วิธีปลูกผักชี ง่าย ๆ ไว้กินเอง แถมสร้างรายได้เสริม

วิธีปลูกผักชี ง่าย ๆ ไว้กินเอง แถมสร้างรายได้เสริม

By Published On: กันยายน 23rd, 2025

ผักชี คือ พืชสมุนไพรและเครื่องเทศที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ นิยมใช้เพิ่มความหอมเฉพาะตัวให้กับอาหารไทย ประโยชน์ของผักชีก็มีอยู่มากมาย โดยผักชีที่เรารู้จักมีอยู่ 3 ชนิดหลัก ๆ ด้วยกันคือ ผักชีลาว ผักชีไทย และผักชีฝรั่ง

ในบทความนี้เราจะเน้นไปที่ ผักชีไทย เนื่องจากเป็นผักชีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด! แต่การปลูกผักชีไทยก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป เพราะหนึ่งในปัญหายอดฮิตที่มักพบ คือ เมล็ดไม่งอก เนื่องจากเปลือกของเมล็ดมีความแข็งและหนา แต่ทั้งนี้ก็สามารถใช้เทคนิคเพื่อให้เมล็ดงอกได้ถึง 100% พร้อมกับ วิธีปลูกผักชี 3 แบบให้เลือกตามความเหมาะสม

สายพันธุ์ผักชีที่นิยมปลูก

พันธุ์ผักชีไทยที่นิยมปลูกในไทยมีทั้งหมด 2 พันธุ์ ได้แก่

  1. พันธุ์พื้นเมือง มีลักษณะต้นเล็ก ใบบาง เมล็ดเล็ก ออกดอกเร็ว มีกลิ่นหอมจัด
  2. พันธุ์แอฟริกา มีลักษณะต้นใหญ่ ใบหนาใหญ่ มีกลิ่นหอมเล็กน้อย อายุยาวนานกว่า

ในบทความนี้จะเลือกพันธุ์พื้นเมืองเพราะหาซื้อง่ายกว่าและพันธุ์นี้มีกลิ่นที่หอมกว่า แต่ถ้าหากใครชอบกลิ่นที่ไม่แรงมาก แนะนำเป็นพันธุ์แอฟริกาได้เลยนะคะ วิธีปลูกเหมือนกันเลยเเต่จะใช้เวลาปลูกนานกว่าค่ะ

สภาพเเวดล้อมที่เหมาะสมในการปลูกผักชี

  • สภาพอากาศที่เหมาะสม : ผักชีจะชอบอากาศเย็น ชอบแดดแต่ไม่จัด ฤดูที่เหมาะสมที่สุดและนิยมปลูกผักชีคือฤดูหนาว แต่ถ้าใครที่จะปลูกในกระถางไว้กินที่บ้านก็สามารถปลูกได้ตลอดปีเลย
  • แสงที่เหมาะสม : ควรโดนเเสงประมาณ 6 ชั่วโมง/วัน แดดต้องไม่เเรง เช่น แดดช่วงเช้า ช่วงบ่ายควรหาอะไรมาพรางเเสง เช่น เเสลน หรือวางในพื้นที่ที่ไม่โดนเเดดทั้งวัน เพราะใบผักชีอาจเหี่ยว หรือโดนเผาจากแดดจัดได้
  • ดินที่เหมาะสม : ดินที่ร่วนซุย ระบายน้ำดี ดินที่ทุกคนควรที่จะหลีกเลี่ยงเลยก็คือ ดินเหนียวเพราะมีโอกาสสูงมากที่รากผักของคุณจะเน่าได้  ดินที่ควรใช้คือ ดินร่วน ดินร่วนปนทราย

วิธีปลูกผักชี

การปลูกผักชี จะว่ายากก็ยาก แต่ถ้าเราได้ลองศึกษาและทำความเข้าใจ จะรู้เลยว่าผักชีนั้นปลูกง่าย เพียงเเค่เราต้องเอาใจใส่และหมั่นดูเเล การปลูกผักชีสามารถขยายพันธุ์ได้แบบเดียวคือ เมล็ด แต่มักพบปัญหาเมล็ดไม่งอก โดยเรามีเทคนิคเพาะเมล็ดอย่างไรให้งอก 100%  และมาพร้อมกับ วิธีปลูกผักชี 3 วิธี เพื่อกินในบ้าน และเพื่อสร้างรายได้ ทุกคนสามารถทำตามได้ง่าย ๆ

เมล็ดพันธุ์ผักชี ที่ดี ควรมีสีน้ำตาลอมเหลือง ไปจนถึงน้ำตาลเข้ม

“ลูกผักชี” หรือเมล็ดผักชี มักนำไปเป็นเครื่องเทศ ปรุงเเต่งกลิ่นเเละรสของอาหาร เนื่องจากมีกลิ่นหอมสมุนไพร ซึ่งเมล็ดผักชีมีลักษณะกลมรี สีเขียวอ่อนจะยังเป็นเมล็ดอ่อนอยู่ กลิ่นจางกว่าเมล็ดแก่ที่มีสีน้ำตาลอมเหลือง และเมล็ดระยะเมล็ดแก่นี้เหมาะกับการนำมาเป็นเมล็ดพันธุ์เพื่อปลูกขยายพันธุ์

วิธีเพาะเมล็ดผักชี

วิธีปลูกผักชี ทั้ง 3 วิธี เราจะเพาะเมล็ดแบบเดียวกันทั้งหมด ซึ่งวิธีการเพาะเมล็ดแบบที่จะทำนี้ ช่วยให้มีอัตราการงอกสูง และเร็ว ซึ่งอัตราการงอกเกือบจะ 100% เลย

อุปกรณ์เพาะเมล็ด

  • เมล็ดผักชี

  • แก้ว สามารถใช้แก้วอะไรก็ได้

  • กล่องพลาสติก หรืออุปกรณ์อื่นที่สามารถใส่และปิดให้สนิทได้

  • ทิชชู่ แนะนำว่าควรเป็นทิชชู่ที่ใช้ในครัวเพราะหนาไม่เปื่อยง่าย

ขั้นตอนการเพาะเมล็ด

  • 1

    นำเมล็ดมาห่อไว้ในผ้าและใช้สากหรือขวดแก้วมาบดเมล็ดผ่านผ้าเบา ๆ เพื่อให้เมล็ดเเตกเป็น 2 ส่วน *ใครไม่มีสากหรือขวดแก้วสามารถใช้อุปกรณ์อะไรก็ได้ที่มีน้ำหนัก

  • 2

    แช่น้ำอุ่นและตั้งไว้ในอุณหภูมิห้อง 6-8 ชั่วโมง *สามารถใช้น้ำอุณหภูมิห้องได้ แต่จะต้องใช้เวลานานกว่าเมล็ดจะอ่อนตัว แนะนำว่าควรเเช่ประมาณ 1 คืน

  • 3

    เราจะคัดเลือกเมล็ดจากวิธีเเช่น้ำนี้เลยนะคะ โดยการนำเมล็ดเเช่น้ำเราจะคัดเลือกแต่เมล็ดที่จม บางคนอาจจะใช้หมดก็ได้นะคะเพียงเเต่เมล็ดที่ลอยจะมีอัตรางอกที่ต่ำกว่าเมล็ดที่จม

  • 4

    นำเมล็ดออกมาวางบนทิชชูที่เปียก และเอาทิชชูทับซ้ำอีกด้านบน เก็บไว้ในกล่องปิดฝาและไว้ในที่มืด ประมาณ 3-5 วันเมล็ดจะงอก แต่แนะนำว่าไม่ควรวางในบริเวณที่มีแสง เพราะเมล็ดอาจถูกยับยั้งการงอกได้

เเนะนำควรนำเมล็ดมาเเช่น้ำก่อน เพราะจะทำให้เมล็ดดูดซับน้ำเเละความชื้นเพียงพอ สำหรับใช้ในการเร่งความงอกของเมล็ด หากไม่แช่อาจจะทำให้งอกช้ากว่า

1. วิธีปลูกผักชีในกระถาง

ปลูกผักชีในกระถาง

วิธีปลูกผักชี ที่ได้รับความนิยมสำหรับปลูกกินเองที่บ้านคือ ปลูกในกระถาง เหมาะกับคนที่ต้องการปลูกน้อย ดูเเลง่าย และสามารถปลูกในร่มได้

อุปกรณ์และวัสดุปลูก

  • เมล็ดพันธุ์ผักชี

  • ดินปลูก อัตราส่วนผสม ได้แก่ ดิน 2: มูลไส้เดือน 1: แกลบดิบ 1: ขุยมะพร้าว 1

  • ฟางหรือเป็นเศษใบไม้แห้งก็ใช้ได้เหมือนกัน

  • กากมะพร้าวสับ ใช้ในการรองก้นกระถางเพื่อช่วยระบายน้ำและเก็บความชื้น

  • กระถาง แนะนำว่าต้องมีเป็นกระถางที่ระบายน้ำได้ดี เช่น กระถางผ้า หรือกระถางที่มีรูระบายน้ำ

ขั้นตอนการปลูก

  • 1

    รองก้นกระถางด้วยกากมะพร้าวสับประมาณ 1 นิ้วครึ่ง

  • 2

    นำดินปลูกที่ผสมแล้วใส่กระถาง โดยเหลือพื้นที่ไว้ประมาณ 1 นิ้ว เพื่อป้องกันเมล็ดไหลออกตอนที่รดน้ำ

  • 3

    นำเมล็ดที่เพาะไว้โรยให้ทั่วกระถาง พยายามให้กระจายอย่ากระจุกกัน

  • 4

    เอาดินโรยกลบทับบาง ๆ แล้วก็เอาฟางหรือเศษใบไม้แห้งคลุมหน้าดินบาง ๆ และรดน้ำให้เบามือจนชุ่ม

  • 5

    วางไว้ในที่ที่โดนแดดเเค่ตอนเช้า หรือที่ที่มีการพรางเเสง

2. วิธีปลูกผักชีในกล่องโฟม

ปลูกผักชีในกล่องโฟม

การปลูกในกล่องโฟมนิยมทำในการปลูกแบบไร้ดิน หรือไฮโดรโปนิกส์ ซึ่งนิยมในกลุ่มคนรักสุขภาพ ที่ชื่นชอบผักปลอดสารพิษ วิธีนี้สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี ลดการเสี่ยงโรคพืช  ต้นทุนไม่สูง

อุปกรณ์และวัสดุปลูก

  • กล้าผักชีที่เพาะเเล้ว

  • ปุ๋ย A และ B สามารถใช้ยี่ห้อไหนก็ได้

  • ถ้วยปลูกพลาสติกขนาด 5-7 เซนติเมตร

  • ฟองน้ำปลูก โดยมีรอยบากเพื่อใส่กล้าที่เพาะลงไปอนุบาล

  • อุปกรณ์วัดค่า EC และ ค่า pH

  • ขนาด 60x40x20 ซม. หรือใกล้เคียง พร้อมฝาปิด

ขั้นตอนการปลูก

  • 1

    เตรียมกล่องโฟม โดยเริ่มที่เจาะรูฝากล่องขนาดรูตามขนาดถ้วยปลูกที่มี วัดระยะห่างของรู 5-7 เซนติเมตร

  • 2

    เติมน้ำเปล่าเกือบเต็ม ให้เหลือพื้นที่ปากกล่อง สูงประมาณ 2-3 เซนติเมตร

  • 3

    ฟองน้ำที่เตรียมไว้ ให้ชุบน้ำจนซึมเข้าไปจนชุ่ม ฉีกฟองน้ำออกมาตามรอยบากที่ทำไว้ แล้วนำไปใส่ในถ้วยปลูก

  • 4

    นำถ้วยไปใส่ในรูที่เจาะไว้บนฝากล่องโฟม แล้วเอากล้าผักชีที่เพาะไว้ ใส่ตามช่องของฟองน้ำเเต่ละชิ้น

  • 5

    วางกล่องโฟมในบริเวณที่โดนเเสงรำไร

  • 6

    รอให้ผักชีสูงประมาณ 5-7 เซนติเมตร หรือมีใบจริงประมาณ 3-4 ใบ จึงเริ่มเติมปุ๋ย และ B ใช้เวลาประมาณ 15 วัน

  • 7

    ผสมปุ๋ย A และ B ในน้ำ ตามอัตราส่วนที่ระบุข้างขวด โดยอายุ 15-30 วัน ให้มีค่า EC ประมาณ 1,600-1,800 µS/cm และ ph 6.0-6.5 ระวังอย่าให้ระดับน้ำต่ำกว่า 2 เซนติเมตร

  • 8

    เมื่ออายุ 30 วันขึ้นไป ควรให้มีค่า EC ประมาณ 2,500-3,000 µS/cm และ ph 6.0-6.5

3. วิธีปลูกผักชีลงแปลง

ปลูกผักชีลงแปลง

วิธีปลูกผักชี ที่มักนำมาใช้ในการที่ลงปลูกจำนวนมากคือ การปลูกลงแปลง ซึ่งเหมาะกับบุคคลหรือเกษตรกรที่ต้องการปลูกเพื่อสร้างรายได้ วิธีนี้เนื่องจากเป็นการปลูกกลางแจ้ง จำเป็นที่ต้องดูเเลใส่ใจ หากอากาศร้อนควรให้น้ำบ่อย ๆ และพื้นที่ต้องเป็นพื้นที่ที่ไม่มีการขังของน้ำ

อุปกรณ์และวัสดุปลูก

  • ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก เพื่อบำรุงดินและต้น

  • ฟางแห้งหรือวัสดุคลุมดิน

  • กล้าผักชีที่เพาะเเล้ว

  • จอบหรือเสียม

  • คราด

ขั้นตอนการปลูก

  • 1

    ขุดดินลึกประมาณ 15-20 เซนติเมตร แล้วตากดินไว้ 5-7 วัน เพื่อลดเชื้อโรคและศัตรูพืช

  • 2

    ผสมดินด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักในอัตรา 2-3 กิโลกรัม/ตารางเมตร

  • 3

    เตรียมร่องปลูกลึก 1-2 เซนติเมตร กว้างระหว่างร่องประมาณ 15-20 เซนติเมตร

  • 4

    หว่านต้นกล้าที่เพาะลงในร่อง (ประมาณ 2-3 ต้น/จุด) โดยให้มีระยะห่าง 10-15 เซนติเมตร ระหว่างจุด

  • 5

    กลบดินบาง ๆ ทับเมล็ด แล้วคลุมบางด้วยฟางแห้ง แล้วรดน้ำให้ชุ่ม

อยากได้ผักชีอวบ ๆ ทำยังไงดี
วิธีที่จะทำให้ต้นผักชีอวบ และใหญ่ทำได้ง่าย ๆ เลยค่ะ ในตอนที่ผักชีโตอายุประมาณ 20 วัน จะเห็นว่าใบออกมาเยอะเเล้ว แนะนำให้บำรุงช่วงนี้ได้เลยเพราะเเข็งเเรงเพียงพอแล้ว โดยตัวที่จะใช้บำรุงเราจะใช้เป็นจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง โดยฉีดทุก ๆ 7-14 วัน จะทำให้ต้นเเข็งเเรง อวบ ใหญ่แน่นอน

วิธีการดูแลผักชี

  • การให้น้ำ : ควรให้น้ำเช้า-เย็น แต่อย่าให้ขังรากอาจจะเน่าได้ แต่ถ้าใครปลูกฤดูฝนแนะนำให้เอากระถางเข้าร่ม หรือเอาไปวางตรงที่หลบฝนได้เพื่อป้องกันไม่ให้ฝนซัดใส่ใบและต้นผักชีจนช้ำ แต่พื้นที่นั้นก็ยังสามารถรับแดดตอนเช้าได้ *และอย่าปล่อยให้ผักชีขาดน้ำอาจทำให้ขมได้นะคะ นอกจากนี้ยังทำให้ออกดอกเร็วอีกด้วย
  • การให้ปุ๋ย : การบำรุงถือว่าสำคัญถ้าจะทำให้ต้นอวบ ถึงเเม้ผักชีไม่ได้ต้องการสารอาหารอะไรเพิ่มเติม แต่ถ้าใครอยากให้ผักชีต้นใหญ่ อวบ แนะนำให้บำรุงด้วยจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง หรือสามารถใช้เป็นอะมิโนน้ำสูตรที่ช่วยเรื่องการเจริญเติบโตของต้นเเละใบ อ่านที่ฉลากข้างขวดได้เลย ข้อควรระวัง!! ห้ามเลือกสูตรที่เปิดตาดอกเพราะจะไปออกฤทธิ์กดยอดได้ ทำให้ผักต้นเล็กไม่โต *หากผักชีเริ่มออกดอกให้เด็ดดอกทิ้งไปเพราะจะทำให้ต้นเล็กได้
  • การกำจัดวัชพืช : ข้อนี้สำคัญมาก ควรที่จะกำจัดวัชพืชที่ขึ้นในกระถางสม่ำเสมอ เพราะวัชพืชที่ขึ้นจะไปแย่งอาหารผักชีและส่งผลให้ต้นเล็ก กอเล็กด้วย
  • ตรวจสอบระดับน้ำ : วิธีการปลูกผักชี ในระบบไฮโดรโปนิกส์ ระวังอย่าให้น้ำในกล่องต่ำกว่า 2 ซม. เติมสารละลายเมื่อจำเป็น
  • เปลี่ยนน้ำ : ในระบบไฮโดรโปนิกส์ ควรเปลี่ยนทุก 7-10 วัน เพื่อลดความเสี่ยงของการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์

สำหรับใครที่เลือกปลูกในฤดูร้อน แนะนำให้รดน้ำเยอะ ๆ ในตอนเช้าเลยนะคะ เพราะระหว่างวันผักชีจะคายน้ำเยอะมาก ถ้าน้ำไม่เพียงพอจะทำให้เหี่ยวได้ค่ะ

การเก็บเกี่ยวผักชี

เก็บเกี่ยวผักชี

ระยะเวลาเก็บเกี่ยว : ผักชีมีอายุเก็บเกี่ยวอยู่ที่ 40-45 วันก็สามารถตัดไปกินได้เเล้ว *แอบกระซิบนะคะว่าผักชีที่ยังไม่ถึงเวลาเก็บก็สามารถเก็บกินได้นะ เพียงเเต่รสชาติและกลิ่นจะอ่อนกว่าต้นที่โตเต็มวัยเเล้วเท่านั้น
วิธีการเก็บเกี่ยวผักชี : ในการเก็บเกี่ยวผักชีบางคนอาจจะถอนไปทั้งราก เพราะรากผักชีสามารถนำไปประกอบอาหาร เพื่อเพิ่มความหอมได้ หรืออีกวิธีหนึ่งก็คือการตัด โดยจะตัดใบที่อยู่รอบนอกเละเหลือใบใหม่ที่งอกมาตรงกลางไว้ ทำแบบนี้เราก็จะมีผักชีไว้กินในครั้งถัดไปได้ค่ะ

ป้องกันศัตรูพืชและโรคพืชในผักชี

แมลงศัตรูพืชที่พบบ่อยในผักชี

  • เพลี้ยอ่อน อาการที่สังเกต คือ ใบหดตัว เหี่ยวเหลือง ต้นเจริญเติบโตช้า
    วิธีป้องกัน: ใช้น้ำส้มควันไม้หรือน้ำหมักสะเดา
  • แมลงหวี่ขาว อาการที่สังเกต คือ ใบเหลือง มีราดำเกาะเนื่องจากสารหวานจากแมลง
    วิธีป้องกัน: ใช้กับดักกาวเหนียวสีเหลือง หรือฉีดพ่นสารชีวภาพ เช่น น้ำมันสะเดา
  • หนอนเจาะใบ อาการที่สังเกต คือ ใบมีรูพรุนหรือขาดแหว่ง
    วิธีป้องกัน:เก็บหนอนออกด้วยมือ หรือฉีดพ่นเชื้อบีที

โรคพืชที่พบบ่อยในผักชี

  • โรคใบจุด ลักษณะอาการคือ ใบมีจุดสีน้ำตาลหรือดำ ใบเหลืองและแห้งร่วง
  • โรครากเน่า ลักษณะอาการคือ รากเน่า ต้นแคระแกรน และเหี่ยวตาย
  • โรคโคนเน่า ลักษณะอาการคือ โคนต้นเปื่อยและเน่า มีราขาวลักษณะคล้ายใยแมงมุม

วิธีป้องกัน

  • ก่อนปลูกควรไถตากดินกับแดดเพื่อฆ่าเชื้อราและไข่หนอน ประมาณ 15 วัน หากปลูกในกระถางแนะนำใช้ดินปลูกใหม่
  • เลือกระยะเวลาปลูก ควรหลีกเลี่ยงการปลูกในฤดูฝน
  • เลือกต้นพันธุ์ที่ปลอดเชื้อ
  • รักษาความสะอาดและความชื้นในภาชนะปลูก
  • ทำลายต้นที่มีเชื้อข้างนอกไกล ๆ พื้นที่ที่ปลูก

เอาล่ะค่ะ อ่านมาถึงตรงนี้คิดว่าทุกคนคงรู้จัก วิธีปลูกผักชี กันแล้ว เห็นไหมล่ะคะไม่ยากเลยใช่ไหม สำหรับใครที่ไม่เคยปลูกผักชีขึ้นเลยลองเอาวิธีนี้ไปใช้ดูนะคะ ถ้างอกหรือไม่งอก ผลลัพธ์เป็นยังไงอย่าลืมมาเล่าในคอมเมนต์ ให้กันฟังด้วยนะคะ

เรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับผักชี

ข้อมูลจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ระบุว่า ปลูกผักชี 1 ไร่ จะได้ผลผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 1,300-1,500 กิโลกรัม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิธีการดูแลของเกษตรกรเเต่ละคน

สามารถรับประทานได้ทั้งแบบสดหรือผ่านความร้อน ตั้งแต่ส่วนยอดถึงราก

หากกินผักชีมากจนเกินไป อาจจะทำให้กลิ่นตัวแรง เพราะกลิ่นผักชีจะฝังตัวแน่น และมีอาการตาลาย ความจำไม่ค่อยดี ลืมง่ายได้

แชร์บทความนี้

แสดงความคิดเห็น