
เคล็ดลับ วิธีปลูกผักบุ้ง ให้โตไว ปลูกได้แม้มีพื้นที่น้อย
ผักบุ้ง เป็นผักที่ได้รับความนิยม และนำมารับประทานกันเป็นอย่างมาก เพราะประโยชน์และสรรพคุณของผักบุ้ง มีหลากหลายมาก ทั้งช่วยในการบำรุงสายตา อุดมไปด้วยวิตามิน และธาตุ ที่สำคัญหลากหลาย ซึ่งผักบุ้งนั้น สามารถแบ่งออกได้หลายสายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์ จะมีลักษณะของลำต้นที่แตกต่างกันออกไป รวมทั้งรสชาติ จะแตกต่างกันอีกด้วย
บทความนี้เราเลยจะพาไปรู้จักกับ วิธีปลูกผักบุ้ง ด้วยตัวเอง แบบง่าย ๆ บอกเลยว่า มีพื้นที่น้อย ก็สามารถ ปลูกผักบุ้ง ได้ ตามไปดูกันเลยค่ะ!
สายพันธุ์ของผักบุ้ง มีอะไรบ้าง?

สายพันธุ์ของผักบุ้ง ได้แก่ ผักบุ้งไทย ผักบุ้งจีน ผักบุ้งนา ผักบุ้งแก้ว และ ผักบุ้งทะเล โดยรายละเอียดของแต่ละสายพันธุ์มีดังนี้ค่ะ
- ผักบุ้งไทย เป็นผักบุ้งที่เกิดเองตามธรรมชาติ แม่น้ำลำคลอง โดยที่เราไม่ต้องเพาะปลูกก็สามารถเกิดขึ้นเองได้ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า สายพันธุ์ธรรมชาติ เป็นผักบุ้งที่ทอดยาว ถ้าหากหักตรงลำต้นของผักบุ้ง จะมียางไหลออกมาเพียงเล็กน้อย แต่มียางมากกว่าผักบุ้งจีน คนจึงไม่นิยมนำไปรับประทานเท่ากับผักบุ้งจีน
- ผักบุ้งจีน เป็นผักบุ้งที่ถูกนำเข้าจากต่างประเทศ แต่เมืองไทยสามารถ ปลูกผักบุ้ง ชนิดนี้เองได้ ส่วนมาก ผักบุ้งจีน นิยมปลูกขายตามท้องตลาด เพราะว่า ลำต้นของผักบุ้งจีนค่อนข้างยาว และขาวกว่าผักบุ้งไทย มีใบอ่อนที่เขียวขจี มีดอกของผักบุ้งเป็นสีขาว เวลาหักลำต้นแล้วมียางออกมาน้อยกว่าผักบุ้งไทย คนจึงนิยมนำผักบุ้งจีนมาทำอาหารมากกว่า
- ผักบุ้งนา มีลำต้นเป็นสีแดง มียอดค่อนข้างเรียว และเล็ก รสชาติจะมีรสฝาดติดลิ้น นิยมนำมารับประทานคู่กับลาบน้ำตกของคนอีสาน และอาหารอีสานอีกหลากหลายประเภท สามารถนำมาทำแกงส้มได้อีกด้วย เป็นผักบุ้งที่นิยมรับประทานมากอีก 1 ชนิด
- ผักบุ้งแก้ว คนนิยมนำยอดมาประกอบอาหาร เป็นส่วนประกอบที่อร่อยที่สุด ลำต้นเรียวยาว พร้อมกับยอดอ่อนที่เขียวขจี
- ผักบุ้งทะเล เป็นผักบุ้งที่มีลำต้นทอดเลื้อยยาว ไปตามพื้นดิน ซึ่งสามารถยาวได้ถึง 5-30 เมตรเลยทีเดียว ลำต้นเป็นสีเขียวปนแดง หรือสีแดงอมม่วง ตามข้อของผักบุ้ง จะมีรากฝอยโผล่ออกมาทุกจุด ซึ่งเป็นผักบุ้งที่คนนิยมนำมารับประทานเป็นยา
วิธีปลูกผักบุ้งจีน
ผักบุ้งจีน เป็นผักที่คนไทยนิยมรับประทานเนื่องจากเป็นผักที่หาซื้อได้ขายตามท้องตลาด และเกษตรกรนิยมปลูกผักบุ้งจีน เนื่องจากเป็นผักที่ปลูกได้ง่าย เจริญเติบโตไว ระยะเวลาการปลูกเพียง 25-30 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว และเป็นผักสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี วิธีการปลูกผักบุ้งจีน มีแบบ 2 คือ แบบหว่าน และ แบบหยอด สามารถทำได้ดังนี้
- แบบหว่าน การปลูกแบบหว่าน จะเป็นการหว่านเมล็ดผักบุ้งจีนลงไปแปลงดินตรง ๆ กลบด้วยดินบาง ๆ แล้วรดน้ำได้เลย แต่มีข้อเสีย คือ ผักบุ้งจีนเป็นผักที่มีความต้องการน้ำมาก เวลารดน้ำ จะทำให้ต้นผักบุ้งจีนแย่งน้ำกัน ทำให้การเจริญเติบโตไม่เท่ากัน
- แบบหยอด การปลูกแบบหยอด จะเป็นการปลูกแบบแนวเส้นตรง แล้วจึงนำเมล็ดพันธุ์ไปหยอดตามแนวเส้นตรง เพื่อไม่ได้เมล็ดชิดกันมากเกินไป เสร็จแล้วกลบดิน แล้วรดน้ำได้เลย พอเมล็ดเจริญเติบโต ก็จะเรียงแนวเป็นระเบียบ

วิธีปลูกผักบุ้ง ง่าย ๆ สามารถปลูกได้แม้ในพื้นที่ขนาดเล็ก ๆ เช่น ในบ้าน หรือบนระเบียง ถ้าอยากมีผักบุ้งสด ๆ ไวทานที่บ้าน ทำได้หลากหลายวิธี ซึ่งในบทความนี้ เรามี 1. ปลูกในกระถางแบบใช้ดิน 2. ปลูกแบบใช้เมล็ด และ 3. ปลูกแบบไม่ใช้เมล็ด จะทำได้ยังไงนั้น ตามเราไปดูกันเลยค่ะ
1. วิธีปลูกผักบุ้ง ในกระถาง

อุปกรณ์และวัสดุปลูก
ขั้นตอนการปลูก
- 1
นำต้นผักบุ้ง ไปแช่ในถัง แล้วเติมน้ำลงไปประมาณ 2 ½-3 นิ้ว ทิ้งไว้ 4-5 วัน เพื่อรอให้รากงอก
- 2
นำปุ๋ยหมัก และปุ๋ยมูลไส้เดือน ผสมกับกากมะพร้า วผสมให้เข้ากัน แล้วตักใส่กระถางจนเกือบเต็ม
- 3
ใช้มือขุดดินตรงกลางกระถางออกให้เป็นหลุม แล้วนำต้นผักบุ้งมาวางพร้อมถมดินกลบหลุมปลูกจนเกือบเต็มกระถาง จากนั้น นำจานมารองก้นกระถางไว้เพื่อกักเก็บน้ำเอาไว้
2. วิธีปลูกผักบุ้ง แบบใช้เมล็ด

อุปกรณ์และวัสดุปลูก
ขั้นตอนการปลูก
- 1
นำตะกร้าแบบมีรู มาวางซ้อนกัน กับกระบะ
- 2
นำกาบมะพร้าวสับใส่ตะกร้า โดยให้มีความสูงประมาณ 3/4 นิ้ว
- 3
ใส่น้ำสะอาด ให้ความสูงของน้ำปริ่มกับกาบมะพร้าว
- 4
โรยเมล็ดผักบุ้ง อย่าให้ติดกันจนเกินไป และนำฝา หรือภาชนะมาปิดด้านบน วางในที่ร่ม ไม่ต้องตากแดด
- 5
รากจะเริ่มโผล่ใน 2 วัน ในระหว่างนี้ ควรสังเกตระดับน้ำ ถ้าลดลงให้เติมให้สูงเท่าเก่า ถ้าต้นเริ่มงอกแล้ว ก็ไม่ต้องปิดฝาแล้ว ใบจะได้ไม่เหลือง และเติมปุ๋ย ประมาณวันที่ 5
- 6
พอครบ 14 วัน เติมน้ำปุ๋ยเพิ่ม และเปลี่ยนกระบะใส่น้ำเป็นขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อให้รากยาว
- 7
พอครบ 3 สัปดาห์ หรือ 21 วัน ต้นจะยาวประมาณ 10-12 นิ้ว แปลว่า ใกล้ตัดได้แล้ว ให้ถ่ายน้ำปุ๋ยออก และใส่น้ำสะอาดไว้ 3-5 วัน เพื่อล้างปุ๋ยตกค้างออก และตัดได้ทันที
3. วิธีปลูกผักบุ้ง แบบไม่ใช้เมล็ด

อุปกรณ์และวัสดุปลูก
ขั้นตอนการปลูก
- 1
ตัดฟองน้ำ ให้เป็นลูกเต๋า ขนาดกว้าง 1 x 1 นิ้ว กรีดตรงกลางฟองน้ำให้เป็นรู นำไปชุบน้ำให้ชุ่ม
- 2
นำต้นผักบุ้งตัดราก เสียบตามรูที่เจาะไว้ แล้วนำฟองน้ำไปวางเรียงในตะกร้า ให้ต้นผักบุ้งโผล่จากรูตะกร้า ประมาณ 3 นิ้ว
- 3
จากนั้น นำตะกร้าไปวางซ้อนกับกระบะใส่น้ำ ระวังอย่าให้ลำต้นส่วนล่างโดนกับก้นกระบะ
- 4
ทิ้งไว้ 5–7 วัน พอรากเริ่มยาวแล้ว ให้เปลี่ยนน้ำใส่ปุ๋ย
- 5
เปลี่ยนกระบะ เป็นกระบะใหญ่ จากนั้น ทิ้งไว้ประมาณ 14 วันผักบุ้ง ก็จะโตเต็มที่ พร้อมตัด
วิธีการดูแลผักบุ้ง
- การให้น้ำ : ควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ วันละ 1-2 ครั้ง (เช้า-เย็น) โดยเฉพาะช่วงที่อากาศร้อน
- การให้ปุ๋ย : หลังปลูกประมาณ 5-7 วัน ให้เริ่มใส่ปุ๋ยที่มีธาตุไนโตรเจนสูง เช่น ปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) เพื่อเร่งการเจริญเติบโตของลำต้นและใบ (หว่านบาง ๆ แล้วรดน้ำตามทันที) อาจใช้ปุ๋ยอินทรีย์หรือน้ำหมักชีวภาพแทน เพื่อความปลอดภัย
- แสงแดด : ผักบุ้งชอบแดดเต็มวัน เพื่อให้เจริญเติบโตได้รวดเร็วและต้นอวบ ควรถูกแสงแดดอย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวัน จะดีที่สุด
- การกำจัดวัชพืช :ควรรีบถอนวัชพืชออกตั้งแต่ผักบุ้งยังเล็ก เพื่อไม่ให้แย่งน้ำและอาหาร
ป้องกันศัตรูพืชและโรคพืชในผักบุ้ง
แมลงศัตรูพืชที่พบบ่อยในผักบุ้ง
- มักพบ เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ เพลี้ยแป้ง ด้วงใบ ใยแดง และ หนอนกัดกินใบ
- การป้องกันและกำจัด : ผักบุ้งเป็นพืชที่เก็บเกี่ยวเร็ว จึงควรเน้นการกำจัดแบบ ชีววิธี หรือ อินทรีย์ เช่น การใช้ น้ำหมักสมุนไพร (เช่น สะเดา ยาสูบ ข่า) หรือ เชื้อราบิวเวอร์เรีย (สำหรับกำจัดหนอนและแมลง) ฉีดพ่นเพื่อความปลอดภัยในการบริโภค
โรคพืชที่พบบ่อยในผักบุ้ง
- โรคราสนิมขาว อาการคือ จะพบ จุดสีเหลืองซีด ด้านบนใบ และมี ตุ่มนูนสีขาวเล็ก ๆ คล้ายผงแป้งอยู่ใต้ใบ หากรุนแรงจะทำให้ใบบิดเบี้ยวและร่วง
- โรคใบจุด อาการคือ เกิดจุดแผลสีน้ำตาลหรือดำบนใบ
วิธีป้องกัน
- ป้องกันก่อนปลูก: คลุกเมล็ดด้วยสารชีวภัณฑ์ (เช่น เชื้อราไตรโคเดอร์มา) หรือสารเมตาแลกซิล (สำหรับเกษตรกร) ก่อนหว่าน
- กำจัด: หากเป็นน้อยให้เด็ดใบที่เป็นโรคทิ้ง หากระบาดให้ใช้สารชีวภัณฑ์ หรืออาจใช้ น้ำปูนใส ฉีดพ่นเพื่อป้องกันและกำจัดเชื้อรา
การเก็บเกี่ยวผักบุ้ง

การเก็บเกี่ยวผักบุ้งมี 2 วิธีหลัก ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการเก็บหมดทั้งต้นในครั้งเดียว (ผักบุ้งจีน) หรือต้องการให้แตกยอดใหม่มาเก็บกินได้หลายครั้ง (ผักบุ้งไทย/ผักบุ้งแก้ว)
1. การเก็บเกี่ยวแบบถอนทั้งราก (นิยมใช้กับผักบุ้งจีน)
ช่วงเวลาเก็บเกี่ยว: อายุประมาณ 20–30 วัน หลังปลูก (หรือเมื่อต้นสูง 30–35 ซม.)
วิธีการ:
- ก่อนถอน ควร รดน้ำให้ดินชุ่ม ก่อนเล็กน้อย เพื่อให้ถอนง่ายและรากไม่ขาดมากเกินไป
- ใช้มือจับโคนต้นแล้วค่อย ๆ ถอนขึ้นมาทั้งต้นพร้อมราก
- สะบัดดินออก ล้างรากให้สะอาด และไม่ควรนำไปตากแดดทันทีหลังเก็บเกี่ยว เพราะจะทำให้ผักเหี่ยวเร็ว
2. การเก็บเกี่ยวแบบตัดยอด (เพื่อให้แตกยอดใหม่)
ช่วงเวลาเก็บเกี่ยว: อายุประมาณ 25–30 วัน หรือเมื่อยอดเริ่มยาว
วิธีการ:
- ใช้มีดหรือกรรไกร ตัดที่ลำต้น (โคนต้น) โดยเหลือตอไว้ประมาณ 1–2 นิ้ว (เหนือข้อสุดท้าย)
- หลังตัดยอด ให้รดน้ำและใส่ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูงเล็กน้อยเพื่อกระตุ้นการแตกยอด
- ผักบุ้งจะแตกยอดใหม่ภายในประมาณ 1–2 สัปดาห์ และสามารถเก็บเกี่ยวซ้ำได้เรื่อย ๆ อีก 1-2 ครั้ง
เคล็ดลับ: ควรเก็บเกี่ยวในตอนเช้า เนื่องจากผักบุ้งจะมีความกรอบและสดมากกว่าเก็บในช่วงที่อากาศร้อนจัด
เป็นอย่างไรกันบ้างกับบทความดี ๆ ที่เรานำมาฝากกัน วิธีปลูกผักบุ้ง ทำได้ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ หากใครที่วางแผนจะปลูกพืชชนิดอื่นร่วมด้วยแล้วอยากจัดพื้นที่เพาะปลูกให้เป็นระเบียบ เราขอแนะนำ กระถางผ้า ปลูกต้นไม้ และ กระบะปลูกผัก ยิ่งเลือกแบบที่คุณภาพดีก็จะใช้ได้นานและไร้ปัญหากวนใจในอนาคตด้วยนะคะ



