“เห็ดหูหนู” สุดยอดของเห็ด ที่ควรกินเพื่อสุขภาพ

“เห็ดหูหนู” สุดยอดของเห็ด ที่ควรกินเพื่อสุขภาพ

By Published On: พฤศจิกายน 28th, 2025

เห็ดหูหนู ใครชอบทานเห็ดนิ่ม กัดแล้วเหมือนเคี้ยววุ้นอยู่ในปาก คงจะชื่นชอบเจ้าเห็ดชนิดนี้กันอยู่ไม่น้อย แต่รู้หรือไม่ว่า นอกจากจะมีรสสัมผัสที่อร่อยแล้ว เห็ดหูหนูยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างที่คุณคาดไม่ถึง หากใครอยากรู้ว่า มีประโยชน์อย่างไรบ้าง แล้วทำไมถึงควรกินเพื่อสุขภาพที่ดีแล้วละก็ ตามมาดูกันเลย

ทำความรู้จัก เห็ดหูหนู

ทำความรู้จัก เห็ดหูหนู

เห็ดหูหนู  เป็นเห็ดชนิดหนึ่ง ลักษณะดอกเห็ด เป็นแผ่นใสนิ่ม คล้ายรูปพัด ด้านบนของดอกเห็ดมีความมันเงา ขอบของดอกเห็ดจะมีรอยจีบหรือเป็นลอน ด้านล่างมีลักษณะเป็นขนละเอียดอ่อนคล้ายกำมะหยี่ หรือ ขนหยาบ เมื่อนำมาแช่น้ำ เนื้อเยื่อจะดูดน้ำจนบานพอง ทำให้มีเนื้อสัมผัสนุ่มคล้ายวุ้น โดยเห็ดหูหนูจะมี 2 สายพันธ์ุด้วยกัน คือ เห็ดหูหนูดำ และ เห็ดหูหนูขาว

ด้วยมีลักษณะคล้ายใบหู ทำให้ถูกตั้งชื่อภาษาอังกฤษว่า Wood Ear Mushroom ส่วนคนไทยเรียกว่าเห็ดหูหนูตามคนจีน โดยเห็ดหูหนูนั้น เชื่อกันว่า มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศจีน ถูกนำมาทำเป็นอาหารและยาในทางการแพทย์แผนจีนมาอย่างยาวนาน ปัจจุบัน เนื่องจากเพาะขึ้นเองได้ง่าย ดอกใหญ่ กลีบใหญ่ เนื้อแน่น กรอบ ไม่ต่างจากเห็ดหูหนูที่เติบโตตามธรรมชาติ แถมยังใช้เวลาเพาะเพียงสั้น ๆ ทำให้เห็ดหูหนูมีราคาถูก หาซื้อได้ง่ายมาก ๆ  จนกลายเป็นเห็ดชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาทำเป็นเมนูอาหารต่าง ๆ

เห็ดหูหนู มีสารอาหารอะไรบ้าง

เห็ดหูหนู ได้รับการยกย่องว่าเป็น สุดยอดของเห็ด นั่นเป็นเพราะเห็ดหูหนูมีสารอาหารสำคัญต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ใยอาหาร แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามิน B และ วิตามิน C โดยในเห็ดหูหนู 100 กรัม พบว่ามีสารอาหารดังต่อไปนี้

สารอาหารจำนวน
ไขมัน0.7%
โปรตีน7.25%
คาร์โบไฮเดรต71.50%
ใยอาหาร18.70%
วิตามิน B 10.008 มิลลิกรัม
วิตามิน B 21.173 มิลลิกรัม
วิตามิน B 30.43 มิลลิกรัม
วิตามิน C0.38 มิลลิกรัม
แคลเซียม332.60 มิลลิกรัม
ธาตุเหล็ก14.30 มิลลิกรัม
ฟอสฟอรัส122.10 มิลลิกรัม

เห็ดหูหนู ประโยชน์

เห็ดหูหนู ประโยชน์

ด้วยสารอาหารและแร่ธาตุที่มีอยู่ในเห็ดหูหนูมากมาย ทำให้มันมีประโยชน์ต่อสุขภาพมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็น ช่วยบำรุงเลือดและหัวใจ ป้องกันอาการท้องผูก และ โรคริดสีดวงทวาร ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด บำรุงระบบประสาทและกล้ามเนื้อให้ทำงานได้ปกติ และ ช่วยซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ที่สึกหรอของร่างกาย โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. บำรุงเลือดและหัวใจ

ในทางการแพทย์แผนจีน เชื่อกันว่า เห็ดหูหนูมีคุณสมบัติของพลังหยิน จึงช่วยบำรุงเลือดและหัวใจได้ สอดคล้องกับงานวิจัยทางการแพทย์ ที่พบว่า ในเห็ดหูหนู มีสารอะดีโนซีน (Adenosine) ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยลดความเหนียวข้นของเลือด ทำให้เลือดไม่เป็นลิ่ม เข้าไปอุดตันในหลอดเลือดหัวใจ และ ยังมีฤทธิ์ลดไขมันในเลือด สามารถป้องกันโรคไขมันในเลือดสูง โรคความดันโลหิตสูง และ โรคหัวใจ ได้ด้วย

2. ป้องกันอาการท้องผูก และ โรคริดสีดวงทวาร

เห็ดหูหนูมีไฟเบอร์ หรือ ใยอาหารสูง ทำให้เมื่อรับประทานเข้าไปแล้ว จะช่วยกระตุ้นลำไส้ให้ทำงานได้ดี ขับถ่ายได้ง่าย จนช่วยป้องกันอาการท้องผูก และ โรคริดสีดวงทวาร นอกจากนี้ ไฟเบอร์ชนิดที่ไม่ละลายในน้ำ ยังมีส่วนสำคัญต่อการช่วยลดไขมันในเลือด ป้องกันโรคไขมันในเลือดสูง โรคความดันโลหิตสูง และ โรคหัวใจ อีกด้วย

3. ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด

การรับประทานเห็ดหูหนู ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ เพราะในเห็ดหูหนู มีไฟเบอร์แบบละลายน้ำ ที่มีฤทธิ์ในการลดระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้น้ำตาลในเลือดมีความสมดุล ช่วยป้องกันความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวาน

4. บำรุงระบบประสาทและกล้ามเนื้อให้ทำงานได้ปกติ

อีกหนึ่งแร่ธาตุที่มีจำนวนมากในเห็ดหูหนู ก็คือ แคลเซียม ซึ่งนอกจากจะช่วยบำรุงกระดูกให้แข็งแรงแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นสารสื่อการทำงานของระบบประสาท การทำงานของมวลกล้ามเนื้อ และ การเต้นของหัวใจให้ทำงานได้ปกติ ควบคู่กับวิตามิน B 1 ซึ่งมีฤทธิ์เฉกเช่นเดียวกัน

5. ช่วยซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ที่สึกหรอของร่างกาย

ในเห็ดหูหนู 100 กรัม มีฟอสฟอรัสสูง 122 มิลลิกรัม ทำให้ช่วยซ่อมแซมเซลล์ที่เสียหายให้กลับมาเป็นปกติ อีกทั้งยังช่วยในกระบวนการเก็บพลังงาน – ใช้พลังงานของร่างกาย ตลอดจนรักษาสมดุุลการใช้วิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น วิตามินดี ไอโอดีน สังกะสี และแมกนีเซียม เป็นต้น ทำให้คนจีนยกย่องให้ เห็ดหูหนู เป็นยาบำรุงกำลัง ยาบำรุงร่างกาย ชั้นดีเลยทีเดียว

เห็ดหูหนูทำอาหารอะไรได้บ้าง

ด้วยมีเนื้อสัมผัสที่นุ่มคล้ายกับวุ้น ทำให้คนไทยและคนจีนนิยมนำเห็ดหูหนูมาทำอาหารอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น เห็ดหูหนูผัดไข่ ไก่ผัดขิงใส่เห็ดหูหนู แกงเห็ดหูหนู ยำเห็ดหูหนู โจ๊กใส่เห็ดหูหนู ซุปเห็ดหูหนูขาว ฯลฯ โดยก่อนนำมาทำอาหาร นิยมนำไปแช่น้ำก่อน เพื่อให้เห็ดหูหนูนิ่ม และ บานออก จะทำให้มีรสสัมผัสที่นุ่มนวล ทานได้อร่อยมากขึ้น

tamsuan เรายังมีความรู้เรื่องการปลูกผักและเห็ดสำหรับคนที่อยากปลูกกินเองแบบง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็นวิธีปลูกเห็ดหูหนูในบ้าน ขั้นตอนดูแลให้ได้ผลผลิตสวย หรือเทคนิคเลือกวัสดุเพาะที่เหมาะกับมือใหม่ หากอยากเริ่มต้นทำสวนเล็ก ๆ เพื่อได้ผักสดและเห็ดปลอดสารไว้ทำอาหาร แวะดูบทความของเราได้เลยค่ะ 🌱🍄✨

นักเขียนผู้หลงใหลในกลิ่นดินและใบไม้ ที่เชื่อว่าทุกเมล็ดพันธุ์มีเรื่องเล่า และทุกสวนมีแรงบันดาลใจซ่อนอยู่

แชร์บทความนี้

แสดงความคิดเห็น