
วิธีปลูก กะเพรา สมุนไพรไทย พร้อมประโยชน์ดี ๆ ที่ไม่ควรมองข้าม!
เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จัก กะเพรา วัตถุดิบหลักของเมนูยอดฮิตตลอดกาล ที่ไม่ได้มีดีแค่กลิ่นหอมและรสชาติที่เผ็ดร้อนเท่านั้น ในบทความนี้เราจะพาไปดู วิธีปลูกกะเพรา และการดูแลรักษาอย่างไรให้ต้นแข็งแรง ใบดก ไม่เหี่ยวเฉาง่าย ใครที่กำลังมองหาสมุนไพรสารพัดประโยชน์ปลูกไว้ติดบ้าน ห้ามพลาด!
กะเพรา คืออะไร?

ชื่อวิทยาศาสตร์: Ocimum tenuiflorum
ชื่อสามัญ: Holy Basil
วงศ์: Labiatae (วงศ์เดียวกับสะระแหน่และโหระพา)
กะเพรา เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่ง มีสรรพคุณทางยา ช่วยรักษาโรคได้หลายชนิด ทั้งตำรับยาไทย และต่างประเทศ โดยตำราสมุนไพรไทยบ้านเรา ได้บรรยายสรรพคุณของกะเพราเอาไว้ว่า รสฉุน ร้อน ช่วยขับลมแก้ซาง แก้ท้องขึ้น จุกเสียดแน่นท้อง ปวดท้อง ช่วยในการย่อยอาหาร และช่วยบำรุงธาตุ เป็นต้น
นอกจากนี้ในต่างประเทศ มีการใช้กะเพราในการรักษาโรคกันอย่างกว้างขวางยิ่งกว่าบ้านเราเสียอีก โดยเฉพาะประเทศอินเดีย ถือว่ากะเพรา เป็นยารักษาโรคได้ทุกโรค และยังจัดเป็นราชินีแห่งสมุนไพร หรือเป็นยาอายุวัฒนะ เลยทีเดียว
ประเภทของกะเพราที่นิยมในไทย
- กะเพราขาว: ลำต้นสีเขียวอ่อน ใบสีเขียว มีกลิ่นหอมนวลๆ ไม่เผ็ดร้อนมาก หาซื้อง่ายตามท้องตลาดทั่วไป
- กะเพราแดง: ลำต้นและใบจะมีสีอมม่วงแดง มีกลิ่นหอมแรงและรสชาติเผ็ดร้อนกว่ากะเพราขาว มักนิยมใช้ทำยาทางสมุนไพร หรือใส่ในผัดกะเพราที่ต้องการรสจัดจ้านเป็นพิเศษ
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของ กะเพรา
- ลำต้น: เป็นไม้พุ่มเตี้ย สูงประมาณ 30–60 เซนติเมตร ลำต้นเป็นเหลี่ยม (Square stem) ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของพืชวงศ์นี้ กิ่งก้านมีขนอ่อนๆ ปกคลุม
- ใบ: เป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้ามกันเป็นคู่ๆ รูปรีหรือรูปไข่ ขอบใบเป็นหยักแบบฟันเลื่อย แผ่นใบมีขนทั้งสองด้าน
- ดอก: ออกดอกเป็นช่อที่ปลายยอด (Inflorescence) ดอกมีขนาดเล็ก สีขาวหรือสีชมพูอมม่วง เรียงตัวกันเป็นชั้นๆ รอบแกนกลาง
- ผลและเมล็ด: ผลมีขนาดเล็กมาก เมื่อแห้งจะเป็นสีน้ำตาล ภายในมีเมล็ดขนาดเล็กจิ๋ว รูปไข่ เมื่อนำไปแช่น้ำจะไม่มีเมือกหุ้ม (ต่างจากแมงลัก)
สรรพคุณของกะเพรา มีอะไรบ้าง
- กะเพรามีฤทธิ์ช่วยบรรเทาอาการปวดท้อง แก้อาการมวนท้อง ช่วยขับลม ลดอาการจุกเสียดแน่นท้อง ช่วยลดการบีบตัวของลำไส้ได้ด้วย
- ช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่น ป้องกันอาการเจ็บป่วยจากอาการหวัดได้ดี
- ช่วยยับยั้งการอักเสบได้เป็นอย่างดี เพราะกะเพรา มีสารระเหยสำคัญที่มีฤทธิ์ต่อต้านการอักเสบได้ ซึ่งให้ผลลัพธ์เทียบเท่ากับยาแอสไพริน ที่ลดอาการอักเสบนั่นเอง
- กะเพรา ช่วยต่อต้านการเจริญเติบโตของเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรีย และเชื้อจุลินทรีย์บางชนิดได้
- ช่วยลดระดับของไขมัน และปริมาณคอเลสเตอรอลในร่างกาย ทำให้ระดับของน้ำตาลลดลง ช่วยรักษาและป้องกันโรคเบาหวาน แถมยังมีประสิทธิภาพในการช่วยเพิ่มไขมันดีในร่างกายด้วย
- ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ลดการเกิดกรด แล้วเพิ่มการหลั่งสารเยื่อเมือกในกระเพาะอาหาร ช่วยสมานแผลและป้องกันไม่ให้เยื่อบุกระเพาะอาหารถูกทำลายได้
- กะเพราเป็นยาช่วยบำรุงหัวใจ ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจที่ไม่แข็งแรง สามารถกลับมาทำงานได้ปกติ ลดโอกาสที่จะเกิดโรคเกี่ยวกับหัวใจได้
- ช่วยขยายหลอดเลือด สามารถลดความดันเลือดได้ ช่วยยับยั้งการเกาะตัวของเกล็ดเลือด เพิ่มเวลาในการแข็งตัวของเลือด
- กะเพรามีประโยชน์ต่อตับ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกำจัดสารพิษของตับได้เป็นอย่างดี ช่วยลดการตกค้างของสารพิษ ที่อาจสะสมอยู่ในร่างกาย
- กะเพรามีสารที่เป็นน้ำมันหอมระเหย ชื่อว่า ยูจีนอล แกมมาคาร์โยฟิลีน และเมทิลยูจินอล มีฤทธิ์ช่วยต่อต้านการเกิดเชื้อสิว ที่ปัจจุบันมีการทดลองพัฒนา เพื่อนำสารสกัดไปใช้ช่วยรักษาสิวได้ด้วย
ประโยชน์ทางยาของกะเพรา
ใบและยอด ทั้งสด และแห้ง มีรสเผ็ดร้อนฉุน ใช้แก้จุกเสียด แน่นท้อง โรคกระเพาะ ลดน้ำตาลในเลือด ใบแห้งบดเป็นยานัตถุ์แก้คัดจมูก

การใช้รักษาอาการแน่นจุกเสียด
- สำหรับผู้ใหญ่ และเด็กโต ใช้ใบสด 1 กำมือ หรือใบสด 25 กรัม ต้มกับน้ำให้เดือด แล้วเอาน้ำนั้นดื่ม หากใช้ใบกะเพราแห้ง ควรมีน้ำหนัก 4 กรัม เอามาต้มกับน้ำแล้วดื่มครั้งละ 1 แก้ว จนมีอาการดีขึ้น
- สำหรับเด็กอ่อน ใช้ใบสด 3 ใบ ผสมเกลือบดให้ละเอียด ผสมกับน้ำผึ้งหยอดใส่ปากเด็กอ่อน 2-3 หยด นาน 2-3 วัน จะช่วยขับลมออกมาได้หมด
การใช้รักษาโรคกระเพาะ
- กินใบกะเพราสดทุกวัน แก้โรคกระเพาะได้ การทดลองในสัตว์ทดลองได้ผลดี
การใช้ลดน้ำตาลในเลือด
- กินใบกะเพราสดทุกวัน ลดน้ำตาลในเลือดได้ หรือใช้ในรูปของการต้มก็ได้ ชงเป็นชาก็ได้ ควรกินควบคู่ไปกับยาแผนปัจจุบัน แล้วสังเกตอาการกับดูระดับน้ำตาลในเลือดแต่ละครั้งที่เจาะเลือด จากการทดลองป้อนสารสกัดใบกะเพราด้วยแอลกอฮอล์ 50% พบว่าสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดของสัตว์ทดลองได้มากกว่าร้อยละ 30
“สำหรับราก และต้น มีรสเผ็ดร้อน ต้มน้ำกินเป็นยาขับเหงื่อ ในคนไข้มาลาเรีย แก้พิษตานซาง แก้ไข้สันนิบาต แก้ท้องขึ้น ท้องอืด ท้องเฟ้อ บำรุงธาตุ”
วิธีปลูก กะเพรา ให้โตไว เก็บทานได้ทั้งปี
การปลูกกะเพราสามารถทำได้ทั้งแบบ วิธีเพาะเมล็ด และวิธีปักชำกิ่ง แต่วิธีเพาะเมล็ดจะโตช้ากว่า จึงแนะนำให้ใช้วิธีปักชำกิ่ง ซึ่งสามารถทำได้ ดังนี้

การเลือกกิ่งพันธุ์
- ให้เลือกกิ่งกลางแก่กลางอ่อน ที่ยังไม่เคยออกดอก ตัดกิ่งยาวประมาณ 4-5 นิ้วมาปักชำในกระถาง โดยปักเอียง 45 องศา รดน้ำให้ชุ่ม เพียงไม่กี่วัน กะเพราก็แตกรากแตกใบ และมีต้นโตเร็วกว่าวิธีเพาะเมล็ดด้วย
ปลูกในกระถาง หรือปลูกลงดิน
- นำไปปลูกในกระถางต่อ หรือนำไปปลูกลงดินก็ได้ ข้อแตกต่าง คือ ถ้าย้ายมาปลูกลงดิน จะได้กะเพราที่ต้นสูงใหญ่กว่า วิธีปลูกลงดิน ถ้ามีพื้นที่เหลือพอ ก็ปลูกหลายต้นได้เลย โดยปลูกให้ต้นห่างกัน 20-30 เซนติเมตร
การเก็บกะเพรา
- มีเทคนิค คือ อย่าใช้วิธีเด็ดใบ แต่ให้ตัดมาทั้งยอดจะดีกว่า เพราะเมื่อตัดยอดมาแล้ว กะเพราจะแตกยอดใหม่ และใบหนากว่าเดิม หรือถ้าหากไม่ได้เก็บยอดกะเพรามาทำอาหารบ่อย ควรหมั่นดูแลตัดยอดทิ้งทุกสัปดาห์ โดยเฉพาะยอดไหนออกดอก ต้องตัดทิ้งให้หมดทันที
การดูแล รดน้ำ
- รดน้ำให้พอ ใส่ปุ๋ยบ้าง และคอยตัดยอดตัดดอกทิ้ง อย่าปล่อยให้กะเพราออกดอกเด็ดขาด เพราะจะทำให้ต้นกะเพราโทรมง่าย และหมดอายุเร็ว
การดูแลและการเก็บเกี่ยว กะเพรา
การดูแลกะเพรา ให้ใบดกเก็บกินได้ตลอดทั้งปี สามารถทำได้ดังนี้

การดูแลรักษา
การเก็บเกี่ยว
การปลูกกะเพราไว้ที่บ้าน ไม่ใช่แค่การประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างกิจกรรมยามว่างให้เราใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น ด้วยเทคนิคการดูแลและการเก็บเกี่ยวที่เรานำมาฝากในวันนี้ หวังว่าจะเป็นแนวทางให้ทุกคนสนุกกับการดูแลต้นกะเพราให้ใบดกสวยและแข็งแรง ลองเริ่มลงมือปลูกวันนี้ แล้วคุณจะรู้ว่ากะเพราที่เด็ดสดๆ จากต้นมาลงกระทะนั้น ให้กลิ่นหอมและรสชาติที่แตกต่างจากที่เคยสัมผัสจริงๆ



