รู้จักเสน่ห์ “หนูแกสบี้” สัตว์เลี้ยงตัวจิ๋ว ทำไมใครเลี้ยงก็หลงจนถอนตัวไม่ขึ้น?

รู้จักเสน่ห์ “หนูแกสบี้” สัตว์เลี้ยงตัวจิ๋ว ทำไมใครก็หลงจนถอนตัวไม่ขึ้น? พร้อมคู่มือเริ่มทำฟาร์มฉบับมือใหม่

By Published On: พฤษภาคม 14th, 2026

แค่ได้เห็นเจ้าก้อนขนตัวจิ๋วเดินดุ๊กดิ๊ก ก็ชวนให้เผลอยิ้มตามแบบไม่รู้ตัวแล้ว  เพราะหนูแกสบี้ไม่ได้มีดีแค่ความน่ารัก แต่ยังเต็มไปด้วยเสน่ห์ขี้อ้อน และความป่วนกำลังพอดีที่ทำเอาหลายคนใจละลาย วันนี้เลยจะชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับเจ้าตัวจิ๋วสุดคิวต์ชนิดนี้ รับรองว่าได้รู้จักมากขึ้นแล้ว อาจเผลออยากพากลับบ้านสักตัวแน่นอน!🐹💕

หนูแกสบี้คืออะไร? ทำความรู้จักเจ้าก้อนขนสุดน่ารัก

หนูแกสบี้ หรือที่รู้จักในชื่อ Guinea Pig และ Cavy เป็นสัตว์ฟันแทะตระกูลเดียวกับหนูตะเภาแต่มีความโดดเด่นที่สายพันธุ์หลากหลายและเชื่องกว่า ด้วยลักษณะตัวอ้วนกลม หน้าตาน่ารัก และนิสัยขี้อ้อนเป็นมิตร จึงทำให้หนูแกสบี้กลายเป็นสัตว์เลี้ยงฮีลใจยอดนิยมอันดับต้นๆ ไปทั่วโลก

ต้นกำเนิดของหนูแกสบี้

หนูแกสบี้มีต้นกำเนิดมาจากแถบเทือกเขาแอนดีสในทวีปอเมริกาใต้ เช่น ประเทศเปรู โบลิเวีย และเอกวาดอร์ โดยในอดีตชาวพื้นเมืองเลี้ยงไว้ทั้งเพื่อเป็นอาหารและสัตว์เลี้ยง ก่อนจะถูกนำเข้ามาในยุโรปเมื่อหลายร้อยปีก่อน จนเริ่มได้รับความนิยมแพร่หลายไปทั่วโลก

ลักษณะทั่วไป

  • มีลำตัวอ้วนป้อม ขาสั้น หูเล็ก และไม่มีหาง
  • น้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 700-1,200 กรัม ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และเพศ
  • จุดเด่นอีกอย่างคือเสียงร้อง “วี๊ค ๆ” ที่มักใช้เวลาหิว ตื่นเต้น หรือเรียกเจ้าของ ซึ่งจุดนี้แหละที่เป็นเสน่ห์ ทำให้หลาย ๆ คนหลงรัก

หนูแกสบี้ มีกี่สายพันธุ์? แต่ละแบบต่างกันยังไง

โดยทั่วไปแล้วหนูแกสบี้มีหลายสายพันธุ์ แต่สายพันธุ์ที่นิยมเลี้ยงกันหลัก ๆ จะมีอยู่ 5 สายพันธุ์ ได้แก่ American, Abyssinian, Peruvian, Texel และ Skinny Pig ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ก็มีเสน่ห์และเอกลักษณ์แตกต่างกันออกไป แล้วจะมีอะไรบ้าง? มาทำความรู้จัก 5 สายพันธุ์หนูแกสบี้ยอดนิยมไปพร้อมกันเลย

หนูแกสบี้ สายพันธุ์ American

หนูแกสบี้ สายพันธุ์ American เลี้ยงง่ายเหมาะกับมือใหม่ จุดเด่นคือขนสั้นเรียบ ลำตัวกลมป้อม และดูแลง่ายกว่าสายพันธุ์ขนยาว จึงเหมาะมากสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มเลี้ยงแกสบี้และคนที่ไม่ค่อยมีเวลา

หนูแกสบี้ สายพันธุ์ Abyssinian

หนูแกสบี้ สายพันธุ์ Abyssinian ขนฟูเป็นกระจุก เอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร โดดเด่นตรงขนที่ขึ้นวนเป็นกระจุกทั่วตัว ดูฟูยุ่ง ๆ แบบมีเสน่ห์เฉพาะตัว ทำให้หน้าตาดูน่ารักและแตกต่างจากแกสบี้ทั่วไป หลายตัวจะมีขนวนประมาณ 6-8 จุด

หนูแกสบี้ สายพันธุ์ Peruvian

หนูแกสบี้ สายพันธุ์ Peruvian เป็นแกสบี้ขนยาวที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวย ขนสามารถยาวได้หลายเซนติเมตรจนดูเหมือนสวมวิกเลยทีเดียว จึงต้องการการดูแลเรื่องขนมากกว่าสายพันธุ์อื่น เหมาะกับคนที่มีเวลาและชอบดูแลสัตว์เลี้ยงแบบละเอียด

หนูแกสบี้ สายพันธุ์ Texel

หนูแกสบี้ สายพันธุ์ Texel เป็นสายพันธุ์ที่มีขนหยิกเป็นลอนทั่วตัว ดูฟูนุ่มน่ากอดคล้ายตุ๊กตา จุดเด่นคือความน่ารักละมุนและขนที่ดูโดดเด่นมาก ๆ แต่เพราะขนค่อนข้างหนาและยาว จึงต้องหมั่นดูแลเรื่องความสะอาดและการพันกันของขนอยู่เสมอ

หนูแกสบี้ สายพันธุ์ Skinny Pig

หนูแกสบี้ สายพันธุ์ Skinny Pig หรือชื่อเล่นว่า หนูฮิปโปแคระ เป็นสายพันธุ์ที่แทบไม่มีขน หรือมีเพียงเล็กน้อยบริเวณจมูกและเท้า ทำให้หน้าตาดูแปลกตาและโดดเด่นไม่เหมือนใคร อย่างไรก็ตาม ต้องดูแลเรื่องอุณหภูมิและผิวหนังเป็นพิเศษ เพราะไม่มีขนช่วยปกป้องร่างกาย

รู้ไว้ก่อนเลี้ยง นิสัยของหนูแกสบี้ จริง ๆ แล้วเป็นแบบไหน

หนูแกสบี้ นิสัยค่อนข้างสุภาพ อ่อนโยน และขี้ตกใจง่าย แต่เชื่องคนได้ดี ไม่ค่อยกัด ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง และเป็นสัตว์ที่ฝึกฝนได้ง่าย เช่น การฝึกเรียกชื่อแล้วมาหา ซึ่งจริง ๆ แล้วนิสัยของแกสบี้ยังมีรายละเอียดน่ารัก ๆ อีกหลายอย่าง จะน่ารักขนาดไหน มาดูกันเลย!

นิสัยและพฤติกรรมหลักของหนูแกสบี้

  • เป็นสัตว์สังคม ชอบอยู่รวมกัน 2 ตัวขึ้นไป หากอยู่ตัวเดียวจะรู้สึกเหงาและเครียดง่าย
  • สุภาพและเป็นมิตร ไม่ก้าวร้าว เหมาะสำหรับเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้าน ไม่กัดคน
  • ขี้ตกใจ/ระแวง โดยธรรมชาติเป็นสัตว์เหยื่อ จึงตื่นตระหนกง่าย ชอบมุดหรือหลบมุมเมื่อรู้สึกไม่ปลอดภัย
  • ชอบส่งเสียง สามารถส่งเสียงร้องได้หลากหลายรูปแบบเพื่อสื่อสารอารมณ์ เช่น เสียงร้องตอนดีใจหิวอาหาร หรือเสียงหวีดร้องเมื่อตกใจ
  • เรียนรู้ไว สามารถฝึกให้เชื่อง เรียกชื่อ หรือถ่ายเป็นที่ได้
  • ตื่นตัวและขยัน มักจะนอนงีบเพียงช่วงสั้น ๆ ในหนึ่งวัน และค่อนข้างขยันหาอาหาร

พฤติกรรมอื่นที่น่าสนใจ

  • การเหยียดตัว (Stretching) ยืนขาหลังเพื่อสอดส่องสถานการณ์ แสดงความสนใจสิ่งรอบข้างหรือมองหาอาหาร
  • วิ่งวน/กระโดด (Popcorning) หากแกสบี้รู้สึกดีใจหรือตื่นเต้นมาก จะวิ่งวนไปมาและกระโดดตัวลอยคล้ายป๊อปคอร์น

เคล็ดลับในการเลี้ยง

  • อย่างที่รู้กันว่าหนูแกสบี้เป็นสัตว์สังคม จึงควรเลี้ยงอย่างน้อย 2 ตัวขึ้นไป และควรเอาใจใส่ด้วยการเล่นกับน้องทุกวัน จะยิ่งช่วยให้น้องเชื่องและติดเจ้าของมากขึ้น

หนูแกสบี้ กินอะไรได้บ้าง และอะไรที่ควรเลี่ยง

หลาย ๆ คนอาจคิดว่าหนูแกสบี้กินอะไรก็ได้เหมือนสัตว์ฟันแทะทั่วไป แต่จริง ๆ แล้วอาหารที่น้องควรกินหลัก ๆ คือหญ้าแห้ง ถึง 80-90% ของอาหารทั้งหมดเลยนะ ส่วนอาหารอื่น ๆ อย่างผัก ผลไม้ หรือขนม ควรให้เป็นแค่ของว่างในบางเวลาเท่านั้น แล้วหนูแกสบี้กินอะไรได้บ้าง? เรารวมมาให้แล้ว

หนูแกสบี้ กินอะไรได้บ้าง และอะไรที่ควรเลี่ยง

อาหารที่หนูแกสบี้กินได้

  1. หญ้าแห้ง สำคัญที่สุด! เช่น หญ้าทิโมธี, หญ้าขน, Orchard grass ควรมีให้กินตลอดเวลาเพื่อช่วยระบบย่อยอาหาร และลดการสบฟันผิดปกติ
  2. ผักใบเขียว (กินได้ทุกวัน) เช่น ผักกาดหอม (ไม่รวมผักกาดแก้ว), บรอกโคลี, คะน้า (เล็กน้อย), ผักโขม, ผักชี, ผักกาดกวางตุ้ง
  3. อาหารเม็ด อาหารเม็ดคุณภาพดีที่ผลิตจากหญ้าแห้ง (Timothy-based) ให้เป็นอาหารเสริมวันละ 1-2 ช้อนโต๊ะ
  4. ผลไม้ เช่น แอปเปิ้ล, มะละกอ, สตรอว์เบอร์รี่, กล้วยหอม สามารถกินได้ แต่ควรให้แต่พอดี ไม่ควรให้เยอะหรือให้ทุกวัน
  5. วิตามินซี เพราะแกสบี้ไม่สามารถสร้างวิตามินซีเองได้ จึงจำเป็นต้องได้รับจากผักหรืออาหารเสริมอื่น ๆ

อาหารที่ต้องเลี่ยง (อันตรายถึงชีวิต)

  1. พืชตระกูลหอม เช่น หัวหอม, กระเทียม, ต้นหอม, กุยช่าย เนื่องจากสาร Allium เป็นพิษต่อเลือด
  2. ผักและผลไม้บางชนิด เช่น มันฝรั่งดิบ, มะเขือเทศดิบ (ใบและลำต้น), อะโวคาโด เพราะมีสารที่ส่งผลต่อระบบทางเดินอาหารและระบบหัวใจ
  3. ผลไม้รสเปรี้ยวจัด เช่น ส้ม, มะนาว, สับปะรด เพราะถ้าให้มากเกินไปอาจทำให้ท้องเสีย หรือกัดกระเพาะได้
  4. อาหารมนุษย์และของหวาน เช่น ขนมเค้ก, ช็อกโกแลต, ขนมขบเคี้ยว, ขนมปัง, นมและผลิตภัณฑ์จากนม
  5. อาหารที่มีถั่วและเมล็ดพันธุ์ เช่น เมล็ดทานตะวัน เนื่องจากไขมันสูงและอาจทำให้ติดคอได้

จัดบ้านให้แกสบี้ยังไง? รวมวิธีเลี้ยงเบื้องต้นที่ควรรู้

การเลี้ยงหนูแกสบี้ให้น้องสุขภาพดีและอารมณ์ดี นอกจากเรื่องอาหารแล้วพื้นที่อยู่ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะแกสบี้เป็นสัตว์ที่ชอบความสะอาด ต้องการพื้นที่เดินเล่น และค่อนข้างขี้ตกใจ ดังนั้นการจัดกรงให้เหมาะสมจะช่วยให้น้องอยู่สบายและเครียดน้อยลง

จัดบ้านให้แกสบี้ยังไง? รวมวิธีเลี้ยงเบื้องต้นที่ควรรู้

เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น ของพื้นฐานที่ควรมีสำหรับการเลี้ยงหนูแกสบี้ ได้แก่

  • กรงหรือคอกขนาดเหมาะสม โดยทั่วไปควรเลือกกรงที่น้องสามารถเดิน วิ่ง และยืดตัวได้สะดวก ไม่อึดอัดจนเกินไป
  • ถ้วยอาหารและขวดน้ำแบบแขวน
  • หญ้าแห้ง (Timothy Hay) สำหรับกินตลอดทั้งวัน
  • บ้าน หรือมุมหลบซ่อนให้น้องรู้สึกปลอดภัย
  • แผ่นรองกรง หรือวัสดุปูรองที่ซึมซับได้ดี
  • ของเล่นหรือของแทะ สำหรับลับฟันและลดความเครียด

การดูแลความสะอาด

ควรเก็บเศษอาหารและมูลออกทุกวัน พร้อมเปลี่ยนวัสดุปูรองกรงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดกลิ่นอับ ความชื้น และการสะสมของเชื้อโรค เพราะหากกรงสกปรกเกินไป อาจทำให้น้องเครียดหรือเสี่ยงป่วยได้

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

ควรวางกรงในที่อากาศถ่ายเท ไม่ร้อนอบอ้าว และหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดหรือเสียงดัง เพราะแกสบี้ขี้ตกใจง่าย นอกจากนี้ควรมีเวลาให้น้องออกมาเดินเล่นหรือวิ่งสำรวจนอกกรงบ้าง เพื่อช่วยให้น้องผ่อนคลายและไม่เบื่อ

ข้อควรรู้ก่อนเลี้ยงหนูแกสบี้

ก่อนจะพาเจ้าก้อนขนตัวจิ๋วกลับบ้าน อย่าลืมว่าการเลี้ยงหนูแกสบี้ก็มีหลายเรื่องที่ต้องเตรียมพร้อมเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่าย สภาพแวดล้อม อายุขัย หรือเวลาในการดูแล เพราะยิ่งเข้าใจน้องมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเลี้ยงได้แฮปปี้ทั้งคนทั้งแกสบี้เลย

  1. มีค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง
    นอกจากค่าตัวน้องแล้ว ยังมีค่าอุปกรณ์ กรง หญ้าแห้ง อาหาร ผักสด รวมถึงค่ารักษาพยาบาลในอนาคต ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องมีต่อเนื่องทุกเดือน
  2. ต้องมีเวลาดูแล
    แกสบี้เป็นสัตว์สังคม ต้องการความเอาใจใส่และการเล่นกับเจ้าของทุกวัน รวมถึงต้องคอยทำความสะอาดกรง เปลี่ยนน้ำ และเติมอาหารอย่างสม่ำเสมอ
  3. อายุขัยค่อนข้างนาน
    โดยทั่วไปหนูแกสบี้ อายุ เฉลี่ยประมาณ 5-8 ปี หรือบางตัวอาจอยู่ได้นานกว่านั้น จึงควรพร้อมสำหรับการดูแลระยะยาว
  4. เรื่องอาหารสำคัญมาก
    แกสบี้ต้องกินหญ้าแห้งเป็นหลัก และได้รับวิตามินซีอย่างเพียงพอ ส่วนอาหารอย่างผักสด หรืออาหารเม็ด ก็ควรเก็บให้สดสะอาดอยู่เสมอ หลายบ้านจึงนิยมใช้ เครื่องซีลสูญญากาศ เพื่อช่วยลดความชื้นและยืดอายุอาหารของน้องให้นานขึ้น
  5. ขี้ตกใจและไวต่อสภาพแวดล้อม
    น้องค่อนข้างเครียดง่าย ไม่ชอบเสียงดัง อากาศร้อน หรือพื้นที่อับชื้น จึงควรจัดมุมเลี้ยงให้สงบ อากาศถ่ายเท และปลอดภัย
  6. ไม่ควรเลี้ยงในพื้นที่แคบเกินไป
    แม้ตัวจะเล็ก แต่แกสบี้ต้องการพื้นที่เดินเล่นและขยับตัวพอสมควร ยิ่งเลี้ยงหลายตัว ยิ่งต้องมีพื้นที่มากขึ้น 

อยากเปิดฟาร์มหนูแกสบี้ ต้องเริ่มยังไง?

อยากเปิดฟาร์มหนูแกสบี้ ต้องเริ่มยังไง

ช่วงนี้หนูแกสบี้กลายเป็นสัตว์เลี้ยงยอดฮิตของสายฮีลใจ จนหลายคนเริ่มสนใจต่อยอดเป็นการเลี้ยงเพื่อขายหรือเปิดฟาร์มเล็ก ๆ มากขึ้น แต่ก่อนเริ่ม บอกเลยว่าต้องอาศัยทั้งเวลา ความใส่ใจ และการศึกษาข้อมูลพอสมควรเหมือนกัน

  1. ศึกษาสายพันธุ์และพฤติกรรมให้ดีก่อน
    ควรรู้เรื่องนิสัย สุขภาพ และการดูแลของแต่ละสายพันธุ์ เพราะบางสายพันธุ์ต้องดูแลพิเศษมากกว่าปกติ
  2. เตรียมพื้นที่เลี้ยงให้เหมาะสม
    ควรเป็นพื้นที่อากาศถ่ายเท ทำความสะอาดง่าย และมีโซนแยกเลี้ยงอย่างชัดเจน เช่น โซนพักฟื้น หรือแยกแม่พันธุ์ให้ชัดเจน
  3. เริ่มจากจำนวนที่พอดูแลไหว
    มือใหม่แนะนำให้เริ่มเลี้ยงทีละน้อย ๆ ก่อน เพื่อเรียนรู้พฤติกรรมของแกสบี้ และจัดการต้นทุนได้ง่ายขึ้น
  4. ศึกษาการผสมพันธุ์อย่างถูกวิธี
    ควรศึกษาช่วงอายุที่เหมาะสม การดูแลแม่และลูกแกสบี้ รวมถึงการคัดสายพันธุ์ เพื่อลดปัญหาสุขภาพในอนาคต
  5. วางแผนช่องทางขายและสร้างตัวตนฟาร์ม
    ปัจจุบันหลายฟาร์มเริ่มจากการเปิดเพจ แชร์คอนเทนต์น่ารัก ๆ เช่น ทำคลิป ASMR เสียงร้องวี๊ค ๆ, รีวิวของกิน/ของเล่นแกสบี้, แชร์วิธีเลี้ยงสำหรับมือใหม่ ซึ่งช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและเข้าถึงกลุ่มคนรักสัตว์ได้มากขึ้น

เรื่องที่ต้องรู้ ก่อนคิดจะเพาะพันธุ์หนูแกสบี้ขาย

การเพาะพันธุ์หนูแกสบี้ มีหลายเรื่องที่ต้องศึกษาและเตรียมพร้อมให้ดีก่อน เพราะนอกจากเรื่องความน่ารักแล้ว ยังเกี่ยวข้องกับสุขภาพ การดูแล และความรับผิดชอบต่อน้อง ๆ อีกด้วย

  1. ต้องมีความรู้เรื่องสุขภาพและการดูแล
    หนูแกสบี้ค่อนข้างละเอียดอ่อน ทั้งเรื่องอาหาร อุณหภูมิ และความสะอาด หากดูแลไม่เหมาะสมอาจป่วยได้ง่าย
  2. ไม่ควรผสมพันธุ์แบบสุ่ม
    ควรศึกษาสายพันธุ์ อายุ และสุขภาพของพ่อแม่พันธุ์ให้เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงด้านสุขภาพของลูกแกสบี้
  3. แม่พันธุ์ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ
    ช่วงตั้งท้องและหลังคลอด แม่แกสบี้ควรได้รับอาหารที่มีประโยชน์และอยู่ในพื้นที่สงบเพื่อลดความเครียด ฟาร์มแกสบี้ส่วนใหญ่จึงนิยมใช้ ตู้อบลมร้อน ช่วยอบหญ้าหรืออาหาร เพื่อลดความชื้นและเก็บได้นานขึ้น
  4. ต้องมีพื้นที่รองรับเพียงพอ
    ควรมีพื้นที่สำหรับแยกเพศ แยกแม่พันธุ์ ลูกแกสบี้ หรือกรณีที่น้องป่วย เพื่อป้องกันปัญหาตามมาในอนาคต
  5. ตลาดแข่งขันค่อนข้างสูง
    ปัจจุบันมีทั้งฟาร์มและผู้เพาะเลี้ยงจำนวนมาก หากอยากทำจริง ควรเน้นคุณภาพ การดูแลที่ดี และสร้างความน่าเชื่อถือ มากกว่ามองแค่เรื่องขายได้อย่างเดียว
  6. ต้องพร้อมรับผิดชอบชีวิตน้อง ๆ
    สิ่งสำคัญที่สุดคือ หนูแกสบี้เป็นสิ่งมีชีวิต ไม่ใช่แค่สินค้า ดังนั้นควรมั่นใจว่าสามารถดูแลน้องได้อย่างเหมาะสมจริง ๆ

จะเห็นได้ว่าหนูแกสบี้เป็นสัตว์เลี้ยงตัวจิ๋วที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ทั้งขี้เล่น เป็นมิตร และชอบเรียกร้องความสนใจแบบน่าเอ็นดู แต่ถึงจะตัวเล็ก ก็ต้องการการดูแลและความใส่ใจไม่ต่างจากสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ เลย หากใครกำลังมองหาเพื่อนตัวจิ๋วไว้ฮีลใจ บอกเลยว่าหนูแกสบี้อาจเป็นหนึ่งในสัตว์เลี้ยงที่ทำให้คุณเผลอตกหลุมรักได้ง่ายกว่าที่คิด 🐹✨

นักเขียนตัวเล็กๆ ที่หลงรักต้นไม้และกลิ่นดินหลังฝนตก ชอบแบ่งปันเรื่องปลูกผัก ดูแลสวน และเคล็ดลับง่ายๆ ให้ทุกคนสนุกกับการทำสวนได้ในแบบของตัวเอง 🌱

แชร์บทความนี้

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เกี่ยวข้อง