
วิธี ปลูกคะน้า ในกระถาง ให้ใบใหญ่ กรอบอร่อย เก็บกินได้ตลอดปี
ปลูกคะน้า อย่างไร ให้ใบใหญ่ กรอบอร่อย แบบง่าย ๆ ที่บ้าน บทความนี้เรามี วิธีปลูกคะน้า ในกระถาง มาฝากทุกคนค่ะ ใครชอบกินคะน้าเป็นชีวิตจิตใจ หรือ อยากปลูกผักคะน้า แบบออร์แกนิค ไว้รับประทานที่บ้านแล้วละก็ ไม่ควรพลาด!!! ไปดูวิธีกันนนน
เรื่องน่ารู้ก่อน ปลูกคะน้า

คะน้า (Chinese Kale) เป็นผักใบเขียวที่คนไทยนิยมรับประทานมากที่สุดชนิดหนึ่ง เพราะกรอบ อร่อย และทำอาหารได้หลากหลายค่ะ
ชื่อวิทยาศาสตร์: Brassica oleracea L. Cv. Alboglabra Group (หรือชื่อพ้อง Brassica alboglabra L.H. Bailey)
ชื่อสามัญ: Chinese Kale, Chinese Broccoli, Kai-lan (ไก่หลัน)
วงศ์: BRASSICACEAE (หรือ CRUCIFERAE) ซึ่งอยู่ในวงศ์เดียวกับผักกาดและกะหล่ำ
ถิ่นกำเนิด: มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียตะวันออก โดยเฉพาะ ประเทศจีน และถูกนำเข้ามาเผยแพร่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงประเทศไทย
ระยะเวลาในการปลูก
คะน้าเป็นผักที่โตไวและสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี แต่จะเติบโตได้ดีที่สุดในช่วงเดือนตุลาคม – เมษายนค่ะ
- คะน้ายอด/คะน้าอ่อน: เก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุประมาณ 30 วัน
- คะน้าโตเต็มที่: เก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุประมาณ 45 – 55 วัน (ไม่ควรปล่อยให้เกิน 60 วัน เพราะเส้นใยจะเริ่มแข็งและรสชาติจะขม)
เนื่องจากคะน้ามี วิตามินเค (Vitamin K) สูงมาก ซึ่งมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ผู้ที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือดควรปรึกษาแพทย์หรือควบคุมปริมาณการทานไม่ให้มากเกินไปนะคะ
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของคะน้า
1. ราก (Root)
- มีระบบ รากแก้ว (Tap Root) ที่แข็งแรงและหยั่งลึกพอสมควร
- มี รากแขนง (Secondary Root) แตกออกทางด้านข้างจำนวนมาก อยู่ในระดับดินตื้น (ประมาณ 20-30 เซนติเมตร) ทำให้คะน้าเป็นพืชที่ต้องการน้ำสม่ำเสมอแต่ไม่ชอบน้ำขยับหรือดินแฉะเกินไป
2. ลำต้น (Stem)
- เป็นพืชล้มลุก (Biennial) แต่ส่วนใหญ่ปลูกเป็นพืชฤดูเดียว
- ลำต้นมีลักษณะ ตั้งตรง กลม และอวบใหญ่ สีเขียวอ่อนถึงเขียวนวล
- ความสูงทั่วไปประมาณ 30-45 เซนติเมตร (หากปล่อยให้ติดดอกอาจสูงได้ถึง 1 เมตร)
- ผิวลำต้นเรียบและมักมี นวล (Bloom) สีขาวปกคลุมทั่วลำต้น
3. ใบ (Leaf)
- ใบออก เรียงสลับ (Alternate) รอบลำต้น
- แผ่นใบหนา มีสีเขียวเข้ม เขียวอ่อน หรือเขียวอมเทานวล ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์
- ลักษณะใบมีหลายรูปแบบ:
- ใบกลม: ปลายใบมน ผิวใบอาจจะเรียบหรือขรุขระ (Rugose)
- ใบแหลม: ปลายใบเรียวแหลม แผ่นใบแคบกว่าใบกลม
- ก้านใบ: มักจะอวบและยาวแข็งแรง เชื่อมต่อกับลำต้นอย่างแน่นหนา
4. ดอก (Flower)
- ออกดอกเป็น ช่อกระจะ (Raceme) ที่บริเวณยอด
- ดอกมีขนาดเล็ก มีกลีบดอก 4 กลีบ เรียงเป็นรูปกากบาท (เอกลักษณ์ของวงศ์ผักกาด)
- สีของดอก: ส่วนใหญ่ที่พบในไทยจะเป็น ดอกสีขาว แต่บางสายพันธุ์อาจมีดอกสีเหลือง
- เป็นดอกสมบูรณ์เพศ มีเกสรเพศผู้ 6 อัน (สั้น 2 ยาว 4) และเกสรเพศเมีย 1 อัน
5. ผลและเมล็ด (Fruit & Seed)
- ผล: มีลักษณะเป็น ฝัก (Silique) ทรงกระบอกยาวๆ คล้ายถั่วเขียวแต่เล็กกว่า เมื่อแก่จะแห้งและแตกออกตามตะเข็บ
- เมล็ด: มีขนาดเล็กมาก ทรงกลม ผิวเรียบ สีน้ำตาลเข้มหรือดำ
ความแตกต่างของ คะน้า กับ คะน้าฮ่องกง
คะน้า ลำต้นใหญ่ ใบใหญ่หนา ก้านใบยาว ส่วน คะน้าฮ่องกง ลำต้นจะค่อนข้างเล็ก ใบเรียวไม่กลม มีสีเขียวเข้ม มีดอกสีขาว หรือ สีเหลือง ขึ้นตรงต้นด้วย
สายพันธุ์คะน้าที่นิยม
ในประเทศไทยนิยมปลูกและรับประทานกันอยู่ 3 สายพันธุ์หลัก ๆ คือ
- พันธุ์ใบกลม: ได้แก่ พันธุ์ฝางเบอร์ 1 ฝางเบอร์ 2 ลักษณะใบกว้างใหญ่ ปล้องสั้น ปลายใบมนและผิวใบเป็นคลื่นเล็กน้อย ทนทานต่อดินฟ้าอากาศได้ดี
- พันธุ์ใบแหลม: ได้แก่ พันธุ์ L.20 ลักษณะใบแคบกว่าพันธุ์ใบกลม ปลายใบแหลม ข้อห่าง ผิวใบเรียบ
- พันธุ์ยอดหรือก้าน: ได้แก่ พันธุ์แม่โจ้ 1 มีลักษณะใบเหมือนกับคะน้าใบแหลม แต่จำนวนใบต่อต้นมีน้อยกว่า ปล้องยาวกว่า
วิธี ปลูกคะน้า ในกระถาง ด้วยตัวเองที่บ้าน


การเพาะเมล็ด
วิธี ปลูกคะน้า ด้วยตัวเองที่บ้าน ให้เริ่มจากการเพาะเมล็ดใน ถาดเพาะกล้า เพราะสามารถถอนต้นกล้า ย้ายลงในกระถางได้ง่ายกว่า การหว่านเมล็ดลงในแปลงเพาะแบบปกติ
วัสดุเพาะเมล็ดคะน้า
วิธีเพาะเมล็ดคะน้า
- 1
ใช้ตะกร้ามีรู หรือ ตะแกรง ร่อนดินปลูกต้นไม้ ให้ได้แต่ดินเม็ดละเอียดออกมา
- 2
นำปุ๋ยคอกผสมกับดินเม็ดละเอียด คลุกเคล้าให้เข้ากัน
- 3
เตรียมถาดเพาะเมล็ด นำกาบมะพร้าวสับมารองก้นถาดหลุมไว้ เพื่อให้ระบายน้ำและอากาศได้ดี จากนั้น เทดินที่ผสมไว้ลงไปในถาด ให้เต็มทุกหลุม
- 4
ใช้ไม้ปลายแหลมเจาะนำร่องดิน ในแต่ละหลุม เสร็จแล้ว หยอดเมล็ดพันธุ์คะน้าลงไป 1 – 3 เมล็ด/หลุม แล้วกลบดินให้มิด
- 5
วางถาดเพาะเมล็ดในที่ร่ม ใช้ขวดฟ็อกกี้ ฉีดพรมดินให้ชุ่ม เช้า – เย็น เป็นเวลา 3 – 4 วัน เมล็ดก็เริ่มงอกออกมาแล้ว
- 6
พออายุได้ 7 – 10 วัน ให้ตัดเอา ต้นกล้า ที่มีลักษณะแคะแกรน ไม่สมบูรณ์ออก เพื่อไม่ให้เกิดการแย่งอาหาร และ ขึ้นเบียดเสียดกัน
- 7
เมื่อคะน้าอายุได้ 20 – 30 วัน และ มีใบแท้ขึ้นมา 1 ใบ ให้เตรียมย้ายสำหรับลงปลูกในกระถางต่อไป
หลังจากต้นกล้าคะน้าเติบโตแข็งแรงดีแล้ว ก็ให้ย้ายลงปลูกในกระถางได้เลย โดยกระถางควรมีรูอยู่ก้นหลุม เพื่อให้ระบายน้ำและอากาศได้ดี รวมถึง มีขนาดเล็กพอเหมาะ สำหรับ ปลูกคะน้า โดยขนาดที่ควรใช้ คือ กระถางต้นไม้ ขนาด 6 นิ้ว แต่ถ้าใครจะใช้ขนาดอื่น ๆ ก็ได้ แล้วแต่ความสะดวก
วัสดุปลูกคะน้า
วิธีปลูกคะน้า
- 1
ผสมดินร่วน ปุ๋ยคอก กาบมะพร้าวสับ คลุกเคล้าให้เข้ากัน
- 2
ตักดินใส่กระถาง จากนั้น ย้ายต้นกล้าคะน้าจากถาดเพาะเมล็ด ไว้ในกระถางละ 1 ต้น
- 3
ตั้งกระถางไว้ในที่ร่ม หรือ ที่พอโดนแสงแดดรำไร แล้วรดน้ำด้วยบัวรดน้ำ เช้า – เย็น ให้ต้นกล้าได้ตั้งตัว
- 4
ผ่านไป 7 วัน ต้นกล้าจะเริ่มมีใบขึ้นมา 4 – 5 ใบ ให้ฉีดพ่นฮอร์โมนไข่ ฮอร์โมนนมสด ตามใบ หรือ รดราดทางดิน ในช่วงเช้า เพื่อเร่งต้น เร่งใบ
การดูแลรักษาและการเก็บเกี่ยวคะน้า

เพื่อให้ ปลูกคะน้า แล้ว ใบใหญ่ สีเขียวสวย ให้รดน้ำเช้า – เย็น เป็นประจำทุกวัน ให้ดินมีความชุ่มชื้น นอกจากนี้ ก็ควรฉีดพ่นน้ำหมักสมุนไพรทางใบเป็นประจำ เพื่อป้องกันหนอนหรือแมลงมากัดกิน สำหรับการให้ปุ๋ยนั้น ให้ใช้ปุ๋ยที่มีธาตุไนโตรเจนสูง อย่าง ปุ๋ยหมัก หรือ น้ำหมักขี้วัว เพื่อบำรุงใบให้สมบูรณ์แข็งแรง โดยให้แบ่งใส่ 2 ครั้ง เมื่ออายุได้ 25 วัน และ 40 – 45 วัน พออายุครบ 50 – 55 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตมารับประทาน หรือ เก็บขายเพื่อสร้างรายได้ได้แล้ว
อุปกรณ์และวัสดุ
- บัวรดน้ำ
- ปุ๋ยหมัก
- น้ำหมักขี้วัว
- น้ำหมักสมุนไพร
วิธีทำ
- รดน้ำทุกวัน เช้า – เย็น ให้ดินชุ่มชื้นสม่ำเสมอ
- พอต้นคะน้าอายุได้ 25 วัน ให้บำรุงต้น ด้วย น้ำหมักขี้วัว รดราดทางดิน หรือถ้าใครไม่มี จะใช้ ปุ๋ยหมัก โดยใช้ช้อนแกงตักโรยรอบโคนต้น แล้วรดน้ำให้ชุ่ม แทนก็ได้
- เพื่อให้ผักคะน้ามีใบเขียวสวย ให้ฉีดพ่น น้ำหมักสมุนไพร ในช่วงเย็น ทุก ๆ วัน เพื่อป้องกันศัตรูพืชมากัดกินใบด้วย
- เมื่ออายุได้ 40 – 45 วัน ให้ใส่ปุ๋ยหมักบำรุงต้นอีก 1 รอบ
- อายุ 50 – 55 วัน ก็สามารถถอนต้นคะน้า เก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว
การปลูกคะน้า ที่เรานำมาฝาก ไม่ยากอย่างที่คิดเลยใช่ไหมคะ หากใครชอบกินคะน้าเป็นชีวิตจิตใจ และอยาก ปลูกคะน้า แบบออร์แกนิค ไว้เก็บกินเอง พร้อมทั้งช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้ด้วยแล้วละก็ ลองไปทำตามดูได้เลย รับรองว่า คะน้า จะใบใหญ่ สีเขียวสวย กรอบอร่อย ได้อย่างแน่นอนค่ะ!!



