
รู้จักกับ ผักกูด ราชินีเฟิร์นกินได้ สรรพคุณล้นจาน แถมปลูกง่าย
ผักกูด เป็นชื่อของผักชนิดหนึ่งที่อยู่ในตระกูลเฟิร์น นอกจากจะนำมาเป็นอาหารได้แล้วยังสมุนไพรที่มีประโยชน์อีกด้วย วันนี้เราเลยอยากพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเจ้าของฉายา ‘ราชินีเฟิร์นกินได้’ ให้มากขึ้นค่ะ เพราะนอกจากจะอร่อยเคี้ยวเพลินแล้ว สรรพคุณยังอัดแน่นเต็มจาน แถมใครจะไปเชื่อว่าการปลูกไว้กินเองหลังบ้านนั้นง่ายกว่าที่คิดเยอะเลย พร้อมแล้วมาทำความรู้จักน้องผักกูดไปพร้อมกันค่ะ!”
ผักกูด คืออะไร?
ผักกูด เป็นพืชที่อยู่ในตระกูลของเฟิร์น ลักษณะขอบใบ เป็นเกล็ดหยักเป็นซี่ มักขึ้นอยู่ตามริมทาง ริมลำน้ำ โดยผักกูดมีหลายชนิด สามารถนำมาปรุงประกอบอาหารได้ แต่จะมีรสชาติที่แตกต่างกันไป โดยบางชนิด อาจจะมีรสขม จึงไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนัก สำหรับส่วนของผักกูด ที่นิยมนำมาใช้ประโยชน์มากที่สุด คือ ส่วนใบ และยอดอ่อน เท่านั้น

ชื่อวิทยาศาสตร์: Diplazium\ esculentum\ (Retz.)\ Sw.
ชื่อสามัญ: Paco fern, Small vegetable fern, Vegetable fern
วงศ์: ATHYRIACEAE
ถิ่นกำเนิด: มีถิ่นกำเนิดครอบคลุมพื้นที่เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนของเอเชีย ตั้งแต่จีนตอนใต้ อินเดีย ไปจนถึงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก
ผักกูดเป็นพืชที่ “รักสะอาด” มาก พืชชนิดนี้จะไม่ยอมขึ้นหรือเติบโตในบริเวณที่มีสารเคมีเจือปนในดินหรือน้ำเด็ดขาด ถ้าคุณเห็นผักกูดขึ้นที่ไหน มั่นใจได้เลยว่าตรงนั้นอากาศและน้ำบริสุทธิ์จริง ๆ
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของผักกูด

เหง้าและลำต้น: ผักกูดมีลำต้นเป็นเหง้าอยู่ใต้ดินหรือโผล่พ้นดินขึ้นมาเล็กน้อย มีลักษณะตั้งตรง และมีขนละเอียดสีน้ำตาลเข้มถึงดำปกคลุมอยู่บริเวณโคนต้น เมื่อต้นมีอายุมากขึ้นจะดูเหมือนต้นไม้ขนาดเล็กที่มีพุ่มใบแผ่ออกรอบๆ
ใบและก้านใบ:
ก้านใบ: มีสีเขียวอ่อนถึงเขียวเข้ม ลักษณะอวบน้ำ ผิวเรียบ (ไม่มีหนาม) และมีร่องลึกอยู่กลางก้านใบยาวตลอดแนว
ใบ: เป็นใบประกอบแบบขนนก 2-3 ชั้น ใบย่อยมีรูปหอก ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย ผิวใบเรียบและบาง มีสีเขียวสดใส
ยอดอ่อน (ยอดม้วน): ยอดที่เพิ่งเกิดใหม่จะม้วนงอเข้าหาตัวคล้าย “หัวไม้เท้า” หรือก้นหอย มีความอวบกรอบและมีเมือกใสเล็กน้อย ซึ่งส่วนนี้เองคือส่วนที่อร่อยที่สุดและนิยมนำมาปรุงอาหาร
สปอร์: เมื่อใบแก่เต็มที่ ด้านหลังใบจะมีแถบเส้นสีน้ำตาลเรียงกันอย่างเป็นระเบียบตามแนวเส้นใบ นั่นคือที่อยู่ของ “สปอร์” ที่ใช้ในการขยายพันธุ์ตามธรรมชาตินั่นเองครับ
สรรพคุณ และประโยชน์ของผักกูด
ผักกูด ถูกจัดเป็นผักที่มีฤทธิ์เย็น ช่วยดับร้อนและปรับสมดุลในร่างกายได้ดีเยี่ยม โดยมีประโยชน์ที่น่าสนใจดังนี้ค่ะ
- ช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน และช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ
- ใบผักกูด อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก และเบตาแคโรทีน การรับประทานผักกูดร่วมกับเนื้อสัตว์ จะช่วยทำให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุต่าง ๆ ได้ดีขึ้น และยังช่วยบำรุงร่างกายอีกด้วย
- ใบผักกูด นำมาต้มเป็นน้ำดื่ม ช่วยแก้ไข้ตัวร้อน
- ผักกูดมีคุณสมบัติช่วยดับร้อน ทำให้ร่างกายปรับสภาพอุณหภูมิให้เข้ากับฤดูได้
- ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ในเม็ดเลือดได้
- ช่วยบำรุงโลหิต เนื่องจากผักกูดเป็นผักที่มีธาตุเหล็กมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ช่วยแก้โรคโลหิตจางได้
- ช่วยบำรุงสายตา
- ช่วยลดความดันโลหิตสูง
- ใบผักกูด ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟันได้
- ผักกูดมีเส้นใยอาหารสูงมาก จึงช่วยให้ระบบขับถ่าย ทำงานได้อย่างดี ช่วยขับปัสสาวะ และแก้การอักเสบ
ผักกูดเป็นผักที่มีรสจืดอมหวาน และกรอบ ยอดอ่อน และใบอ่อน นิยมนำมาบริโภค โดยนำมาปรุงเป็นอาหารได้อย่างหลากหลาย เช่น นำมายำ หรือผัด ทำเป็นแกงจืด แกงเลียง แกงส้ม แกงแคร่วมกับผักชนิดต่าง ๆ เป็นต้น แต่จะไม่นิยมนำมารับประทานแบบสด ๆ เพราะจะมียางเป็นเมือกอยู่ที่ก้าน โดยในช่วงหน้าแล้ง ผักกูดจะมีรสชาติอร่อยกว่าฤดูอื่น ๆ
ข้อควรระวังในการทานผักกูด
ไม่ควรรับประทานผักกูดแบบดิบ ๆ หรือแบบสด ๆ เนื่องจากผักกูดมีสารออกซาเลต ในปริมาณที่สูง อาจทำให้ไตอักเสบ และทำให้เป็นนิ่วได้ จึงควรนำไปต้ม หรือปรุงให้สุกก่อนการนำมารับประทานทุกครั้ง
คุณค่าทางโภชนาการของผักกูด
ผักกูด ในส่วนที่รับประทานได้ ต่อ 100 กรัม จะให้พลังงาน 19 กิโลแคลอรี
- เส้นใยอาหาร 1.4 กรัม
- ธาตุแคลเซียม 5 มิลลิกรัม
- ธาตุเหล็ก 36.3 มิลลิกรัม
- ธาตุฟอสฟอรัส 35 มิลลิกรัม
- วิตามินเอ, วิตามินบี 1, วิตามินบี 2 และวิตามินบี 3 ค่อนข้างสูง
วิธีปลูกผักกูด
การปลูกผักกูด แบบง่าย ๆ สำหรับคนทั่วไปนั้น ทำได้โดยนำผักกูดที่พบตามริมน้ำ หรือลำธารทั้งต้นเล็ก และต้นใหญ่มาปลูกใส่กระถาง หรือปลูกลงดินโดยตรง ผักกูดชอบน้ำ และที่อากาศเย็น อาจปลูกใกล้ต้นไม้ใหญ่ หรือมีการพรางแสงให้อากาศเย็น จะทำให้ผักกูดสามารถเจริญเติบโตได้ดี

การปลูกในกระถาง
- 1
ให้เตรียมหลุมปลูกตามขนาดของต้น รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยชีวภาพ หรือปุ๋ยคอกเล็กน้อย ประมาณ 1 กำมือ
- 2
นำผักกูดลงปลูก กลบดินแล้วรดน้ำให้ชุ่ม จากนั้นคอยดูแลเรื่องน้ำอย่างสม่ำเสมอ
การปลูกลงดิน
- 1
เลือกกิ่งขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ 1.5-3 ซม. และเลือกตำแหน่งควั่นกิ่งที่ให้กิ่งตอนยาวประมาณ 50-100 ซม. ไม่ควรยาวกว่านี้
- 2
ควั่นกิ่งใต้ตา และเอาเปลือกออก ให้ควั่นยาวประมาณ 1 นิ้ว โดยต้องขุดเยื่อเปลือกออกให้หมด
- 3
หลังจากนั้น ใช้ขุยมะพร้าวที่บดละเอียด และผสมน้ำพอหมาด ๆ ปั้นประกอบให้รอบรอยควั่น หนาประมาณ 1 นิ้ว แล้วใช้ถุงพลาสติกหุ้ม และรัดด้วยเชือกทั้งด้านบน ด้านล่างให้แน่น
- 4
ปล่อยทิ้งไว้ไม่ต้องรดน้ำ ประมาณ 20-30 วัน จะมีรากงอกออกมาจนรากมีสีน้ำตาล จึงค่อยตัดกิ่ง แล้วนำไปปลูกลงในแปลง
เห็นไหมคะว่า ผักกูด ไม่ได้เป็นแค่ผักพื้นบ้านทั่วไป แต่คือทางเลือกยอดเยี่ยมสำหรับคนรักสุขภาพและเกษตรกรที่อยากเริ่มต้นแบบง่าย ๆ เต็มไปด้วยคุณค่า ทั้งด้านโภชนาการ สุขภาพ และยังเหมาะกับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่อยากกินดี อยู่ดี และปลูกผักกินเองได้ที่บ้านอีกด้วย!



