พารู้จัก โหระพา สรรพคุณชั้นยอด ประโยชน์ไม่ธรรมดา!

พารู้จัก โหระพา สรรพคุณชั้นยอด ประโยชน์ไม่ธรรมดา!

By Published On: ตุลาคม 6th, 2025

โหระพา (Sweet Basil) พืชผักสวนครัวอีกหนึ่งชนิด ที่มักปรากฏอยู่ในหลาย ๆ เมนูอาหารไทยและเทศ จะนำไปทำเมนูไหนก็อร่อย ช่วยชูรสให้อาหารจานนั้น ๆ มีมิติมากขึ้น ทานได้ทั้งแบบดิบ และปรุงสุก นอกจากนั้นยังมีประโยชน์ และสรรพคุณมากมาย แถมปลูกง่ายทำตามได้ไม่ยาก!

โหระพา (Sweet Basil)

โหระพา (Sweet Basil)
โหระพา (Sweet Basil)

ชื่อวิทยาศาสตร์: Ocimum basilicum L.

ชื่อสามัญ: Sweet basil, Thai basil

กลุ่มพันธุ์ปลูก: Labiatae

ถิ่นกำเนิด: ทวีปเอเชียและแอฟริกา

โหระพา (Sweet Basil) จัดอยู่ในวงศ์กะเพรา มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชียและแอฟริกา เป็นพืชพื้นเมืองของอินเดีย แต่แพร่หลายในเอเชียและตะวันตก โหระพาเป็นพืชสมุนไพรที่มีกลิ่นหอม จึงกลายเป็นที่นิยมอย่างมาก ในการนำมาประกอบอาหารและแต่งกลิ่นของรสชาติให้น่ารับประทาน และมีมิติมากยิ่งขึ้น

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของต้นโหระพา

ลำต้น

โหระพาเป็นพืชล้มลุก ที่ลำต้นมีขนาดเล็กสูงประมาณ 40-60 เซนติเมตร โดยมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม และเจริญเติบโตเป็นพุ่ม แตกแขนงได้มากมาย กิ่งก้านมีสีม่วงแดง

ใบ

ออกใบเป็นใบเดี่ยว ใบรียาวรูปไข่ สีเขียวอมม่วง ขอบใบเรียบ มีก้านใบยาว แตกใบตรงกันข้ามกัน

ดอก

ดอกมีขนาดเล็ก ยอดดอกออกเป็นช่อคล้ายฉัตร มีทั้งสีม่วง แดงอ่อน และขาว

เมล็ด

เมล็ดมีสีดำ กลิ่นหอม

ต้นโหระพา และสายพันธุ์ใกล้เคียงที่อาจทำให้สับสน

ในปัจจุบัน ต้นโหระพา ยังไม่มีการจำแนกสายพันธุ์กันอย่างชัดเจน ดังนั้นบทความนี้ เลยจะชวนเพื่อน ๆ มาหาความแตกต่างของพืชวงศ์กะเพราตระกูลนี้กัน ว่าแท้ที่จริงแล้ว โหระพา กะเพรา แมงลัก มีความเหมือน หรือต่างกันอย่างไร!

โหระพา (Sweet Basil)

โหระพา (Sweet Basil)

ใบโหระพาจะมีสีเขียว ใบหนา ลักษณะรียาว รูปไข่ ขอบใบเรียบ ปลายแหลม ลำต้นและดอกจะออกเป็นสีม่วง เมื่อเด็ดดม โหระพาจะมีกลิ่นหอมหวานอ่อน ๆ

กะเพรา (Holy Basil)

กะเพรา (Holy Basil)

ใบกะเพราจะมีสีเขียวเข้ม อมแดงแล้วแต่สายพันธุ์ ขอบใบหยักถี่ชัดเจน ปลายแหลม ลำต้นมีขนอ่อน ๆ กลิ่นเผ็ดฉุน

แมงลัก (Lemon Basil)

แมงลัก (Lemon Basil)

ใบแมงลักมีลักษณะคล้ายใบกะเพรา แต่มีสีเขียวอ่อนกว่า ทั้งยังมีใบเล็กบาง ช้ำง่ายและเหี่ยวง่ายกว่าทั้งสองชนิด ก้านใบและยอดมีขนอ่อน ๆ กลิ่นหอมฉุนคล้ายกลิ่นส้ม-มะนาว

ข้อมูลโภชนาการของใบโหระพา

ข้อมูลโภชนาการ ของใบโหระพา ต่อปริมาณ 100 กรัม

สารอาหารใบโหระพา
แคลอรี (kcal)44 กิโลแคลอรี
ไขมันทั้งหมด1 กรัม
คอเลสเตอรอล0 มิลลิกรัม
โซเดียม0 มิลลิกรัม
โพแทสเซียม0 มิลลิกรัม
คาร์โบไฮเดรต5.5 กรัม
เส้นใยอาหาร2.5 กรัม
น้ำตาล0 กรัม
โปรตีน3.3 กรัม

CalForLife. (n.d.). พลังงานและสารอาหารจาก โหระพา. Retrieved October 6, 2025, from https://www.calforlife.com/th/calories/sweet-basll

ประโยชน์และข้อควรระวังของโหระพา

โหระพา ผักสวนครัว ควบตำแหน่งสมุนไพรชั้นยอด ที่นอกจากจะมีรสชาติอร่อย กลิ่นเป็นเอกลักษณ์แล้ว ยังอุดมไปด้วยประโยชน์มากมายที่อาจนึกไม่ถึง ดังนี้

ประโยชน์และข้อควรระวังของโหระพา

ประโยชน์ของโหระพา

  • ใบ มีกลิ่นฉุน รสร้อน แก้ลมวิงเวียน ขับลมในลำไส้ ขับผายลม แก้ท้องขึ้น ท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้ปวดท้อง ทำให้เรอ แก้จุกเสียดในท้อง แก้พิษตานซาง ช่วยย่อยอาหาร แก้หวัดช่วยเจริญอาหาร
  • ต้น แก้พิษตานซาง แก้เด็กนอนสะดุ้งผวาเพราะโทษน้ำดี
  • เมล็ด แก้บิด ทำให้อุจจาระไม่เกาะลำไส้ ถ่ายสะดวก เป็นยาระบาย ใช้พอกฝีรักษาแผลในกระเพาะอาหาร
  • ช่วยป้องกันความเสียหายในร่างกายของเราจากการทำลายของอนุมูลอิสระ ป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง
  • ช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย มีส่วนในการช่วยป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด
    มีฤทธิ์ในการช่วยลดคอเลสเตอรอลและแผ่นคราบพลัคในกระแสเลือด
  • ใช้เป็นยาพอกเพื่อดูดซับสารพิษออกจากผิวหนังได้
  • ช่วยรักษาอาการปวดศีรษะด้วยการใช้ยอดอ่อนต้มกับน้ำ แล้วนำมาดื่มเป็นชา หรือกินเป็นผักสด
  • ช่วยรักษาอาการข้ออักเสบ แผลอักเสบด้วยการนำมาตำแล้วพอกหรือประคบ

ข้อแนะนำและข้อควรระวัง

  • หญิงตั้งครรภ์ และหญิงที่กำลังให้นมบุตร สามารถรับประทานโหระพาในปริมาณปกติได้ แต่การใช้ในปริมาณมากอาจก่อให้เกิดอันตรายได้
  • สำหรับสตรีมีครรภ์และเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ปี รวมถึงผู้สูงอายุ ควรหลีกเลี่ยงน้ำมันหอมระเหยจากโหระพาเพราะทำให้เกิดอาการแพ้ง่าย
  • ผู้ที่มีเลือดออกผิดปกติ อาจเสี่ยงมีเลือดออกมากยิ่งขึ้น เมื่อรับประทานน้ำมันโหระพาหรือสารสกัดจากโหระพา เนื่องจากมีฤทธิ์ชะลอการแข็งตัวของเลือด
  • เมื่อดื่มน้ำโหระพาคั้น อาจจะมีอาการข้างเคียง คือ จะทำให้มึนงงและระคายเคืองคอเล็กน้อย
  • โหระพาอาจมีฤทธิ์ลดความดันโลหิต ผู้มีความดันโลหิตต่ำ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ เพราะอาจส่งผลให้มีความดันลดต่ำเกินไป จนเป็นอันตรายได้
  • ผู้ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด ควรหยุดใช้โหระพาหรืออาหารเสริมโหระพาในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัด เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงให้มีเลือดออกมาก

วิธีการปลูก โหระพา ฉบับง่าย!

โหระพา เป็นสมุนไพรอีกชนิด ที่สามารถปลูกได้ทุกพื้นที่ และจะเจริญเติบโตง่าย ปลูกต้นไม้ไม่เก่งก็สามารถปลูกโหระพาได้ ขั้นตอนไม่ยาก อ่านแล้วลองปลูกไปพร้อม ๆ กัน!

วิธีการปลูก โหระพา ฉบับง่าย!
วิธีการปลูก โหระพา ฉบับง่าย!
  • ขั้นตอนที่ 1 เตรียมดิน

    • ขุดหรือไถดินลึก 25-30 เซนติเมตร แล้วตากดินทิ้งไว้ 7-10 วัน
    • เก็บเศษหญ้าและวัชพืชออกให้หมด แล้วไถพรวน ย่อยให้ดินร่วนละเอียด
    • ทำการยกแปลงสูงขึ้น 10-15 เซนติเมตร
    • ก่อนปลูก ผสมดินกับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักให้เข้ากัน เตรียมไว้
  • ขั้นตอนที่ 2 ปลูกแบบเพาะกล้า

    • หว่านเมล็ดแล้วใช้แกลบหรือฟางคลุม พร้อมรดน้ำตามทันที
    • หมั่นรดน้ำทุกเช้า-เย็น จนต้นกล้ามีอายุ 20-25 วัน
    • เมื่อครบเวลา ให้ทำการถอนกล้าแล้วเด็ดยอดทิ้ง เพื่อย้ายปลูก
    • โดยถ้าปลูกในแปลง ควรเว้นระยะให้ห่างระหว่างต้นประมาณ 20-30 เซนติเมตร
    • ถ้าปลูกในกระถาง แบ่งปลูกกระถางละ 1-2 ต้น
  • ขั้นตอนที่ 3 การปลูกแบบปักชำ

    • ตัดกิ่งโหระพาที่โตเต็มที่ ยาวประมาณ 5-10 เซนติเมตร แล้วเด็ดใบออกเหลือไว้เพียงบางส่วน
    • นำไปปักชำลงในแปลงหรือกระถาง จากนั้นใช้หญ้าแห้งหรือฟางคลุม แล้วรดน้ำตามทันที
  • ขั้นตอนที่ 4 วิธีดูแล

    • ต้นโหระพาชอบความชื้นสูง ดังนั้นจึงหมั่นรดน้ำทุกวัน แต่อย่าปล่อยให้ท่วมขังจนเกินไป
    • ควรปลูกไว้ในทีที่โดนแดดไม่จัด หรือพื้นที่แดดรำไร
    • ในช่วงแรกควรพรวนดินและกำจัดศัตรูพืชทุก 1-2 สัปดาห์ และระวังอย่าให้กระทบต้นและราก

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับต้นโหระพา ที่เราคุ้นเคยกันดีในหลาย ๆ เมนูอาหาร นอกจากความอร่อย และมีกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์แล้ว ยังมีประโยชน์ในหลาย ๆ ด้านอีกด้วย แถมสามารถนำไปประกอบเมนูได้หลากหลาย ทั้งอาหารไทย และอาหารต่างประเทศ หรือหากอยากจะปลูกไว้กินเอง หรือปลูกขายก็ทำได้ไม่ยากอีกด้วย ลองนำเคล็ดลับดี ๆ ที่แชร์ในบทความนี้ไปทำตามกันดู รับรองว่าปัง!

นักเขียนผู้หลงใหลในกลิ่นดินและใบไม้ ที่เชื่อว่าทุกเมล็ดพันธุ์มีเรื่องเล่า และทุกสวนมีแรงบันดาลใจซ่อนอยู่

แชร์บทความนี้

แสดงความคิดเห็น