
วิธีปลูกอะโวคาโด พร้อมเทคนิคเพิ่มผลผลิต ปลูกง่าย ออกผลไว
อะโวคาโด ผลไม้พื้นเมืองจากประเทศเม็กซิโก ที่อุดมด้วยไขมันดีและสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ใครอยากรู้ วิธีปลูกอะโวคาโด ให้ได้ผลผลิตดีตั้งแต่เพาะเมล็ด วันนี้เรามี วิธีปลูกอะโวคาโด ภายในบ้าน มาฝาก พร้อมเทคนิคเพิ่มผลผลิตอาโวคาโดให้ออกผลเร็วขึ้น ใครอยาก ปลูกอะโวคาโด เพื่อสร้างรายได้อย่างยั่งยืนในอนาคต ตามมาดูกันเลย🥑
ปลูกอะโวคาโดพันธุ์ไหนดี

อะโวคาโด ที่นิยมรับประทานทั่วโลก มีอยู่ 5 สายพันธุ์ด้วยกัน คือ พันธุ์แฮส พันธุ์พิงค์เคอตัน บูท 7 บูท 8 และ พันธุ์บัคคาเนีย โดยอาโวคาโดพันธุ์ที่อร่อยที่สุด คือ พันธุ์แฮส เนื่องจากเมล็ดเล็ก ให้เนื้อเยอะ รสชาติมันอร่อย หากต้องการปลูกอาโวคาโดแล้วละก็ แนะนำให้ ปลูกอะโวคาโด พันธุ์แฮส จะดีที่สุด
ข้อควรรู้ในการ ปลูกอะโวคาโด

อะโวคาโด ปลูกกี่ปี
หากปลูกอาโวคาโด ช่วงระยะเพาะเมล็ด อยู่ที่ 1 – 2 เดือน ทั้งนี้ หากเกินเวลาแล้ว เมล็ดยังไม่มีต้นกล้าออกมา ก็แสดงว่าตายแล้ว ใช้ปลูกต่อไม่ได้ สำหรับระยะเวลาปลูกที่จะให้ผลผลิต อยู่ระหว่าง 3 – 5 ปีขึ้นไป
สภาพดินที่เหมาะกับการ ปลูกอะโวคาโด
ดินที่เหมาะกับการปลูกอาโวคาโด ควรเป็นดินที่มีความร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี แนะนำให้นำ ดินร่วน ผสมกับปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก กาบมะพร้าวสับ หรือ แกลบดำ ในอัตรา 1:1:1 ทั้งตอนเพาะเมล็ด หรือ ย้ายลงปลูกในกระถาง และ หลุมปลูก
ฤดูที่เหมาะกับการปลูกอะโวคาโด
เนื่องจากอาโวคาโดเป็นพืชที่ชอบแดดจัด แต่ไม่ชอบอากาศร้อน การปลูกอาโวคาโดในฤดูหนาว จึงเหมาะสมที่สุด อย่างไรก็ตาม คุณสามารถปลูกอะโวคาโดในฤดูอื่น ๆ ได้ เพียงแต่อาจต้องพรางแสงให้ต้นอาโวคาโด ในช่วงระยะแรก ๆ ก่อน โดยการปลูกใต้ต้นไม้ใหญ่ หรือ หาต้นไม้อื่น ๆ ปลูกใส่กระถาง แล้วช่วยพรางแสงเอาไว้ พอต้นอาโวคาโดแข็งแรงดีแล้ว ก็จะเริ่มทนต่อสภาพอากาศได้ดีมากขึ้น
การให้น้ำ
การให้น้ำอะโวคาโด ไม่ควรรดน้ำจนท่วมราก เพราะจะทำให้รากเน่าตายเสียก่อน ควรรดน้ำแค่พอให้ดินชุ่มก็พอเท่านั้น อย่างน้อยเช้า-เย็น วันละ 2 ครั้ง
การให้ปุ๋ย
ปลูกอะโวคาโด ไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ย ขอเพียงแค่รดน้ำเช้า – เย็น เป็นประจำ ต้นอาโวคาโดก็จะเจริญเติบโตได้ดีแล้ว แต่ถ้าหากอยากเร่งโต ให้ออกผลเร็วขึ้น แนะนำให้ใส่ปุ๋ยเคมี สูตรที่มีตัวเลขด้านหน้าเยอะ ๆ หรือ ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ปกติก็ได้
อะโวคาโด ปลูกในกระถาง หรือ ลงดินดีกว่ากัน
ถึงแม้ อาโวคาโด สามารถปลูกในกระถาง หรือ ลงดินก็ได้ แต่เนื่องจากต้นอะโวคาโด เป็นต้นไม้ที่มีรากหยั่งลึกค่อนข้างยาว และ ต้องการน้ำมาก ทำให้หากปลูกในกระถางแล้ว จะหาน้ำได้จำกัด ทำให้ต้นอาจเติบโตช้า แตกยอดยาก ต่างจากการปลูกลงดิน ที่รากของต้นอาโวคาโด สามารถหาน้ำได้ดีกว่า จากน้ำบาดาล หรือ น้ำใต้ดิน ดังนั้น หากต้องการปลูกอาโวโด ให้ได้ผลผลิตอย่างยั่งยืนแล้วละก็ แนะนำให้ปลูกอาโวคาโดลงดิน จะดีที่สุด
วิธีปลูกอะโวคาโด ด้วยตัวเองที่บ้าน
เมื่อรู้ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับอะโวคาโดกันแล้ว มาดู วิธีปลูกอะโวคาโด ด้วยตัวเองที่บ้านกันค่ะ โดย SGE จะมาสอนตั้งแต่ การเพาะเมล็ด จนถึง วิธีปลูกอะโวคาโด ภายในบ้าน รับรองว่า ใคร ๆ ก็ทำได้ และทำตามได้ไม่ยากแน่นอน
การเพาะเมล็ด
แนะนำให้เลือกเมล็ดอาโวคาโดลูกใหญ่ ๆ ในการเพาะเมล็ด เพราะจะทำให้ได้ต้นกล้าที่แข็งแรง โดยสามารถทำได้ 2 วิธีด้วยกัน คือ การเพาะเมล็ดในวัสดุชำ และ การเพาะเมล็ดในน้ำ
การเพาะเมล็ดในวัสดุชำ

อุปกรณ์และวัสดุ
วิธีทำ
การเพาะเมล็ดในน้ำ

อุปกรณ์และวัสดุ
วิธีทำ
การ ปลูกอะโวคาโด ภายในบ้าน
ต้นอาโวคาโด ปลูกในบ้าน ได้ 2 วิธีด้วยกัน คือ ปลูกอะโวคาโดในกระถาง และ ปลูกอะโวคาโดลงดิน ซึ่งทั้ง 2 วิธี สามารถทำได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้
วิธีปลูกอะโวคาโดในกระถาง

อุปกรณ์และวัสดุ
วิธีทำ
วิธีปลูกอะโวคาโด ลงดิน

อุปกรณ์และวัสดุ
วิธีทำ
เทคนิคเพิ่มผลผลิต อะโวคาโด ให้ออกผลไวขึ้น
ปกติแล้ว การปลูกอะโวคาโด ให้ได้ผลผลิต จะใช้เวลา 3 – 5 เป็นอย่างน้อย แต่ถ้าหากใครต้องการย่นระยะเวลา ให้ต้นอาโวคาโดออกผลเร็วกว่าเดิมแล้วละก็ ให้ใช้เทคนิค นำต้นกล้าเล็ก ๆ มาเสียบกิ่ง กับกิ่งต้นอาโวคาโดใหญ่ ที่ออกผลแล้ว เมื่อกิ่ง 2 กิ่งเชื่อมติดกัน แล้วตัดเอากิ่งใหญ่ไปลงปลูก ก็จะช่วยให้ต้นอาโวคาโดออกลูกได้เร็วขึ้นแล้ว โดยลดเวลาเหลือแค่ 2 – 3 ปีเท่านั้น !!!
เป็นยังไงกันบ้างกับ วิธีปลูกอะโวคาโด ที่ SGE นำมาฝาก ง่ายครบจบทุกขั้นตอน สามารถปลูกตามได้เลย หากใครอยากปลูกพืชที่ให้ทั้งความอร่อย ดีต่อสุขภาพ แถมยังสามารถเก็บผลผลิตเพื่อสร้างรายได้แล้วละก็ ปลูกอะโวคาโด ไว้ที่บ้านเลย รับรองว่า โตไว ให้ผลผลิตดี เก็บกิน เก็บขาย สร้างรายได้อย่างยั่งยืนในอนาคตได้แน่นอน
สำหรับใครที่อยากได้กระถางสำหรับเพาะเมล็ด หรือ ปลูกต้นอะโวคาโด ที่สามารถสังเกตการเจริญเติบโต ของรากและต้นกล้าได้อย่างง่าย ๆ แนะนำ กระถางใส ที่ผลิตจากพลาสติก PP เนื้อพลาสติกใส มองเห็นพัฒนาการของรากได้ชัดเจน ช่วยให้คุณทราบขนาดของรากต้นอาโวคาโด โดยไม่ต้องดึงต้นออกจากกระถางพร้อมย้ายลงกระถาง หรือ ลงดินได้ทันที แถมตัวกระถางด้านล่างยังเจาะรูเอาไว้ ช่วยระบายน้ำและอากาศได้ดี





