้าน หากใครเคยเขี่ยมะเขือพวงออกจากอาหาร ลองหันมากินทีละน้อยเพื่อให้ชิน รับรองว่าดีต่อร่างกายแน่นอน อีกทั้งมะเขือพวงยังเป็นพืชที่ทนโรค แข็งแรง และ วิธีปลูกมะเขือพวง ไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีกำจัดแมลง ทำให้มั่นใจได้ว่าผลผลิตที่กินเป็นผักปลอดสารพิษ ปลูกง่าย และปลอดภัยต่อสุขภาพ





