
ผักเคล (Kale) ประโยชน์ โทษที่ต้องรู้ พร้อมวิธีปลูกให้โตสวยและไม่ขม
ผักเคล (Kale) ราชินีผักใบเขียว มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร? ทำไมถึงได้เป็นกระแสและได้รับความนิยมในหมู่คนรักสุขภาพขึ้นมา ตามไปหาคำตอบกับเรากันเลยดีกว่าค่ะ!
ประโยชน์ ผักเคล ราชินีผักใบเขียว
เคล หรือ ผักเคล ผักสีเขียวสารพัดประโยชน์ ขึ้นชื่อว่าเป็น Superfood และ The queen of green เหตุใดถึงเป็นเช่นนั้น ตามไปดูประโยชน์และสรรพคุณเด่น ๆ ของผักชนิดนี้กัน
- วิตามินเคสูงสุด ปกติแล้ววิตามินเคจะพบมากในผักใบเขียว แต่ผักเคลมีปริมาณวิตามินเคสูงที่สุด ดังนั้น กินผักนี้ไม่ถึง 30 กรัมก็ได้รับวิตามินเคเท่ากับความต้องการของร่างกายต่อวันแล้ว
- ดีต่อสมอง กระดูก และระบบเลือด วิตามินเคในผักเคล จำเป็นต่อคนทุกเพศทุกวัย ช่วยในการแข็งตัวของเลือด ป้องกันการอุดตันเส้นเลือด ช่วยให้เลือดหยุดง่ายขึ้นหากมีบาดแผล นอกจากนี้ผักเคลยังมีแคลเซียมสูง ช่วยบำรุงกระดูก ป้องกันโรคกระดูกพรุน
- ไฟเบอร์สูง แคลต่ำ ผักเคลมีคลอโรฟิลล์และมีไฟเบอร์สูงมาก ช่วยระบบขับถ่าย ดีต่อสุขภาพ นอกจากนี้ยังเป็นผักที่แคลอรี่ต่ำ อิ่มนาน เหมาะกับคนลดความอ้วน
- ช่วยบำรุงสายตา มีลูทีน (Lutein) และซีแซนทีน (Zeaxanthin) ช่วยบำรุงสายตาและป้องกันจอประสาทตา
- ช่วยบำรุงหัวใจ โพแทสเซียมในผักเคลช่วยลดความเสี่ยงของโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือดได้
- เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ผักเคลอุดมไปด้วยวิตามินหลากชนิด เช่น วิตามินซีที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันหวัด ไม่ให้ร่างกายป่วยง่าย
- ลดความเสี่ยงมะเร็ง นอกจากเคลจะช่วยเรื่องระบบขับถ่ายแล้ว ยังลดความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้ได้แล้ว เคลยังมีคลอโรฟิลล์ ช่วยป้องกันไม่ให้ร่างกายดูดซึมสารก่อมะเร็งจากอาหารประเภทปิ้งย่างอีกด้วย
- ลดความเสี่ยงเบาหวาน เคลใบหยิกใยอาหารสูง ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

ข้อควรระวัง
ผักเคลมีสารออกซาเลต (Oxalate) สูง หากรับประทานมากเกินไปจะเข้าไปยับยั้งการดูดซึมแคลเซียมและแร่ธาตุในกระแสเลือดจนสะสมเป็นนิ่วในไตได้ นอกจากนี้ผักเคลยังอัดแน่นไปด้วยวิตามินเค ผู้ที่มีภาวะนิ่วในไต และ ผู้ที่ทานยาละลายลิ่มเลือด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทาน
ผักเคล (Kale)


ชื่อวิทยาศาสตร์: Brassica oleracea L.
ชื่อสามัญ: Kale, Curly Leaf Kale, Leaf Cabbage
วงศ์: Acephala Group
ถิ่นกำเนิด: เมดิเตอร์เรเนียนตะวันออกและเอเชียไมเนอร์
ผักเคล หรือ คะน้าใบหยิก เป็นผักใบเขียวที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ราชินีแห่งผักสีเขียวทั้งมวล” และ “ซูเปอร์ฟู้ด” ที่อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระมากมาย
ลักษณะพฤกษศาสตร์ เคล (Kale)
- ราก/ลำต้น: ผักเคลมีรากแก้วที่แข็งแรงและมีรากแขนงจำนวนมาก ลำต้นตั้งตรง สีเขียวหรือสีม่วง ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์
- ใบ: ใบเคลมีขนาดใหญ่ แผ่นใบกว้างสีเขียวเข้ม สีเขียวอ่อน หรือสีม่วง มีทั้ง ใบหยิก ใบตรง ใบแบน ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ รสชาติขมเล็กน้อย
- เมล็ด: เมล็ดผักเคลมีขนาดเล็ก กลม สีดำหรือสีน้ำตาล เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2-3 มม.
ข้อมูลโภชนาการของ ผักเคล (Kale)
พลังงาน วิตามิน แร่ธาตุ สารอาหารต่าง ๆ ของ ผักเคลสด ผักเคลนึ่ง ในปริมาณ 100 กรัม
| สารอาหาร | ผักเคลสด | ผักเคลนึ่ง/ต้ม |
|---|---|---|
| พลังงาน | 49 กิโลแคลอรี | 28 กิโลแคลอรี |
| คาร์โบไฮเดรต | 8.8 กรัม | 5.63 กรัม |
| นํ้าตาล | 2.3 กรัม | 1.25 กรัม |
| ใยอาหาร | 3.6 กรัม | 2 กรัม |
| ไขมัน | 0.9 กรัม | 0.4 กรัม |
| โปรตีน | 4.3 กรัม | 1.9 กรัม |
| วิตามิน A : ลูทีน | 241 ไมโครกรัม | 146 ไมโครกรัม |
| วิตามิน A : ซีแซนทีน | 6,261 ไมโครกรัม | 4,983 ไมโครกรัม |
| วิตามิน B1 (ไทอะมีน) | 0.11 มิลลิกรัม | 0.053 มิลลิกรัม |
| วิตามิน B2 (ไรโบฟลาวิน) | 0.13 มิลลิกรัม | 0.07 มิลลิกรัม |
| วิตามิน B3 (ไนอะซิน) | 1.0 มิลลิกรัม | 0.5 มิลลิกรัม |
| วิตามิน B5 | 0.9 มิลลิกรัม | 0.05 มิลลิกรัม |
| วิตามิน B6 | 0.27 มิลลิกรัม | 0.138 มิลลิกรัม |
| วิตามิน B9 (โฟเลท) | 141 มิลลิกรัม | 13 มิลลิกรัม |
| วิตามิน C | 120 มิลลิกรัม | 41 มิลลิกรัม |
| วิตามิน E | 1.54 มิลลิกรัม | 0.85 มิลลิกรัม |
| วิตามิน K | 390 ไมโครกรัม | 418 ไมโครกรัม |
| แคลเซียม | 150 มิลลิกรัม | 72 มิลลิกรัม |
| เหล็ก | 1.5 มิลลิกรัม | 0.9 มิลลิกรัม |
| แมกนีเซียม | 47 มิลลิกรัม | 18 มิลลิกรัม |
| แมงกานิส | 0.66 มิลลิกรัม | 0.416 มิลลิกรัม |
| ฟอสฟอรัส | 92 มิลลิกรัม | 28 มิลลิกรัม |
| โพแทสเซียม | 491 มิลลิกรัม | 228 มิลลิกรัม |
| เซลิเนียม | 0.9 ไมโครกรัม | 0.9 ไมโครกรัม |
| สังกะสี | 0.6 มิลลิกรัม | 0.24 มิลลิกรัม |
แหล่งข้อมูลประกอบ: สำนักงานสมุนไพร
สายพันธุ์ ผักเคล (Kale)
ผักเคลมีหลายสายพันธุ์ทั่วโลก แต่สายพันธุ์ที่นิยมปลูกและพบบ่อยในประเทศไทย มีดังนี้
เคลใบหยิก (Curly Leaf Kale)
เคลใบหยิก (Curly Leaf Kale) ลักษณะเด่น คือ ใบใหญ่ ขอบหยัก มีกลิ่นฉุน รสชาติขมปนหวาน หากนำมาทำอาหารนิยมนำมาผัดกับกระเทียมและน้ำมันมะกอกเพื่อลดความขม นอกจากนี้ยังนิยมทานในรูปแบบสลัด ปั่นเป็นสมูทตี้ และปั่นผสมกับผลไม้เพื่อสุขภาพ

เคลใบตรง (Lacinato Kale)
เคลใบตรง (Lacinato Leaf Kale) หรือ เคลไดโนเสาร์ (Dinosaur Kale) ลักษณะเด่น คือ ใบยาวตรง ไม่หยิกงอ แต่มีรอยย่น ใบมีสีเขียวแกมน้ำเงินเข้ม เคลพันธุ์นี้ได้รับความนิยมและเป็นอาหารหลักของชาวอิตาเลี่ยนมายาวนาน รู้จักกันในชื่อของ Italian Kale, Tuscan Kale, Flat Back Kale / Black Tuscan Palm Kale

ออร์นาเมนทอลเคล (Ornamental Kale)
ออร์นาเมนทอลเคล (Ornamental Kale) หลายคนรู้จักกันในชื่อ “ปูเล่” เป็นเคลอีกหนึ่งสายพันธุ์นี้มีสีสันสวยงามที่สุด มีลักษณะค้ายกะหล่ำปลี สีสวยไล่ไปตั้งแต่เขียว ชมพู ม่วง แดง มักนําไปประดับในจานอาหารหรือนําไปปลูกในสวนเพื่อความสวยงามมากกว่านำมาบริโภค

เคลแดง (Red Russian Kale)
เคลแดง (Red Russian Kale) ลำต้นมีสีแดง ส่วนใบอาจจะมีสีแดงแซมเล็กน้อย รสชาติจะมีความหวานกรอบ ทานง่ายกว่าเคลพันธุ์อื่น ๆ

เคลลูกผสม (Redbor Kale)
เคลลูกผสม (Redbor Kale) ลำต้นและใบเป็นสีเขียวผสมม่วง พุ่มหยัก เป็นเคลอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่มีความสวยงาม รสชาติออกขม นิยมใส่ในสลัด และนำไปประดับตกแต่งจานเพิ่มสีสันให้อาหารจานโปรด

ไซบีเรียนเคล (Siberian Kale)
ไซบีเรียนเคล (Siberian Kale) ใบมีขนาดใหญ่มากเมื่อเทียบกับเคลสายพันธุ์อื่น ๆ ชอบอากาศหนาวจัด ถ้านํามาปลูกในไทยอาจจะไม่เหมาะสม ไม่เติบโตดีเท่าที่ควร

วิธีปลูกผักเคล ให้โตสวยและไม่ขม


คำถามที่หลายคนสงสัยเกี่ยวกับผักเคล (Kale)
เป็นอย่างไรบ้างกับสาระน่ารู้เกี่ยวกับ ผักเคล ราชินีผักใบเขียว สมกับเป็นซูเปอร์ฟู้ดอย่างที่ผู้คนเลื่องลือกันใช่ไหมล่ะ หากใครยังไม่เคยลอง แนะนำให้ซื้อมาลองทานกันน้าาา แม้น้องจะหน้าตาแปลก ๆ สีเข้มไปหน่อย แต่รสชาติไม่แย่เลย ไม่แน่ว่าบางคนอาจจะยกให้เป็นผักโปรดเลยก็ได้ แถมกินแล้วได้ประโยชน์เยอะสุด ๆ แถมวิธีปลูกก็ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด ปลูกไว้ทานเองก็ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้เยอะเลยด้วยนะ!



