
ประโยชน์ “แอปริคอต” ผลสด อบแห้ง กินยังไงให้สุขภาพดี!
แอปริคอต แอปริคอท (Apricot) ทั้งแบบสด อบแห้ง มีประโยชน์อย่างไร มีข้อควรระวังหรือไม่ มีวิธีทาน วิธีเก็บแบบไหน และมีอะไรที่น่าสนใจอีกบ้าง? ตามเราหาคำตอบกันค่ะ!
ประโยชน์และสรรพคุณ “แอปริคอต”
แอปริคอทเป็นผลไม้แคลต่ำ รสชาติเปรี้ยวอมหวาน ทานง่าย มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ดังนี้

- บำรุงสายตา ป้องกันโรคต้อกระจก แอปริคอตเป็นผลไม้ที่มีเบต้าแคโรทีนสูง เป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอที่ดีต่อดวงตา ป้องกันโรคต้อกระจกได้
- บำรุงผิวให้สดใสเปล่งปลั่ง ในแอปริคอตมีวิตามินซี และสารอาหารอื่น ๆ ที่มีส่วนช่วยในการชะลอการเกิดริ้วรอย บำรุงผิวพรรณให้สดใสอ่อนเยาว์ขึ้น
- เสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ร่างกาย ป้องกันหวัด และลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วย
- กระตุ้นการขับถ่าย ดีต่อลำไส้ ในแอปริคอทมีไฟเบอร์หรือใยอาหารที่ดีต่อระบบทางเดินหาหาร ช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์และกำจัดแบคทีเรียไม่ดีที่ตกค้างในลำไส้
- แคลอรี่ต่ำ ช่วยควบคุมน้ำหนัก แอปริคอตมีส่วนช่วยในการลดคอเลสเตอรอลและรักษาน้ำตาลในเลือด และยังส่งผลดีต่อการลดน้ำหนัก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดความอ้วน
- ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด ป้องกันโรคโลหิตจาง ควบคุมความดันโลหิต
- ป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง ในเมล็ดแอปริคอตมีสารอะมิกดาลิน (Amygdalin) ที่ช่วยป้องกันและควบคุมโรคมะเร็ง และป้องกันความเสื่อมทางสมอง
- อาจมีส่วนช่วยในการปกป้องตับ แอปริคอตมีสารฟลาโวนอยด์ คาเทชิน เควอซิทิน เบตาแคโรทีน และวิตามินที่ช่วยต้านอักเสบของเซลล์ ซึ่งอาจช่วยบำรุงตับได้
- แอปริคออตแปรรูปเป็นอาหาร เช่น แอปริคอตอบแห้ง แยม น้ำผลไม้ ฯลฯ
- ส่วนผสมผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เช่น สบู่ มาร์ก เจลขัดผิว ทรีตเมนต์ ฯลฯ หรือนำผลสุกมาบดให้ละเอียด นำมาทาหน้าได้
- อาหารเสริมเมล็ดแอปริคอต ทานเพื่อบำรุงผิว ลดเลือนริ้วรอย และกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวใหม่
ข้อมูลโภชนาการ แอปริคอต
ข้อมูลโภชนาการ สารอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ ของแอปริคอต ปริมาณ 100 กรัม
| สารอาหาร | แอปริคอตสด | แอปริคอตอบแห้ง | ปริมาณ (หน่วย) |
| พลังงาน | 48 | 241 | กิโลแคลอรี |
| คาร์โบไฮเดรต | 11 | 63 | กรัม |
| น้ำตาล | 9 | 53 | กรัม |
| เส้นใย | 2 | 7 | กรัม |
| ไขมัน | 0.4 | 0.5 | กรัม |
| โปรตีน | 1.4 | 3.4 | กรัม |
| วิตามินเอ | 96 | 180 | ไมโครกรัม |
| เบตาแคโรทีน | 1,094 | 2.163 | ไมโครกรัม |
| ลูทีนและซีแซนทีน | 89 | – | ไมโครกรัม |
| วิตามินบี 1 | 0.03 | 0.015 | มิลลิกรัม |
| วิตามินบี 2 | 0.04 | 0.074 | มิลลิกรัม |
| วิตามินบี 3 | 0.6 | 2.589 | มิลลิกรัม |
| วิตามินบี 5 | 0.24 | 0.516 | มิลลิกรัม |
| วิตามินบี 6 | 0.054 | 0.143 | มิลลิกรัม |
| วิตามินบี 9 | 9 | 10 | ไมโครกรัม |
| วิตามินซี | 10 | 1 | มิลลิกรัม |
| วิตามินอี | 0.89 | 4.33 | มิลลิกรัม |
| วิตามินเค | 3.3 | 3.1 | ไมโครกรัม |
| ธาตุแคลเซียม | 13 | 55 | มิลลิกรัม |
| ธาตุเหล็ก | 0.4 | 2.66 | มิลลิกรัม |
| ธาตุแมกนีเซียม | 10 | 32 | มิลลิกรัม |
| ธาตุแมงกานีส | 0.077 | 0.235 | มิลลิกรัม |
| ธาตุฟอสฟอรัส | 23 | 71 | มิลลิกรัม |
| ธาตุโพแทสเซียม | 259 | 1,162 | มิลลิกรัม |
| ธาตุโซเดียม | 1 | 10 | มิลลิกรัม |
| ธาตุสังกะสี | 0.2 | 0.29 | มิลลิกรัม |
แนะนำ เมนูแอปริคอต
เมนูแอปริคอตที่น่าทานและได้รับความนิยมในประเทศไทยมีอะไรบ้าง? ตามไปจดสูตร แล้วไปเข้าครัวพร้อม ๆ กันเลย!!
1. แอปริคอตอบแห้ง (Dried Apricot)

ส่วนผสม
- ผลแอปปริคอตสุก 1 กิโลกรัม
วิธีทำ
1. เลือกแอปริคอตผลสุกถึงสุกมาก ทำความสะอาดให้เรียบร้อย คว้านเมล็ดออก หั่นเนื้อแอปริคอตออกเป็นชิ้น ขนาดเท่ากัน
2. นำไปต้มในน้ำเดือดจัด ประมาณ 30 วินาที แล้วตักออก น็อกน้ำเย็น
3. ปูแผ่นกระดาษรองอบในถาดอบ เรียงชิ้นแอปริคอตลงไป นำเข้าเตาอบ อุณหภูมิต่ำ ประมาณ 50 – 70 องศาเซลเซียส นาน 6 ชม. (พลิกด้านทุก 2 ชั่วโมง) หากจับแล้วมีความนิ่ม ๆ หยุ่น ๆ แล้วถือว่าใช้ได้
2. แยมแอปริคอต (Apricot Jam)

ส่วนผสม
- แอปริคอท 300 กรัม
- น้ำตาล 3 ถ้วย
- น้ำเปล่า 1/4 ถ้วย
- น้ำมะนาวสด 1 ลูก
วิธีทำ
1. ล้างแอปริคอตให้สะอาด คว้านเมล็ดออก แล้วผ่าครึ่ง หั่นเป็นชิ้นเล็ก
2. ตั้งหม้อ ใส่น้ำเปล่า เปิดไฟกลาง ตามด้วยน้ำตาลทราย ใส่เนื้อแอปริคอตลงไป
3. เมื่อทุกอย่างเดือด ให้คนเรื่อย ๆ ประมาณ 15 นาที พอส่วนผสมข้นเหนียว ปิดเตา ใส่น้ำมะนาวลงไป คนให้เข้ากัน
4. ตักใส่ขวดหรือโหลแก้ว ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วค่อยปิดฝา เก็บไว้ทานได้ประมาณ 15 – 30 วัน
3. แอปริคอตสมูทตี้ (Apricot Smoothies)

ส่วนผสม
- แอปริคอตสด หรือ แอปริคอตแช่แข็ง 50 กรัม
- น้ำผึ้ง 500 มิลลิลิตร
- นมพร่องมันเนย 250 กรัม
- โยเกิร์ตพร่องมันเนย 50 กรัม
- น้ำแข็ง 10 ก้อน
วิธีทำ
ปั่นส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน ชิมรสชาติ หากชอบหวาน เติมน้ำตาลเพิ่มได้
แอปริคอต (Apricot)


ชื่อวิทยาศาสตร์: Prunus armeniaca L.
ชื่อสามัญ: Apricot
วงศ์: Rosaceae
ถิ่นกำเนิด: ประเทศจีน
เอพริคอต, แอพริคอต, หรือ แอปริคอต (Apricot) ไม้ยืนต้นขนาดกลาง มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน ปัจจุบันแพร่ขยายการปลูกไปทั่วโลก โดยแหล่งปลูกที่สำคัญอยู่ที่จีน ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ และแอฟริกา
ลักษณะเด่นของ “ผลแอปริคอต” ผลอ่อนจะมีสีเขียว ผลแก่จะมี สีส้มอมแดง สีส้มอมเหลือง รอบผลมีขนอ่อนคล้ายกำมะหยี่ นิยมทานผลสด ๆ หรือนำมาอบแห้ง แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ทั้งทำเป็นอาหารและผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เนื่องจากเป็นผลไม้ที่ช่วยชะลอวัย ป้องกันโรคเรื้อรัง บำรุงสายตา บำรุงผิวพรรณ ระบบย่อยอาหาร และดีต่อหัวใจ
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์แอปริคอต
ราก / ลำต้น
ไม้ยืนต้นขนาดกลาง ทรงพุ่ม แตกกิ่งก้าน ความสูงจะแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ ตั้งแต่ไม่ถึง 3 เมตรไปจนถึง 6 เมตร ส่วนเนื้อไม้จะมีความแข็งและเหนียว เปลือกสีน้ำตาล
ใบ
ใบต้นแอปริคอตจะเป็นใบเดี่ยว สีเขียว มีลักษณะรูปไข่ ยาวรี ขอบใบหยักรอยเลื่อย ก้านใบยาว ใบมีสีเขียวออกเรียงสลับกัน
ดอก
ดอกมีลักษณะรูปแตร กลีบดอกสีขาว เกสรสีเหลืองยาว กลีบเลี้ยงสีแดง ก้านช่อดอกสั้น ออกเป็นดอกเดี่ยว อยู่เป็นกระจุก ตามซอกใบ ซอกกิ่ง
ผล / เมล็ด
ผลทรงกลม ผิวเปลือกมีขนนุ่มทั่วผล มีร่องกลางผลตามยาวชัดเจน มีก้านผลสั้น ผลดิบสีเขียว ผลสุกจะมีสีเหลือง สีส้ม เนื้อแน่นสีเหลือง รสชาติหวานอมเปรี้ยว มีกลิ่นหอม นำมาเป็นผลไม้รับประทาน ประกอบอาหารได้หลายเมนู และทำเป็นเครื่องดื่มต่าง ๆ ได้
สายพันธุ์ของแอปริคอต
แอปริคอตมีหลายสายพันธุ์ทั่วโลก ในต่างประเทศแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ตามการออกผล คือ ต้นฤดูร้อน (Early Apricots) และ กลางฤดูร้อน (Mid-season Apricots)
- Early Apricots เช่น พันธุ์ Melitopol, Harostar, Bryansk in the early, Goldrich
- Mid-season Apricots เช่น พันธุ์ Candy, Ulyanikhinsky, Aquarius, Royal, Big red, Olympus และ Phelps
สายพันธุ์ที่เติบโตได้ดีที่สุดในประเทศไทยจะเป็น “สายพันธุ์อินเดีย” ( India Apricot )

สายพันธุ์อินเดีย เป็นพันธุ์ที่สามารถปลูกและให้ผลได้ในเขตร้อน แม้ว่าจะเป็นเป็นพันธุ์ที่โตช้า แต่โตได้ทุกสภาพดิน ผลเล็ก รสหวานอมเปรี้ยว
วิธีปลูก แอปริคอต ในประเทศไทย
ต้นแอปริคอต ขยายพันธุ์ได้หลายวิธี ทั้ง เมล็ดเพาะ ต้นกล้า ทาบกิ่ง ติดตา และตอนกิ่ง แต่วิธีที่โตง่าย ทนต่อสภาพแวดล้อม คือ การปลูกแบบใช้ต้นพันธุ์


คำถามที่หลายคนสงสัยเกี่ยวกับแอปริคอต
จะเห็นว่านอกจากประโยชน์ของแอปริคอตแล้ว ยังมีข้อควรระวังที่เราต้องใส่ใจด้วย ดังนั้น เราควรทานแต่พอดี เพื่อสุขภาพในระยะยาว สำหรับใครที่อยากปลูกหรืออยากลองทำเมนูแอปริคอต อย่าลืมนำสูตรที่เราแนะนำไปปรับใช้กันน้าาาา ส่วนเพื่อน ๆ คนไหนอยากแสดงความคิดเห็นอะไรเพิ่มเติม สามารถทิ้งคอมเมนต์ไว้ด้านล่างได้เล้ยยย 🥰



