มะขามป้อม สรรพคุณ ต้านโรค ประโยชน์และโทษ ควรกินวันละกี่ลูก?

มะขามป้อม สรรพคุณ ต้านโรค ประโยชน์และโทษ ควรกินวันละกี่ลูก?

By Published On: ตุลาคม 8th, 2025

อีกหนึ่งผลไม้ที่หลาย ๆ คนจะต้องรู้จัก “มะขามป้อม (Indian Gooseberry)” ถือเป็นพืชผลไม้ที่สำคัญในด้านการแพทย์อายุรเวทแบบดั้งเดิม และการดูแลสุขภาพหลากหลายแขนง มีวิตามินซีสูง และมีคุณค่าทางสมุนไพร โดยใช้ประโยชน์จากส่วนต่าง ๆ ของมะขามป้อม แต่ที่นิยมใช้ในการทำยามากที่สุด คือ ผลมะขามป้อม นั่นเอง

บทความนี้ SGE จะพาไปรู้จักถึงคุณประโยชน์ต่าง ๆ ของ มะขามป้อม ทานอย่างไรให้ได้ผลดีที่สุด ตามไปดูเลย

มะขามป้อม (Indian Gooseberry)

มะขามป้อม (Indian Gooseberry)
มะขามป้อม (Indian Gooseberry)

ชื่อวิทยาศาสตร์: Phyllanthus emblica Linn.

ชื่อสามัญ: Indian Gooseberry, Malacca tree

กลุ่มพันธุ์ปลูก: Euphorbiaceae

ถิ่นกำเนิด: อินเดีย และประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ถิ่นกำเนิดของมะขามป้อม พบได้ทั่วไปในป่าเขตร้อนของทวีปเอเชียตอนใต้ และตะวันออกเฉียงใต้ แถบภาคกลางและใต้ของอินเดีย ปากีสถาน บังคลาเทศ ศรีลังกา จีน มาเลเซีย เมียนมาร์ ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ส่วนประเทศไทยพบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง จะขึ้นในธรรมชาติในป่าเบญจพรรณแล้ง ป่าเต็งรัง และป่าแดงประเทศ แต่มีมากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การกระจายพันธุ์เกิดจากการที่เมล็ดร่วงลงดิน หรือมีสัตว์ป่ามากินแล้วคายเมล็ดไว้

มะขามป้อมนั้น เป็นสมุนไพรที่ชาวอินเดียใช้มาหลายพันปีแล้ว เพราะเป็นยาอายุวัฒนะ ซึ่งชาวอินเดียเรียกว่า อมาลกะ (Amalaka) แปลว่า พยาบาล และเป็นผลไม้ประจำจังหวัดสระแก้วอีกด้วย

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของมะขามป้อม

  • ต้น: เป็นไม้ยืนต้น ขนาดกลาง สูงประมาณ 7 เมตร เปลือกค่อนข้างเรียบเกลี้ยง

  • ใบ: ใบ เป็นใบเดี่ยว สีเขียว เรียงตัวอยู่ตรงข้ามกัน และอยู่ชิดกัน เรียงอยู่บนกิ่งย่อยขนาดเล็ก รูปขอบขนาน เรียงสลับ กว้าง 0.25 – 0.5 เซนติเมตร ยาว 0.8 – 12 เซนติเมตร เส้นแขนงใบไม่ชัดเจน ก้านใบสั้นมาก

  • ดอก: ดอก มีขนาดเล็ก แยกเพศ มีดอกตัวผู้และดอกตัวเมียอยู่ปะปนกันจำนวนมาก แต่จะอยู่บนกิ่ง หรือต้นเดียวกัน มีกลีบเลี้ยง 6 กลีบ ดอกสีขาว หรือขาวนวล ดอกเพศผู้ มีเกสรตัวผู้ 3 อัน ฐานรองดอกมีต่อม 6 ต่อม ดอกเพศเมีย มีฐานรองดอกเป็นรูปถ้วย ขอบถ้วยหยัก รังไข่มี 3 ช่อง หลอดท่อรังไข่ปลายแยกเป็น 2 แฉก ไม่เท่ากัน

  • ผล และเมล็ด: ผล เป็นทรงกลม เนื้อหนา 1.2-2 เซนติเมตร ผลอ่อนมีสีเขียวอ่อน ผลแก่มีสีเขียวอ่อนค่อนข้างใส มีเส้นริ้ว ๆ ตามยาว มี 6 เส้น เนื้อผลรสฝาดเปรี้ยว ขม และอมหวาน เปลือกหุ้มเมล็ดแข็งมี 6 เส้น เมล็ดมี 6 เมล็ด สีน้ำตาลดำ

ประโยชน์และสรรพคุณของมะขามป้อม

มะขามป้อม มีประโยชน์มากกว่าที่คิด ด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่หลากหลาย จึงมีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายด้าน เช่น

รู้หรือไม่! วิตามินซี ในน้ำคั้นจากผลของมะข้ามป้อมนั้น มีมากกว่าน้ำส้มคั้นประมาณ 20 เท่า ซึ่งมะขามป้อมลูกเล็ก ๆ 1 ผล จะมีปริมาณวิตามินซี เท่ากับส้ม 1-2 ผลเลยทีเดียว

ประโยชน์และสรรพคุณของมะขามป้อม

ประโยชน์ด้านสุขภาพ

  • มีวิตามินซีสูงมากกว่าส้ม และผลไม้อีกหลายชนิด มีสารแทนนิน และโพลิฟีนอล ช่วยป้องกันไม่ให้วิตามินซีสลายตัว และทำให้วิตามินซีคงตัวได้นานขึ้น
  • มะขามป้อมสด จะช่วยลดอาการกระหายน้ำได้ และหากดื่มน้ำเปล่าตามลงไป ยิ่งทำให้ชุ่มคอมากขึ้นด้วย
  • ช่วยบรรเทาอาการหวัด แก้ไอ ลดอาการเจ็บคอ เพราะรสเปรี้ยวของมะขามป้อม ช่วยละลายเสมหะได้เป็นอย่างดี และยังทำให้ชุ่มคอ เสียงใส และป้องกันเสียงแห้งได้อีกด้วย
  • ช่วยลดไข้ เพราะมะขามป้อมเป็นยาเย็น จะช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกายได้
  • ลดอาการเลือดออกตามไรฟัน เพราะ ผลวิจัยชี้ว่า วิตามินซีในมะขามป้อม มีประสิทธิภาพดีกว่าวิตามินซีสกัด ทำให้ร่างกายดูดซึมนำไปใช้ได้ดี และทำให้อาการเลือดออกตามไรฟันดีขึ้นได้
  • แก้อาการท้องผูก ช่วยส่งเสริมระบบการขับถ่าย และยางของมะขามป้อม มีฤทธิ์ในการระบาย จึงมีการนำมาสกัดเป็นยาระบาย แต่หากรับประทานมากเกินไปอาจท้องเสียได้
  • ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล เพราะอุดมไปด้วยสารสำคัญหลายตัว เช่น สารเพกทิน (Pectin) และสารฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ที่มีมีฤทธิ์ช่วยลดไขมันในเลือด
  • ในมะขามป้อมมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ และเป็นส่วนผสมอยู่ในตำรับยา ที่นำมาใช้รักษาโรคข้อเข่าเสื่อม
  • ช่วยบำรุงผิวพรรณได้ดี ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย และช่วยให้ผิวหน้าเปล่งปลั่ง ดูสดใสขึ้น

ประโยชน์จากส่วนต่าง ๆ ของต้นมะขามป้อม

  • เปลือกจากลำต้น ใช้เปลือกที่แห้ง บดให้เป็นผงละเอียด โรยแก้บาดแผลเลือดออก และแผลฟกช้ำ
  • ใบมะขามป้อม นำใบสดมาต้ม ดื่มแก้บวมน้ำ นำมาตำพอก หรือทาบริเวณแผลผื่นคัน มีน้ำหนอง น้ำเหลือง และผิวหนังอักเสบ
  • ผลมะขามป้อม ผลสดกินเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพ และสมุนไพรพื้นบ้าน เป็นยาบำรุงทำให้สดชื่น แก้กระหายน้ำ แก้ไอ แก้หวัด ช่วยระบาย ขับปัสสาวะ แก้เลือดออกตามไรฟันและคอแห้ง
  • ผลแห้ง บดให้เป็นผง ชงดื่มแก้ตกเลือด ท้องเสีย โรคบิด แก้โรคดีซ่าน และโรคโลหิตจาง
  • ราก ใช้ต้มดื่มแก้ร้อนใน แก้โรคเรื้อน แก้ความดันโลหิตสูง และแก้ท้องเสีย

เนื่องจากมะขามป้อม มีรสเปรี้ยว รสฝาด อาจจะรับประทานยากสำหรับบางคน การรับประทานมะขามป้อมนั้น ควรปรุงรสให้อร่อย ด้วยการนำมะขามป้อมมาผ่าเอาเมล็ดออกให้เหลือแต่เนื้อ แล้วนำมาใส่ พริก เกลือ น้ำตาล นำมาตำพอแหลกก็ใช้ได้ แต่ทั้งนี้ควรรับประทานก่อนนอน หรือช่วงตื่นนอนใหม่ ๆ หรือขณะที่ท้องว่าง สำหรับวิธีลดความฝาดของมะขามป้อมนั้น ทำได้โดยการนำไปแช่น้ำเกลือ ด้วยการนำมะขามป้อมมาล้างให้สะอาด และลวกด้วยน้ำร้อน แล้วนำไปแช่ในน้ำเกลือที่เค็มจัด ทิ้งไว้ประมาณ 2 วัน รสฝาดก็จะหายไปนั่นเอง

โดยทั่วไปการทานมะขามป้อมค่อนข้างมีความปลอดภัย หากทานในปริมาณที่พอดี แต่มีข้อควรระวัง ดังนี้

  • หญิงมีครรภ์ และคนที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร ควรหลีกเลี่ยง เพราะยังไม่พบข้อมูลยืนยันความปลอดภัย
  • มะขามป้อมอาจก่อให้เกิดภาวะเลือดออกผิดปกติ หรือรอยช้ำ ได้ในบางคน ควรระวัง หรือปรึกษาแพทย์ก่อนทาน
  • ผู้ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด ควรหยุดทานมะขามป้อมอย่างน้อย 2 อาทิตย์ เพื่อความปลอดภัย
  • ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ควรระวังเป็นพิเศษ หรือปรึกษาแพทย์ก่อนทาน เพราะมะขามป้อม อาจส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง
  • ผู้ป่วยโรคไต ควรหลีกเลี่ยง เพราะตามหลักทฤษฎีพบว่า การทานมะขามป้อมกับสมุนไพรบางชนิด เช่น ขิง บอระเพ็ด กำยาน อาจส่งผลให้การทำงานของตับในผู้ป่วยโรคไตแย่ลง แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าการทานมะขามป้อมเพียงอย่างเดียวจะส่งผลเหมือนกันหรือไม่ และในปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลรายงานถึงปฏิกิริยาของมะขามป้อมกับยา หรือสมุนไพรอื่น ๆ
  • มะขามป้อม จัดเป็นยารสเปรี้ยว ฝาด เย็น สำหรับผู้ที่หนาวเย็นง่าย ไม่ควรทานมะขามป้อม ต่อเนื่องมาก ๆ เกินจำเป็น
  • ผู้ที่มีปัญหาเลือดจาง ใส หรือเหลวกว่าปกติ ควรทานในปริมาณที่เหมาะสม
  • ผู้ที่แน่นท้อง ไฟธาตุน้อย ควรทานในปริมาณที่เหมาะสม
  • สำหรับยาน้ำแก้ไอสูตรผสมผงมะขามป้อม ผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ และผู้ป่วยที่ท้องเสียง่าย ควรหลีกเลี่ยง หรือปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ

ข้อมูลโภชนาการของมะขามป้อม

ข้อมูลโภชนาการ สารอาหารของลูกมะขามป้อมสด เปรียบเทียบกับลูกมะขามป้อมแช่อิ่ม และสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ในส่วนที่กินได้ ปริมาณต่อ 100 กรัม

สารอาหารผลสดแช่อิ่มปริมาณ (หน่วย)
พลังงาน58222แคลอรี (kcal)
น้ำ84.1037.60กรัม
ไขมัน 0.50 0.60 กรัม
คาร์โบไฮเดรต14.3059.80กรัม
เส้นใยอาหาร2.401.00กรัม
โปรตีน 0.70 0.50กรัม
แคลเซียม2939มิลลิกรัม
ฟอสฟอรัส2118มิลลิกรัม
เหล็ก0.51.2มิลลิกรัม
วิตามินเอ100หน่วยสากล (IU)
วิตามินบี 10.030.02มิลลิกรัม
วิตามินบี 20.040.09มิลลิกรัม
ไนอะซิน0.20.1มิลลิกรัม
วิตามินซี2763มิลลิกรัม

แหล่งข้อมูลประกอบ: กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

สายพันธุ์ของมะขามป้อม

มะขามป้อม มีหลากหลายสายพันธุ์ โดยสายพันธุ์ยอดนิยม สามารถแยกได้เป็น 4 สายพันธุ์

สายพันธุ์เขียวมรกต

1.สายพันธุ์เขียวมรกต

ขนาดต้นจะสูงเต็มที่ประมาณ 3-5 เมตรเท่านั้น ผลโตเต็ม ขนาดประมาณเหรียญ 10 บาท เป็นผลกลมแป้น เนื้อผลแก่จัด จะเป็นสีเขียวสดใส มีรสเปรี้ยวปนฝาดเหมือนกับเนื้อผลมะขามป้อมทั่ว ๆ ไป

สายพันธุ์จัมโบ้ทาย

2.สายพันธุ์จัมโบ้ทาย

สายพันธุ์พื้นเมืองประจำถิ่น หรือเป็นสายพันธุ์ที่เกิดขึ้นอยู่ทางภาคใต้

สายพันธุ์มะขามป้อมยักษ์

3.สายพันธุ์มะขามป้อมยักษ์

มีต้นสูงเต็มที่ระหว่าง 3-5 เมตร มีดอก และติดผลตลอดทั้งปี ขนาดของผลจะใหญ่มาก เป็นทรงกลมแป้นเล็กน้อย ผลอ่อนสีเขียวสดใส เมื่อผลแก่จัดสีผลจะเป็นสีเขียวเข้มปนสีเหลืองเล็กน้อย เนื้อฉ่ำน้ำ รสเปรี้ยวปนฝาด มักขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ตอนกิ่ง ทาบกิ่ง และเสียบยอด ปลูกได้ในดินทุกพื้นที่ของประเทศไทย

สายพันธุ์แป้นสยาม

4.สายพันธุ์แป้นสยาม

ลักษณะความสูงของต้นจะเตี้ยลง และผลมีขนาดใหญ่ มีดอก และติดผลดก การขยายพันธุ์ทั่วไป คือ ด้วยเมล็ด ตอนกิ่ง ทาบกิ่ง และเสียบยอดส่วนขนาดของผล จะมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เมื่อผลโตเต็มที่ จะมีขนาดเกือบเท่าลูกปิงปอง

วิธีการปลูกมะขามป้อม

มะขามป้อมนั้น เป็นไม้ผลที่ปลูกดูแลง่าย ทนแล้งได้ดี มีขั้นตอนการปลูก ดังนี้

วิธีการปลูกมะขามป้อม
วิธีการปลูกมะขามป้อม
  • ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมเมล็ด

    ผ่าผลมะขามป้อม เพื่อเอาเมล็ด นำเมล็ดที่ได้ไปตากแห้ง และนำไปแช่น้ำไว้ 48 ชั่วโมง เพื่อช่วยเร่งให้งอก

  • ขั้นตอนที่ 2 การเตรียมดินปลูก

    ผสมดิน แกลบเผา ทราย และปุ๋ยหมัก ในอัตราส่วน 4:2:1:1 และนำไปเทใส่ในถุงดำเพาะปลูก รดน้ำให้ชุ่ม

  • ขั้นตอนที่ 3 การเพาะเมล็ดปลูก

    เมื่อเตรียมดินเรียบร้อยแล้ว นำเมล็ดที่แช่น้ำไว้ มาเพาะลงในถุงดำ กลบดินบาง ๆ รดน้ำให้ชุ่ม นำไปวางใต้ สแลนกันแดด SGE 60%

  • ขั้นตอนที่ 4 การให้ปุ๋ย + รดน้ำ

    • เมื่อเพาะเมล็ดในถุงดำครบ 6 เดือน ให้ย้ายลงหลุมปลูก ระยะห่างระหว่างต้น 5×5 เมตร โดยให้รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยขี้ไก่ และใช้ไม้หลักช่วยพยุงต้น
    • ทุก 1 เดือน ใส่ปุ๋ย สูตร 25-7-7 และใช้สูตร 15-15-15 หว่านรอบ ๆ ทรงพุ่มทุก 7 วัน
    • ในปีแรก ควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ ทุก ๆ 2-3 วันต่อครั้ง เมื่อเข้าปีที่ 2 หลังหมดฤดูฝน ควรงดให้น้ำ เพื่อกระตุ้นให้ต้นมะขามป้อมเกิดการสะสมอาหารที่กิ่ง ตาดอก และปล่อยให้ต้นสลัดใบทิ้ง เพื่อจำศีลในช่วงฤดูแล้ง เมื่อฝนตกจะกระตุ้นให้ต้นแตกใบ ออกดอก และติดลูกดี
  • ขั้นตอนที่ 5 การเก็บเกี่ยว

    สามารถเก็บผลผลิตมะขามป้อมได้ เมื่ออายุ 2-3 ปี และควรตัดแต่งกิ่งอยู่เสมอ เพื่อให้ได้ผลผลิตดี และไม่ให้ทรงพุ่มใหญ่เกินไปด้วย

เป็นอย่างไรกันบ้าง ประโยชน์มากมายเลยจริง ๆ สำหรับมะขามป้อม 😍 ถือเป็นอีกหนึ่งสมุนไพรที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่สมัยโบราณ เป็นไม้ยืนต้นที่ให้ร่มเงาและความชุ่มชื้น เป็นอาหารและยารักษาโรคได้ดี ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดนั่นเอง หวังว่าบทความนี้จะทำให้ผู้อ่านเพลิดเพลินไม่มากก็น้อย

นักเขียนคอนเทนต์เกษตรเชิงวิเคราะห์ ผู้รวบรวมเทคนิคการเพาะปลูกจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้และประสบการณ์จริง เพื่อส่งต่อความรู้ที่ถูกต้อง แม่นยำ และนำไปใช้งานได้ทันที

แชร์บทความนี้

แสดงความคิดเห็น