
ตะลิงปลิง ประโยชน์ ข้อควรระวัง พร้อม วิธีปลูกตะลิงปลิง ให้ได้ผลผลิตดี
ตะลิงปลิง มีประโยชน์อย่างไร และข้อควรระวังมีอะไรบ้าง? ผลไม้รสเปรี้ยวอมหวาน ทานอร่อย และอุดมด้วยคุณค่าต่อสุขภาพ แต่มีข้อควรระวังที่ต้องรู้เพื่อรับประทานอย่างปลอดภัย SGE รวบรวมครบทั้ง ประโยชน์ของตะลิงปลิง และ ข้อควรระวังสำคัญ ให้คุณกินได้อย่างมั่นใจ!
ทำความรู้จัก ตะลิงปลิง

ตะลิงปลิง เป็นพืชร่วมวงศ์กับมะเฟือง แต่จะแตกต่างกันอย่างชัดเจนตรงขนาดของผล โดยผลมะเฟืองจะมีขนาดใหญ่กว่าผลตะลิงปลิง ลักษณะเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูงประมาณ 5-15 เมตร เปลือกต้นสีชมพู ผิวเรียบมีขนนุ่มปกคลุมอยู่ตามกิ่ง
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของ ตะลิงปลิง
- ลำต้น: เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูง 5-15 เมตร แตกกิ่งก้านมาก เปลือกสีชมพู มีขนนุ่มปกคลุม
- ใบ: ใบประกอบแบบขนนก (ใบขนนก) ปลายคี่ มีใบย่อย 11-37 ใบ ใบย่อยรูปขอบขนานแกมรูปหอก กว้างประมาณ 1-2.5 ซม. ยาว 2-5 ซม. ปลายแหลม โคนสอบ มีขนนุ่ม
- ดอก: ออกเป็นช่อสั้น ๆ ตามลำต้นและกิ่งแก่ มีกลีบดอก 5 กลีบ สีแดงอมม่วง กลางดอกมีสีนวล เมื่อบานมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1-1.5 ซม.
- ผล: รูปรี ป้อม ยาว 4-10 ซม. กว้าง 2-5 ซม. ผิวเกลี้ยง เป็นพูตื้นๆ 4-5 พู ปลายแหลม โคนมน สีเขียวเมื่ออ่อน เมื่อสุกจะเป็นสีเขียวอมเหลืองหรือเหลือง มีรสเปรี้ยวจัด
- เมล็ด: แบน
ประโยชน์ของ ตะลิงปลิง

1. แก้ไข้ แก้ไอ
จากหนังสือ ประมวลสรรพคุณสมุนไพรไทย ระบุว่า ผลของตะลิงปลิง สามารถรับประทานเพื่อแก้ไข้ แก้ไอ ได้ ทำให้คนนิยมนำผลมาปั่นให้ละเอียด จากนั้น จึงเติมเกลือ และ น้ำเชื่อมลงไป เพื่อทำเป็นน้ำตะลิงปลิงไว้ดื่มกิน
2. รักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน
โรคเลือดออกตามไรฟัน เกิดจากร่างกายได้รับวิตามิน C ไม่เพียงพอ ซึ่งหากรับประทานผล ตะลิงปลิง 100 กรัม จะทำให้ได้รับวิตามิน C สูงถึง 15.5 มิลลิกรัม จึงช่วยรักษาโรคเลือดออกตามไรฟันได้
3. ช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานได้ปกติ
ผลของตะลิงปลิงมีฟอสฟอรัสสูง ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานได้ปกติ ส่งผลให้จังหวะของหัวใจเต้นได้สม่ำเสมอ นอกจากนี้ ยังมีส่วนช่วยในการซ่อมแซมเซลล์และเนื้อเยื่อต่าง ๆ รักษาสมดุลการใช้วิตามินและแร่ธาตุของร่างกาย และ ยังช่วยลดอาการปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกายอีกด้วย
4. ลดระดับน้ำตาลในเลือด
ใบตะลิงปลิง อาจช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ เนื่องจากมีสารเควอซิทินซึ่งเป็นสารประกอบกลุ่มฟีนอลที่ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด โดยงานวิจัยหนึ่งพบว่า เมื่อให้หนูทดลองที่ถูกกระตุ้นให้มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกินใบตะลิงปลิง จะช่วยให้ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดและระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ของหนูทดลองลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่เนื่องจากยังเป็นผลการทดลองในสัตว์เล็ก ยังไม่เคยมีงานวิจัยในคน จึงไม่สามารถสรุปได้ว่า ใบของตะลิงปลิง สามารถกินเพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือดได้จริงหรือไม่
5. ช่วยสมานแผลบนผิวหนังได้ดี
คนโบราณนิยมนำรากและใบของตะลิงปลิงมาพอกบนผิวหนัง เพื่อสมานบาดแผล สอดคล้องกับผลงานวิจัยที่พบว่า สารฟลาโวนอยด์ ซึ่งพบได้ในใบตะลิงปลิง มีฤทธิ์ช่วยสมานแผลให้หายเร็วขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นงานวิจัยขนาดเล็กที่ทดลองกับสัตว์ จึงไม่สามารถสรุปได้ว่า ใบของตะลิงปลิงใช้รักษาแผลได้จริงหรือไม่ จึงควรรอผลการค้นคว้าเพิ่มเติม ก่อนที่นำตะลิงปลิงมาใช้สมานบาดแผล
ข้อควรระวังในการรับประทานตะลิงปลิง

ด้วยผลของ ตะลิงปลิง มีเนื้อฉ่ำน้ำ และ มีรสเปรี้ยว ทำให้คนไทยนิยมนำผลตะลิงปลิงมากินสด ๆ จิ้มกินกับน้ำพริกต่าง ๆ หรือ นำมาต้มดื่ม และ บีบคั้นน้ำไว้ปรุงรสเปรี้ยวในเมนูอาหาร เช่น แกงส้ม ต้มยำ น้ำพริก ฯลฯ แต่ก็มีข้อควรระวังในการรับประทาน เนื่องจากในตะลิงปลิง มีกรดออกซาเลตสูง ซึ่งหากได้รับมาก ๆ จะเข้าไปสะสมที่ไต ทำให้เกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะรวมถึงอาจเกิดการตกตะกอน จนเข้าไปอุดตันในเนื้อไตและท่อไต ทำให้เป็นโรคไตวายได้
เวลาบริโภค จึงควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ควรรับประทานเป็นน้ำปั่น เพราะอาจกินตะลิงปลิงเกินพอดีได้ โดยคนทั่วไปสามารถรับประทานได้ตามปกติ ส่วนผู้ป่วยโรคไต ควรหลีกเลี่ยง เพราะหากร่างกายได้รับกรดออกซาเลตสูง จะเกิดการสะสมและส่งสัญญาณไปกระตุ้นสมอง ทำให้เกิดอาการชักถึงขั้นเสียชีวิตได้
วิธีการปลูกตะลิงปลิง ให้ได้ผลดี

ตะลิงปลิง จะปลูกให้ได้ผลดี ควรปลูกโดยการเพาะเมล็ด เพราะให้ต้นที่แข็งแรง เติบโตได้เร็ว วิธีการคือ ให้เตรียมเมล็ดที่สมบูรณ์ เช็กด้วยการแช่น้ำ หากเมล็ดไหนลอยน้ำก็ถือว่าใช้ไม่ได้ จากนั้น ก็นำลงปลูกในถุงเพาะกล้า ยังไม่ต้องใส่ปุ๋ยอะไร เพียงแค่รดน้ำและวางต้นกล้าในตำแหน่งที่ได้รับแดดช่วงเช้าก็พอ เมื่อต้นกล้าสูงสักประมาณ 16-20 นิ้ว ก็สามารถนำไปปลูกลงดินได้ โดยดินที่ปลูก ควรเป็นดินที่ระบายน้ำได้ดี ถ้าเป็นดินร่วนปนทรายก็จะดีมาก เสร็จแล้ว ขุดหลุมให้กว้างและลึกพอสำหรับต้นกล้า รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกผสมดินร่วน แล้วนำต้นกล้าลงปลูก
โดยการดูแลรักษา ให้คอยรดน้ำทุกวัน เช้า-เย็น ใส่ปุ๋ยคอกปีละ 2 ครั้ง และเพิ่มปุ๋ยชีวภาพเพื่อกันแมลงในช่วงออกผลประมาณเดือนละ 1-2 ครั้ง ที่สำคัญคือ ต้องคอยตัดแต่งกิ่งของต้นตะลิงปลิงสม่ำเสมอ เนื่องจากกิ่งค่อนข้างแผ่ขยายได้กว้างและมีความเปราะ แม้จะไม่โดนลมพายุก็สามารถหักลงมาเองได้ อาจเป็นอันตรายต่อคนในบ้าน และ คนที่เดินผ่านไปผ่านมา จึงควรใช้กรรไกรตัดแต่งกิ่งต้นตะลิงปลิงอยู่ตลอด เพื่อให้ต้นตะลิงปลิงมีขนาดของกิ่งก้านที่เหมาะสม แข็งแรง และ ออกผลให้เรารับประทานได้ตามที่ต้องการ
หากต้องการ กรรไกรตัดแต่งกิ่ง ที่ช่วยให้การตัดกิ่งของต้นตะลิงปลิง หรือ ต้นไม้พันธุ์ต่าง ๆ ทำได้ง่ายขึ้น แนะนำให้ใช้ กรรไกรตัดกิ่งไฟฟ้า ของ SGE เพียงแค่กดปุ่ม ใบมีดก็จะทำงานอัตโนมัติ ช่วยให้ตัดกิ่งน้อยใหญ่ได้ง่าย โดยไม่ต้องออกแรง ตัวเครื่องยังมาพร้อมกับใบมีดทั้งสเตน แข็งแรงทนทาน ช่วยให้รอยตัดคมกริบ หมดปัญหาเสี้ยนตำมือ หรือ บาดเจ็บจากการใช้มีดหรือกรรไกรตัดแบบเดิม ๆ



