วิธีปลูก กะเพรา สมุนไพรไทย พร้อมประโยชน์ดี ๆ ที่ไม่ควรมองข้าม!

วิธีปลูก กะเพรา สมุนไพรไทย พร้อมประโยชน์ดี ๆ ที่ไม่ควรมองข้าม!

By Published On: มกราคม 26th, 2026

เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จัก กะเพรา วัตถุดิบหลักของเมนูยอดฮิตตลอดกาล ที่ไม่ได้มีดีแค่กลิ่นหอมและรสชาติที่เผ็ดร้อนเท่านั้น ในบทความนี้เราจะพาไปดู วิธีปลูกกะเพรา และการดูแลรักษาอย่างไรให้ต้นแข็งแรง ใบดก ไม่เหี่ยวเฉาง่าย ใครที่กำลังมองหาสมุนไพรสารพัดประโยชน์ปลูกไว้ติดบ้าน ห้ามพลาด!

กะเพรา คืออะไร?

กะเพรา คืออะไร?

ชื่อวิทยาศาสตร์: Ocimum tenuiflorum

ชื่อสามัญ: Holy Basil

วงศ์: Labiatae (วงศ์เดียวกับสะระแหน่และโหระพา)

กะเพรา เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่ง มีสรรพคุณทางยา ช่วยรักษาโรคได้หลายชนิด ทั้งตำรับยาไทย และต่างประเทศ โดยตำราสมุนไพรไทยบ้านเรา ได้บรรยายสรรพคุณของกะเพราเอาไว้ว่า รสฉุน ร้อน ช่วยขับลมแก้ซาง แก้ท้องขึ้น จุกเสียดแน่นท้อง ปวดท้อง ช่วยในการย่อยอาหาร และช่วยบำรุงธาตุ เป็นต้น

นอกจากนี้ในต่างประเทศ มีการใช้กะเพราในการรักษาโรคกันอย่างกว้างขวางยิ่งกว่าบ้านเราเสียอีก โดยเฉพาะประเทศอินเดีย ถือว่ากะเพรา เป็นยารักษาโรคได้ทุกโรค และยังจัดเป็นราชินีแห่งสมุนไพร หรือเป็นยาอายุวัฒนะ เลยทีเดียว

ประเภทของกะเพราที่นิยมในไทย

  • กะเพราขาว: ลำต้นสีเขียวอ่อน ใบสีเขียว มีกลิ่นหอมนวลๆ ไม่เผ็ดร้อนมาก หาซื้อง่ายตามท้องตลาดทั่วไป
  • กะเพราแดง: ลำต้นและใบจะมีสีอมม่วงแดง มีกลิ่นหอมแรงและรสชาติเผ็ดร้อนกว่ากะเพราขาว มักนิยมใช้ทำยาทางสมุนไพร หรือใส่ในผัดกะเพราที่ต้องการรสจัดจ้านเป็นพิเศษ

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของ กะเพรา

  • ลำต้น: เป็นไม้พุ่มเตี้ย สูงประมาณ 30–60 เซนติเมตร ลำต้นเป็นเหลี่ยม (Square stem) ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของพืชวงศ์นี้ กิ่งก้านมีขนอ่อนๆ ปกคลุม
  • ใบ: เป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้ามกันเป็นคู่ๆ รูปรีหรือรูปไข่ ขอบใบเป็นหยักแบบฟันเลื่อย แผ่นใบมีขนทั้งสองด้าน
  • ดอก: ออกดอกเป็นช่อที่ปลายยอด (Inflorescence) ดอกมีขนาดเล็ก สีขาวหรือสีชมพูอมม่วง เรียงตัวกันเป็นชั้นๆ รอบแกนกลาง
  • ผลและเมล็ด: ผลมีขนาดเล็กมาก เมื่อแห้งจะเป็นสีน้ำตาล ภายในมีเมล็ดขนาดเล็กจิ๋ว รูปไข่ เมื่อนำไปแช่น้ำจะไม่มีเมือกหุ้ม (ต่างจากแมงลัก)

สรรพคุณของกะเพรา มีอะไรบ้าง

  1. กะเพรามีฤทธิ์ช่วยบรรเทาอาการปวดท้อง แก้อาการมวนท้อง ช่วยขับลม ลดอาการจุกเสียดแน่นท้อง ช่วยลดการบีบตัวของลำไส้ได้ด้วย
  2. ช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่น ป้องกันอาการเจ็บป่วยจากอาการหวัดได้ดี
  3. ช่วยยับยั้งการอักเสบได้เป็นอย่างดี เพราะกะเพรา มีสารระเหยสำคัญที่มีฤทธิ์ต่อต้านการอักเสบได้ ซึ่งให้ผลลัพธ์เทียบเท่ากับยาแอสไพริน ที่ลดอาการอักเสบนั่นเอง
  4. กะเพรา ช่วยต่อต้านการเจริญเติบโตของเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรีย และเชื้อจุลินทรีย์บางชนิดได้
  5. ช่วยลดระดับของไขมัน และปริมาณคอเลสเตอรอลในร่างกาย ทำให้ระดับของน้ำตาลลดลง ช่วยรักษาและป้องกันโรคเบาหวาน แถมยังมีประสิทธิภาพในการช่วยเพิ่มไขมันดีในร่างกายด้วย
  6. ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ลดการเกิดกรด แล้วเพิ่มการหลั่งสารเยื่อเมือกในกระเพาะอาหาร ช่วยสมานแผลและป้องกันไม่ให้เยื่อบุกระเพาะอาหารถูกทำลายได้
  7. กะเพราเป็นยาช่วยบำรุงหัวใจ ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจที่ไม่แข็งแรง สามารถกลับมาทำงานได้ปกติ ลดโอกาสที่จะเกิดโรคเกี่ยวกับหัวใจได้
  8. ช่วยขยายหลอดเลือด สามารถลดความดันเลือดได้ ช่วยยับยั้งการเกาะตัวของเกล็ดเลือด เพิ่มเวลาในการแข็งตัวของเลือด
  9. กะเพรามีประโยชน์ต่อตับ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกำจัดสารพิษของตับได้เป็นอย่างดี ช่วยลดการตกค้างของสารพิษ ที่อาจสะสมอยู่ในร่างกาย
  10. กะเพรามีสารที่เป็นน้ำมันหอมระเหย ชื่อว่า ยูจีนอล แกมมาคาร์โยฟิลีน และเมทิลยูจินอล มีฤทธิ์ช่วยต่อต้านการเกิดเชื้อสิว ที่ปัจจุบันมีการทดลองพัฒนา เพื่อนำสารสกัดไปใช้ช่วยรักษาสิวได้ด้วย

ประโยชน์ทางยาของกะเพรา

ใบและยอด ทั้งสด และแห้ง มีรสเผ็ดร้อนฉุน ใช้แก้จุกเสียด แน่นท้อง โรคกระเพาะ ลดน้ำตาลในเลือด ใบแห้งบดเป็นยานัตถุ์แก้คัดจมูก

ประโยชน์ทางยาของกะเพรา

การใช้รักษาอาการแน่นจุกเสียด

  • สำหรับผู้ใหญ่ และเด็กโต ใช้ใบสด 1 กำมือ หรือใบสด 25 กรัม ต้มกับน้ำให้เดือด แล้วเอาน้ำนั้นดื่ม หากใช้ใบกะเพราแห้ง ควรมีน้ำหนัก 4 กรัม เอามาต้มกับน้ำแล้วดื่มครั้งละ 1 แก้ว จนมีอาการดีขึ้น
  • สำหรับเด็กอ่อน ใช้ใบสด 3 ใบ ผสมเกลือบดให้ละเอียด ผสมกับน้ำผึ้งหยอดใส่ปากเด็กอ่อน 2-3 หยด นาน 2-3 วัน จะช่วยขับลมออกมาได้หมด

การใช้รักษาโรคกระเพาะ

  • กินใบกะเพราสดทุกวัน แก้โรคกระเพาะได้ การทดลองในสัตว์ทดลองได้ผลดี

การใช้ลดน้ำตาลในเลือด

  • กินใบกะเพราสดทุกวัน ลดน้ำตาลในเลือดได้ หรือใช้ในรูปของการต้มก็ได้ ชงเป็นชาก็ได้ ควรกินควบคู่ไปกับยาแผนปัจจุบัน แล้วสังเกตอาการกับดูระดับน้ำตาลในเลือดแต่ละครั้งที่เจาะเลือด จากการทดลองป้อนสารสกัดใบกะเพราด้วยแอลกอฮอล์ 50% พบว่าสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดของสัตว์ทดลองได้มากกว่าร้อยละ 30

“สำหรับราก และต้น มีรสเผ็ดร้อน ต้มน้ำกินเป็นยาขับเหงื่อ ในคนไข้มาลาเรีย แก้พิษตานซาง แก้ไข้สันนิบาต แก้ท้องขึ้น ท้องอืด ท้องเฟ้อ บำรุงธาตุ”

วิธีปลูก กะเพรา ให้โตไว เก็บทานได้ทั้งปี

การปลูกกะเพราสามารถทำได้ทั้งแบบ วิธีเพาะเมล็ด และวิธีปักชำกิ่ง แต่วิธีเพาะเมล็ดจะโตช้ากว่า จึงแนะนำให้ใช้วิธีปักชำกิ่ง ซึ่งสามารถทำได้ ดังนี้

วิธีปลูก กะเพรา ให้โตไว เก็บทานได้ทั้งปี

การเลือกกิ่งพันธุ์ 

  • ให้เลือกกิ่งกลางแก่กลางอ่อน ที่ยังไม่เคยออกดอก ตัดกิ่งยาวประมาณ 4-5 นิ้วมาปักชำในกระถาง โดยปักเอียง 45 องศา รดน้ำให้ชุ่ม เพียงไม่กี่วัน กะเพราก็แตกรากแตกใบ และมีต้นโตเร็วกว่าวิธีเพาะเมล็ดด้วย

ปลูกในกระถาง หรือปลูกลงดิน

  • นำไปปลูกในกระถางต่อ หรือนำไปปลูกลงดินก็ได้ ข้อแตกต่าง คือ ถ้าย้ายมาปลูกลงดิน จะได้กะเพราที่ต้นสูงใหญ่กว่า วิธีปลูกลงดิน ถ้ามีพื้นที่เหลือพอ ก็ปลูกหลายต้นได้เลย โดยปลูกให้ต้นห่างกัน 20-30 เซนติเมตร

การเก็บกะเพรา 

  • มีเทคนิค คือ อย่าใช้วิธีเด็ดใบ แต่ให้ตัดมาทั้งยอดจะดีกว่า เพราะเมื่อตัดยอดมาแล้ว กะเพราจะแตกยอดใหม่ และใบหนากว่าเดิม หรือถ้าหากไม่ได้เก็บยอดกะเพรามาทำอาหารบ่อย ควรหมั่นดูแลตัดยอดทิ้งทุกสัปดาห์ โดยเฉพาะยอดไหนออกดอก ต้องตัดทิ้งให้หมดทันที

การดูแล รดน้ำ 

  • รดน้ำให้พอ ใส่ปุ๋ยบ้าง และคอยตัดยอดตัดดอกทิ้ง อย่าปล่อยให้กะเพราออกดอกเด็ดขาด เพราะจะทำให้ต้นกะเพราโทรมง่าย และหมดอายุเร็ว

การดูแลและการเก็บเกี่ยว กะเพรา

การดูแลกะเพรา ให้ใบดกเก็บกินได้ตลอดทั้งปี สามารถทำได้ดังนี้

การดูแลและการเก็บเกี่ยว กะเพรา

การดูแลรักษา

  • แสงแดด ควรได้รับแสงแดดอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงต่อวัน

  • น้ำ ควรรดน้ำ เช้า-เย็น ให้ดินมีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ แต่อย่าให้แฉะจนน้ำขัง เพราะรากจะเน่าได้ง่าย

  • การให้ปุ๋ย ใส่ ปุ๋ยคอก หรือ ปุ๋ยหมัก เดือนละครั้ง หรือใช้ปุ๋ยยูเรียสูตร 21-0-0 ละลายน้ำรด

  • การตัดแต่ง ตัดยอดที่ใบแก่หรือช่อดอกทิ้งสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นยอดใหม่

  • ศัตรูพืช หากมีศัตรูพืช เช่น หนอนหรือแมลง ให้ใช้น้ำส้มควันไม้ฉีดพ่น แทนการใช้สารเคมี

การเก็บเกี่ยว

  • ระยะเวลา: เริ่มเก็บกินได้เมื่อต้นมีอายุประมาณ 45-50 วัน หรือเมื่อต้นมีความสูงพอประมาณ
  • วิธีการเก็บ: ไม่ควรเด็ดเฉพาะใบ ให้ใช้กรรไกรตัดหรือใช้มือเด็ดลงมา ทั้งกิ่ง โดยนับลงมาจากยอดประมาณ 2-3 ข้อกิ่ง (อาจใช้ กรรไกรตัดกิ่งไฟฟ้า ช่วยเพื่อความสะดวกในการตัด)

  • ช่วงเวลาที่เหมาะสม: ควรเก็บในตอนเช้าตรู่ก่อนแดดแรง เพราะจะทำให้น้ำมันหอมระเหยในใบยังอยู่ครบถ้วนและใบไม่เหี่ยวเร็ว

การปลูกกะเพราไว้ที่บ้าน ไม่ใช่แค่การประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างกิจกรรมยามว่างให้เราใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น ด้วยเทคนิคการดูแลและการเก็บเกี่ยวที่เรานำมาฝากในวันนี้ หวังว่าจะเป็นแนวทางให้ทุกคนสนุกกับการดูแลต้นกะเพราให้ใบดกสวยและแข็งแรง ลองเริ่มลงมือปลูกวันนี้ แล้วคุณจะรู้ว่ากะเพราที่เด็ดสดๆ จากต้นมาลงกระทะนั้น ให้กลิ่นหอมและรสชาติที่แตกต่างจากที่เคยสัมผัสจริงๆ

นักเขียนคอนเทนต์เกษตรเชิงวิเคราะห์ ผู้รวบรวมเทคนิคการเพาะปลูกจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้และประสบการณ์จริง เพื่อส่งต่อความรู้ที่ถูกต้อง แม่นยำ และนำไปใช้งานได้ทันที

แชร์บทความนี้

แสดงความคิดเห็น