
ประโยชน์ เสาวรส ผลไม้สรรพคุณเยอะ แก้โรคอะไร กินตอนไหนดีที่สุด?
สำหรับการดูแลสุขภาพแบบไม่ต้องใช้ต้นทุนมากมาย คือ การบริโภคผักผลไม้ที่มีอยู่แล้วในบ้านเรา อย่าง เสาวรส (Passion fruit) ซึ่งประโยชน์ของเสาวรส ที่มีต่อสุขภาพ มีมากมายจริง ๆ ตาม SGE ไปรู้จักกับ เสาวรส หรือ กะทกรก สรรพคุณ และประโยชน์ต่าง ๆ ของผลไม้ชนิดนี้ให้มากขึ้นกัน
เสาวรส (Passion fruit)


ชื่อวิทยาศาสตร์
Passiflora laurifolia Linn.
ชื่อสามัญ
Passion fruit, Passion flower, Yellow granadilia
กลุ่มพันธุ์ปลูก
PASSIFLORACEAE
ถิ่นกำเนิด
ทวีปอเมริกาใต้
เสาวรส หรือ กะทกรก เป็นผลไม้ที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์เด่นชัด รสชาติเปรี้ยวกำลังดี นิยมนำมาทำเป็น เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อน จะได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะให้ความสดชื่น ช่วยดับกระหายคลายร้อนได้ดี อีกทั้งเสาวรส ยังสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู เป็นผลไม้ที่ให้คุณประโยชน์ และมีสรรพคุณทางยาอย่างมากมายเลยทีเดียว
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของเสาวรส
ประโยชน์และสรรพคุณของเสาวรส
กะทกรก หรือเสาวรส มีประโยชน์มากกว่าที่คิด แต่ก็ไม่ควรทานวันละมาก ๆ ปริมาณการทานเสาวรสที่แนะนำ คือ วันละ 1-3 ลูกกำลังดี และทานตอนมื้อไหนก็ได้ แต่ไม่ควรทานตอนท้องว่าง เพราะอาจทำให้ปวดท้อง เสาะท้องได้ ด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่หลากหลาย จึงมีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายด้าน เช่น

ประโยชน์ด้านสุขภาพ
- ช่วยบำรุงสายตา มีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยป้องกันเซลล์ประสาทตาถูกทำลาย และช่วยบำรุงสายตาได้เป็นอย่างดี
- ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย อุดมไปด้วยไฟเบอร์ หรือกากใยอาหาร มีส่วนช่วยในการขจัดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีที่อยู่ในร่างกาย ขจัดสารพิษ เหมาะสำหรับใช้ในการดีท็อกซ์ของเสียออกจากร่างกาย
- ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรง ป้องกันหวัด และป้องกันการกำเริบของโรคภูมิแพ้ได้ เพราะในเสาวรสมีวิตามินซีสูงถึง 30 มิลลิกรัม คิดเป็น 36% ของปริมาณวิตามินซีที่ควรได้รับต่อวัน
- ช่วยบำรุงหัวใจ เสาวรส 100 กรัม มีโพแทสเซียมสูงถึง 348 มิลลิกรัม ซึ่งแร่ธาตุชนิดนี้เป็นสารอาหารที่มีบทบาทสำคัญต่อเซลล์ และของเหลวในร่างกาย ช่วยให้การทำงานของหัวใจ และความดันโลหิตเป็นปกติ
- ช่วยป้องกันกระดูกพรุน ป้องกันโรคเหงือกอักเสบ และช่วยให้ฟันแข็งแรง ในเสาวรส มีแคลเซียม และฟอสฟอรัสสูง วิธีทาน คือ คั้นเอาน้ำจากผลเสาวรสแก่จัด ใส่เกลือ หรือน้ำตาลลงไปตามชอบ สามารถดื่มเรื่อย ๆ ได้ทั้งวัน
- ช่วยให้นอนหลับง่าย ควรดื่มน้ำคั้นสด เติมน้ำตาล หรือเกลือลงไปเล็กน้อย ก็ช่วยให้หลับสบายขึ้นได้
- ช่วยลดน้ำหนัก เพราะมีแคลอรี่ต่ำ ทานแล้วไม่อ้วน และให้สารอาหารที่ดีต่อร่างกาย มีกากใยสูง ทำให้รู้สึกอิ่ม ช่วยลดความอยากอาหารได้
- ช่วยบรรเทาอาการหอบหืด สารสกัดจากเปลือกเสาวรสสีม่วง อุดมไปด้วยสารไบโอฟลาโวนอยด์ (Bioflavonoid) ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายได้ การทานสารสกัดชนิดนี้ วันละ 150 มิลลิกรัม เป็นเวลา 4 สัปดาห์ จะทำให้ผู้ป่วยโรคหอบหืด มีอาการดีขึ้น ความถี่ในการไอลดลง นอกจากนี้ ยังไม่พบผลข้างเคียงใด ๆ
** ผู้ป่วยโรคหอบหืดที่ต้องการทาน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง และไม่ควรหยุดรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งโดยพลการ
ประโยชน์ด้านอื่น ๆ
- เมล็ดเสาวรส สามารถนำไปประกอบอาหารต่าง ๆ รวมทั้งนำไปสกัดน้ำมันพืช ทำเนยเทียม เปลือกนำไปสกัดสารเพกติน (Pectin) เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร หรือนำมาตากแห้งเป็นอาหารสัตว์
- เนื้อเสาวรส นำลูกเสาวรสผลสุกมาทำน้ำผลไม้ หรือผสมกับน้ำผลไม้ชนิดอื่น ๆ เพื่อเพิ่มความอร่อยได้ตามชอบ และเนื้อของเสาวรส สามารถนำไปทำขนมได้หลากหลายชนิด เช่น เค้ก, ไอศกรีม, แยมเสาวรส, เยลลีเสาวรส
- เปลือกเสาวรส สามารถนำเปลือกของเสาวรสสุก นำไปปั่นรวมกับน้ำตาล และน้ำเสาวรส เป็นเครื่องดื่ม Fresco
- ยอดอ่อนเสาวรส สามารถนำไปแกง หรือกินกับน้ำพริกได้
ข้อมูลโภชนาการของเสาวรส
ข้อมูลโภชนาการ ปริมาณต่อ 100 กรัม
| สารอาหาร | ปริมาณ (หน่วย) |
|---|---|
| พลังงาน | 97 กิโลแคลอรี |
| คาร์โบไฮเดรต | 23.38 กรัม |
| น้ำตาล | 11.2 กรัม |
| เส้นใย | 10.4 กรัม |
| ไขมัน | 0.7 กรัม |
| โปรตีน | 2.2 กรัม |
| วิตามินเอ | 64 ไมโครกรัม |
| เบตาแคโรทีน | 734 ไมโครกรัม |
| วิตามินบี 2 | 0.13 มิลลิกรัม |
| วิตามินบี 3 | 1.5 มิลลิกรัม |
| วิตามินบี 6 | 0.1 มิลลิกรัม |
| วิตามินบี 9 | 14 ไมโครกรัม |
| โคลีน | 7.6 มิลลิกรัม |
| วิตามินซี | 30 มิลลิกรัม |
| วิตามินเค | 0.7 ไมโครกรัม |
| ธาตุแคลเซียม | 12 มิลลิกรัม |
| ธาตุเหล็ก | 1.6 มิลลิกรัม |
| ธาตุแมกนีเซียม | 29 มิลลิกรัม |
| ธาตุฟอสฟอรัส | 68 มิลลิกรัม |
| โพแทสเซียม | 348 มิลลิกรัม |
| ธาตุโซเดียม | 28 มิลลิกรัม |
| ธาตุสังกะสี | 0.1 มิลลิกรัม |
สายพันธุ์ของเสาวรส
เสาวรส กะทกรก สามารถแยกได้เป็น 3 สายพันธุ์

1.พันธุ์ผลสีม่วง (Purple Passion fruit)
เมื่อผลสุก จะมีเปลือกสีม่วง น้ำจะมีรสชาติที่ดีกว่าพันธุ์อื่น ๆ มีกรดต่ำ มีขนาดผลที่เล็ก ผลกลม ผิวเป็นมัน และเปลือกจะบางกว่าสีเหลือง เหมาะกับการทานแบบสด ๆ ได้ เพราะจะมีรสชาติหวาน

2.พันธุ์ผลสีเหลือง (Golden Passion fruit)
เปลือกจะมีสีเหลือง มีผลขนาดใหญ่ ผลอ่อนมีสีเขียว ผลสุกมีสีเหลืองทอง ผิวมัน เปลือกหนา น้ำเสาวรสที่คั้น จะมีความเป็นกรดสูง เหมาะที่จะส่งเข้าโรงงาน เพื่อทำการแปรรูปมากกว่าการทานแบบสด ๆ

3.พันธุ์ลูกผสม (Hybrid Passion fruit)
เป็นสายพันธุ์ผสมระหว่างพันธุ์ผลสีม่วง และพันธุ์สีเหลือง โดยมีลักษณะเด่นของทั้ง 2 สายพันธุ์รวมกัน ผลเสาวรส จะมีขนาดใหญ่ เปลือกบาง และให้ผลผลิตสูง จึงเหมาะกับการปลูกเพื่อการทำน้ำเสาวรสโดยเฉพาะ และน้ำเสาวรสที่คั้นออกมา จะมีรสหวานมากกว่ารสเปรี้ยว
วิธีการปลูกเสาวรส
เสาวรสนั้น เป็นพืชที่เติบโตได้ง่าย ดูแลง่ายมาก ๆ อยากปลูกสายพันธุ์ไหน สามารถเลือกปลูกตามชอบได้เลย โดยมีขั้นตอน ดังนี้


เป็นอย่างไรกันบ้างกับบทความข้างต้น จะเห็นได้ว่าเสาวรส กะทกรก ถือเป็นผลไม้อีกหนึ่งชนิด ที่เป็นตัวเลือกที่ดีของคนที่ใส่ใจสุขภาพ หากรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ เพราะเต็มไปด้วยสารอาหาร และคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ แถมยังนำมาดัดแปลงได้ในหลากหลายเมนู เหล่าคนรักสุขภาพทั้งหลายไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง



