
วิธีปลูก มะพร้าวน้ำหอม ให้ลูกดก ผลผลิตดี หวานหอมอร่อย
เราเชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ชอบมะพร้าว ไม่ว่าจะเป็นน้ำมะพร้าวที่เป็นกระแสฮ็อตฮิตในตอนนี้ หรือเนื้อมะพร้าวที่จะเอาไปใส่ขนมไทยหวาน ๆ ก็ดี หรือจะใส่บนเค้กมะพร้าวก็ดี โดยเฉพาะมะพร้าวน้ำหอม ที่มีารสชาติ หวาน หอม อร่อยเป็นพิเศษ แถมประโยชน์ของมะพร้าวก็มีเยอะแยะมากมาย แล้วเราจะ ปลูกมะพร้าวน้ำหอม อย่างไร ให้ลูกดก ผลผลิตดี หวานหอมอร่อย?
บทความนี้เรามี วิธีปลูกมะพร้าวน้ำหอม มาฝากค่ะ ใครเป็นเกษตรกร หรือ ผู้ที่สนใจอยากปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดนี้เพื่อเก็บไปขายสร้างรายได้ หรือ ส่งออกต่างประเทศ แล้วละก็ ไม่ควรพลาด ด้วยประการทั้งปวง! ตามเราไปดูเล้ย!!
มะพร้าวน้ำหอม ที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร?

มะพร้าวน้ำหอม ที่ดี ควรมีรสชาติหวานหอมอร่อย คล้ายกลิ่นหอมของใบเตย ผิวมีความเรียบเนียน ผลโตสม่ำเสมอทั้งทะลาย และ มีน้ำหนักประมาณ 900 กรัมต่อผล หากต้องการทดสอบความหอมของมะพร้าวน้ำหอม สามารถทดสอบได้ 3 ส่วนด้วยกัน คือ
- ปลายรากอ่อนของหน่อมะพร้าว เด็ดปลายรากอ่อนออกมาขยี้แล้วดม ถ้ามีกลิ่นหอม แสดงว่าใช้ได้
- กะลาของผลอ่อน ผ่ากะลามะพร้าว ที่ยังอ่อนอยู่ออกมา แล้วดมกลิ่น ถ้ามีกลิ่นหอม แสดงว่า มะพร้าวลูกอื่น ๆ ก็หอมเช่นกัน
- น้ำและเนื้อมะพร้าว ตัดเอาลูกมะพร้าวลูกหนึ่งออกมา แล้วชิมรสชาติของน้ำและเนื้อมะพร้าว
ปลูก มะพร้าวน้ำหอม อย่างไร ให้หวานหอมอร่อย

การปลูกมะพร้าวน้ำหอม ควรควบคุมการผสมพันธุ์แบบใกล้ชิด ให้เกสรตัวผู้และดอกตัวเมียของต้นมะพร้าวน้ำหอม ผสมพันธุ์กันแบบ 100% ถึงจะทำให้มะพร้าวมีกลิ่นและรสชาติหวานอร่อยตามที่ต้องการ
นอกจากนี้ ควรปลูกมะพร้าวน้ำหอมแต่ละต้น ให้ห่างจากต้นมะพร้าวอื่น ๆ อย่างน้อย 3 เมตร และ ควรปลูกต้นไม้ใหญ่รอบ ๆ สวน เพื่อป้องกันเกสรตัวผู้จากมะพร้าวชนิดอื่นมาผสม เนื่องจากการวิจัยพบว่า หากดอกตัวเมียของมะพร้าวน้ำหอม ได้รับการผสมจากเกสรตัวผู้ของมะพร้าวชนิดอื่น เช่น มะพร้าวใหญ่ หรือ มะพร้าวน้ำหวาน จะส่งผลให้มะพร้าวน้ำหอมไม่มีความหอมนั่นเอง
วิธีปลูกมะพร้าวน้ำหอม ให้ลูกดก ผลผลิตดี
การปลูกมะพร้าวน้ำหอมให้ได้ผลผลิตดีและลูกดกนั้น ต้องอาศัยการเตรียมตัวที่ดี การเลือกพันธุ์ที่เหมาะสม และการดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งมีขั้นตอนและเทคนิคที่สำคัญดังนี้ค่ะ
วิธีปลูกมะพร้าวน้ำหอม

อุปกรณ์ที่จะเเนะนำสามารถหาได้ทั่วไป หากใครที่ไม่มีสามารถดัดแปลงใช้อย่างอื่นตามความเหมาะสมได้เลยค่ะ
อุปกรณ์และวัสดุปลูก
ขั้นตอนการปลูก
- 1
ยกร่องคันดิน ถางหญ้าให้เตียน ถ้าเป็นที่ลุ่มน้ำท่วมขัง ให้ขุดร่องยกคันดินขึ้นสูงเป็นแนวยาว มีร่องน้ำอยู่ข้าง ๆ สำหรับกักเก็บน้ำ
- 2
ถ้าเป็นที่ดอน ให้ขุดต้นไม้ ถางหญ้าให้เตียน โดยความกว้างของคันดิน หรือ แนวปลูกต้นมะพร้าวนั้น ควรกว้างอย่างน้อย 5 – 8 เมตร ถ้าขุดยกร่องเป็นร่องน้ำ ควรมีความกว้าง 1.5 – 2 เมตร ร่องลึก 10 เมตร
- 3
ขุดหลุมปลูก กว้าง ยาว ลึก ประมาณ 1 เมตร โดยแยกดินบนกับดินล่างไว้คนละกอง ตากดินทิ้งไว้ 7 วัน
- 4
จากนั้น นำเปลือกมะพร้าววางไว้ก้นหลุม นำดินล่างผสมปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก คลุกเคล้าให้เข้ากันใส่ตามลงไป จนเกือบเต็ม ทิ้งไว้จนกว่าจะถึงช่วงหน้าฝน
- 5
นำผลมะพร้าวจากต้นพันธุ์ดีมีคุณภาพ มาเพาะหน่อมะพร้าวน้ำหอม โดยปาดเปลือกทางด้านหัวออก ให้มีขนาดเท่าผลส้ม
- 6
จากนั้น ฝังลงไปในดินหรือทรายที่เตรียมไว้ หันด้านที่ปาดขึ้นข้างบน เรียงไปในแนวเดียวกันเสร็จแล้ว หมั่นรดน้ำให้ชุ่มสม่ำเสมอ เป็นเวลา 2 – 3 สัปดาห์ หน่อก็จะเริ่มงอกแล้ว
- 7
รอจนครบ 10 สัปดาห์ เมื่อหน่อมะพร้าวอ่อน ยาว 1 – 3 นิ้วแล้ว ให้ย้ายลงแปลงเพาะชำ หรือ เว้นระยะห่างกันมากขึ้น อย่างน้อย 45 – 50 เซนติเมตร เพื่อให้รากมะพร้าวหาอาหารได้สะดวก
- 8
พอหน่อมะพร้าวอ้วนและแข็งแรงดี มีใบ 4 – 6 ใบแล้ว จึงย้ายลงหลุมปลูกในขั้นตอนถัดไป (หากหน่อมะพร้าวไม่ขึ้นภายใน 10 สัปดาห์ ให้คัดทิ้งได้เลย)
- 9
คัดเลือกหน่อมะพร้าวที่อ้วนและแข็งแรงลงหลุมปลูก หากมีรากที่หักช้ำ ให้ตัดออก แล้วเอาปูนขาวหรือยากันราทาเอาไว้ เวลาวางหน่อมะพร้าวลงในหลุม ให้วางในแนวตั้งตรง แล้วเอาดินบนที่กองแยกไว้ กลบให้มิด แต่ห้ามให้ดินทับโคนหน่อ เพราะจะทำให้หน่อมะพร้าวถูกรัดและโตช้า
- 10
เสร็จแล้ว หาไม้หลักมาผูกยึดเอาไว้ ป้องกันการโอนเอียงหรือโค่นล้ม
- 11
เนื่องจากหน่อมะพร้าวน้ำหอม ยังไม่แข็งแรงดี หลังจากย้ายลงหลุมปลูก ควรผูก สแลนกันแดด SGE เพื่อพรางแสง ไม่ให้ต้นมะพร้าวน้ำหอมได้รับแสงแดดจัดจนเกินไป เมื่อหน่อมะพร้าวเริ่มโตขึ้นและแข็งแรงดีแล้ว จึงค่อยเอาสแลนกันแดดออก
วิธีการดูแลต้นมะพร้าวให้ลูกดก

- การให้น้ำ: เป็นสิ่งสำคัญมาก ในช่วงปีแรกควรให้น้ำอย่างน้อย สัปดาห์ละ 1 ครั้ง เมื่อโตขึ้นอาจเป็นทุก 2 สัปดาห์
- การให้ปุ๋ย: การใส่ปุ๋ยอย่างสม่ำเสมอและถูกสูตรจะช่วยให้ลูกดก:
- ปุ๋ยอินทรีย์ (ปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมัก): ใส่ร่วมกับปุ๋ยเคมีอย่างน้อย ปีละ 1-2 ครั้ง โดยเพิ่มปริมาณตามอายุต้น (เช่น มะพร้าวอายุ 4 ปีขึ้นไป ใส่ 30-50 กิโลกรัม/ต้น/ปี)
- ปุ๋ยเคมี: ควรแบ่งใส่ปีละ 2 ครั้ง (ต้นฤดูฝนและปลายฤดูฝน/ต้นฤดูหนาว) หว่านรอบทรงพุ่มแล้วพรวนดินกลบ
- มะพร้าวเล็ก (1-2 ปี): เน้นบำรุงต้นด้วยสูตรที่มีไนโตรเจนสูง เช่น 16-16-16 หรือ 15-15-15 อัตรา 1-1.2 กิโลกรัม/ต้น/ปี
- มะพร้าวให้ผลผลิต (3 ปีขึ้นไป): เน้นสูตรที่มีโพแทสเซียมสูงเพื่อบำรุงผลผลิต เช่น 13-13-21, 14-14-23 หรือ 8-24-24 อัตรา 3 กิโลกรัม/ต้น/ปี
- การเพิ่มธาตุอาหารเสริม: อาจมีการเสริมธาตุอาหารรอง เช่น แมกนีเซียมซัลเฟต หรือ โบแรกซ์
ป้องกันศัตรูพืชและโรคพืชในมะพร้าว
การดูแลและกำจัดศัตรูพืชมะพร้าวน้ำหอมต้องใช้วิธีการแบบผสมผสาน (Integrated Pest Management: IPM) เพื่อให้ได้ผลดีและยั่งยืน ศัตรูพืชสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังคือ ด้วงแรดมะพร้าว ด้วงงวงมะพร้าว และหนอนหัวดำมะพร้าว
ด้วงแรดมะพร้าว (ตัวเจาะยอด)
- วิธีป้องกัน: กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ (เผา/ฝังซากมะพร้าว, เกลี่ยกองปุ๋ยคอก)
- วิธีแก้ไข:
- ใช้ กับดักฟีโรโมน ล่อจับตัวเต็มวัย.
- ใช้ เชื้อราเขียว (เมตาไรเซียม) ใส่ในกองล่อ.
- ใส่ ลูกเหม็น ที่คอมะพร้าว (6-8 ลูก/ต้น).
- ราดสารเคมี (เช่น ไดอะซินอน) ที่คอมะพร้าว (กรณีระบาด).
ด้วงงวงมะพร้าว (ตัวทำลายในลำต้น)
- วิธีป้องกัน: ควบคุมด้วงแรด ไม่ให้เจาะต้น เพราะรอยแผลคือทางเข้าของด้วงงวง.
- วิธีแก้ไข: หากพบอาการยอดเหี่ยว ให้ใช้เหล็กแหลมแทงกำจัดตัวด้วงในรอยแผล.
หนอนหัวดำมะพร้าว (ตัวกินใบ)
- วิธีป้องกันและแก้ไข:
- ตัดใบที่ถูกทำลาย (ใบแห้ง) ไปเผาทำลายทันที.
- ปล่อย แตนเบียน (โกนีโอซัส) เข้าควบคุม.
- พ่น เชื้อแบคทีเรีย BT (บาซิลลัส ทูริงเจียนซีส).
การดูแลโดยรวม
- บำรุงต้น ให้ปุ๋ยและน้ำสม่ำเสมอ เพื่อให้ต้นแข็งแรงต้านทานศัตรูได้ดี.
- ดูแลสุขลักษณะสวน รักษาความสะอาด กำจัดวัชพืชรอบโคนต้น.
เก็บเกี่ยวผลผลิตมะพร้าวน้ำหอม

- ช่วงอายุเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม
นับจากดอกบาน (จั่น) มะพร้าวน้ำหอมจะเก็บเกี่ยวได้เมื่อมีอายุประมาณ 190-200 วัน หลังดอกบาน (หรือประมาณ 7 เดือน) ในระยะนี้ น้ำมะพร้าวจะมีความหอมหวานที่สุด และเนื้อจะอ่อนนุ่มเป็นวุ้น (เนื้อ 1-2 ชั้น) - วิธีสังเกตความพร้อมในการเก็บเกี่ยว (ดัชนีเก็บเกี่ยว)
ชาวสวนมักใช้หลักการสังเกตจากลักษณะภายนอก 2-3 จุด เพื่อยืนยันว่าถึงเวลาเก็บเกี่ยวแล้ว - จุดสังเกต ลักษณะที่แสดงว่าพร้อมเก็บเกี่ยว
1. วงสีขาวรอบขั้วผล บริเวณรอยต่อระหว่างขั้วผล (กลีบเลี้ยง) กับตัวผล จะมีวงสีขาวล้อมรอบ วงสีขาวจะเริ่มจางหรือเหลือเพียงเล็กน้อย แสดงว่าสุกแก่ได้ที่
2. หางหนู (ระแง้) คือส่วนย่อยที่ยึดผลกับทะลาย ปลายหางหนูเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำประมาณครึ่งหนึ่ง (จากปลายเข้ามา) แสดงว่าเนื้อและน้ำกำลังได้ที่
3. สีเปลือกผล มะพร้าวอ่อนที่ได้ที่ควรมี ผลสีเขียวเข้ม หากเริ่มมีสีน้ำตาลอ่อนหรือ “สีปูนแห้ง” แสดงว่าแก่เกินไป น้ำจะเปรี้ยว เนื้อจะเริ่มแข็ง
4. การดีดผล (ภูมิปัญญา) เกษตรกรบางรายใช้วิธีดีดที่เปลือกมะพร้าว ผลที่พร้อมเก็บจะมีเสียงทึบ
เพราะ มะพร้าวน้ำหอม เป็นผลไม้อีกหนึ่งชนิดที่หอมหวานอร่อย ถูกใจทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ หากใครอยากปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดนี้ เพื่อเก็บขายสร้างรายได้ หรือ ส่งออกไปต่างประเทศแล้วละก็ ลองปลูกตาม วิธีปลูกมะพร้าวน้ำหอม ที่เรานำมาฝากได้เลยนะคะ รับรองว่า ลูกดก ผลผลิตดี หวานหอมอร่อย แน่นอน😉



