
พารู้จัก โหระพา สรรพคุณชั้นยอด ประโยชน์ไม่ธรรมดา!
โหระพา (Sweet Basil) พืชผักสวนครัวอีกหนึ่งชนิด ที่มักปรากฏอยู่ในหลาย ๆ เมนูอาหารไทยและเทศ จะนำไปทำเมนูไหนก็อร่อย ช่วยชูรสให้อาหารจานนั้น ๆ มีมิติมากขึ้น ทานได้ทั้งแบบดิบ และปรุงสุก นอกจากนั้นยังมีประโยชน์ และสรรพคุณมากมาย แถมปลูกง่ายทำตามได้ไม่ยาก!
โหระพา (Sweet Basil)


ชื่อวิทยาศาสตร์: Ocimum basilicum L.
ชื่อสามัญ: Sweet basil, Thai basil
กลุ่มพันธุ์ปลูก: Labiatae
ถิ่นกำเนิด: ทวีปเอเชียและแอฟริกา
โหระพา (Sweet Basil) จัดอยู่ในวงศ์กะเพรา มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชียและแอฟริกา เป็นพืชพื้นเมืองของอินเดีย แต่แพร่หลายในเอเชียและตะวันตก โหระพาเป็นพืชสมุนไพรที่มีกลิ่นหอม จึงกลายเป็นที่นิยมอย่างมาก ในการนำมาประกอบอาหารและแต่งกลิ่นของรสชาติให้น่ารับประทาน และมีมิติมากยิ่งขึ้น
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของต้นโหระพา
ลำต้น
โหระพาเป็นพืชล้มลุก ที่ลำต้นมีขนาดเล็กสูงประมาณ 40-60 เซนติเมตร โดยมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม และเจริญเติบโตเป็นพุ่ม แตกแขนงได้มากมาย กิ่งก้านมีสีม่วงแดง
ใบ
ออกใบเป็นใบเดี่ยว ใบรียาวรูปไข่ สีเขียวอมม่วง ขอบใบเรียบ มีก้านใบยาว แตกใบตรงกันข้ามกัน
ดอก
ดอกมีขนาดเล็ก ยอดดอกออกเป็นช่อคล้ายฉัตร มีทั้งสีม่วง แดงอ่อน และขาว
เมล็ด
เมล็ดมีสีดำ กลิ่นหอม
ต้นโหระพา และสายพันธุ์ใกล้เคียงที่อาจทำให้สับสน
ในปัจจุบัน ต้นโหระพา ยังไม่มีการจำแนกสายพันธุ์กันอย่างชัดเจน ดังนั้นบทความนี้ เลยจะชวนเพื่อน ๆ มาหาความแตกต่างของพืชวงศ์กะเพราตระกูลนี้กัน ว่าแท้ที่จริงแล้ว โหระพา กะเพรา แมงลัก มีความเหมือน หรือต่างกันอย่างไร!

โหระพา (Sweet Basil)
ใบโหระพาจะมีสีเขียว ใบหนา ลักษณะรียาว รูปไข่ ขอบใบเรียบ ปลายแหลม ลำต้นและดอกจะออกเป็นสีม่วง เมื่อเด็ดดม โหระพาจะมีกลิ่นหอมหวานอ่อน ๆ

กะเพรา (Holy Basil)
ใบกะเพราจะมีสีเขียวเข้ม อมแดงแล้วแต่สายพันธุ์ ขอบใบหยักถี่ชัดเจน ปลายแหลม ลำต้นมีขนอ่อน ๆ กลิ่นเผ็ดฉุน

แมงลัก (Lemon Basil)
ใบแมงลักมีลักษณะคล้ายใบกะเพรา แต่มีสีเขียวอ่อนกว่า ทั้งยังมีใบเล็กบาง ช้ำง่ายและเหี่ยวง่ายกว่าทั้งสองชนิด ก้านใบและยอดมีขนอ่อน ๆ กลิ่นหอมฉุนคล้ายกลิ่นส้ม-มะนาว
ข้อมูลโภชนาการของใบโหระพา
ข้อมูลโภชนาการ ของใบโหระพา ต่อปริมาณ 100 กรัม
| สารอาหาร | ใบโหระพา |
|---|---|
| แคลอรี (kcal) | 44 กิโลแคลอรี |
| ไขมันทั้งหมด | 1 กรัม |
| คอเลสเตอรอล | 0 มิลลิกรัม |
| โซเดียม | 0 มิลลิกรัม |
| โพแทสเซียม | 0 มิลลิกรัม |
| คาร์โบไฮเดรต | 5.5 กรัม |
| เส้นใยอาหาร | 2.5 กรัม |
| น้ำตาล | 0 กรัม |
| โปรตีน | 3.3 กรัม |
CalForLife. (n.d.). พลังงานและสารอาหารจาก โหระพา. Retrieved October 6, 2025, from https://www.calforlife.com/th/calories/sweet-basll
ประโยชน์และข้อควรระวังของโหระพา
โหระพา ผักสวนครัว ควบตำแหน่งสมุนไพรชั้นยอด ที่นอกจากจะมีรสชาติอร่อย กลิ่นเป็นเอกลักษณ์แล้ว ยังอุดมไปด้วยประโยชน์มากมายที่อาจนึกไม่ถึง ดังนี้

ประโยชน์ของโหระพา
- ใบ มีกลิ่นฉุน รสร้อน แก้ลมวิงเวียน ขับลมในลำไส้ ขับผายลม แก้ท้องขึ้น ท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้ปวดท้อง ทำให้เรอ แก้จุกเสียดในท้อง แก้พิษตานซาง ช่วยย่อยอาหาร แก้หวัดช่วยเจริญอาหาร
- ต้น แก้พิษตานซาง แก้เด็กนอนสะดุ้งผวาเพราะโทษน้ำดี
- เมล็ด แก้บิด ทำให้อุจจาระไม่เกาะลำไส้ ถ่ายสะดวก เป็นยาระบาย ใช้พอกฝีรักษาแผลในกระเพาะอาหาร
- ช่วยป้องกันความเสียหายในร่างกายของเราจากการทำลายของอนุมูลอิสระ ป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง
- ช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย มีส่วนในการช่วยป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด
มีฤทธิ์ในการช่วยลดคอเลสเตอรอลและแผ่นคราบพลัคในกระแสเลือด - ใช้เป็นยาพอกเพื่อดูดซับสารพิษออกจากผิวหนังได้
- ช่วยรักษาอาการปวดศีรษะด้วยการใช้ยอดอ่อนต้มกับน้ำ แล้วนำมาดื่มเป็นชา หรือกินเป็นผักสด
- ช่วยรักษาอาการข้ออักเสบ แผลอักเสบด้วยการนำมาตำแล้วพอกหรือประคบ
ข้อแนะนำและข้อควรระวัง
- หญิงตั้งครรภ์ และหญิงที่กำลังให้นมบุตร สามารถรับประทานโหระพาในปริมาณปกติได้ แต่การใช้ในปริมาณมากอาจก่อให้เกิดอันตรายได้
- สำหรับสตรีมีครรภ์และเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ปี รวมถึงผู้สูงอายุ ควรหลีกเลี่ยงน้ำมันหอมระเหยจากโหระพาเพราะทำให้เกิดอาการแพ้ง่าย
- ผู้ที่มีเลือดออกผิดปกติ อาจเสี่ยงมีเลือดออกมากยิ่งขึ้น เมื่อรับประทานน้ำมันโหระพาหรือสารสกัดจากโหระพา เนื่องจากมีฤทธิ์ชะลอการแข็งตัวของเลือด
- เมื่อดื่มน้ำโหระพาคั้น อาจจะมีอาการข้างเคียง คือ จะทำให้มึนงงและระคายเคืองคอเล็กน้อย
- โหระพาอาจมีฤทธิ์ลดความดันโลหิต ผู้มีความดันโลหิตต่ำ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ เพราะอาจส่งผลให้มีความดันลดต่ำเกินไป จนเป็นอันตรายได้
- ผู้ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด ควรหยุดใช้โหระพาหรืออาหารเสริมโหระพาในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัด เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงให้มีเลือดออกมาก
วิธีการปลูก โหระพา ฉบับง่าย!
โหระพา เป็นสมุนไพรอีกชนิด ที่สามารถปลูกได้ทุกพื้นที่ และจะเจริญเติบโตง่าย ปลูกต้นไม้ไม่เก่งก็สามารถปลูกโหระพาได้ ขั้นตอนไม่ยาก อ่านแล้วลองปลูกไปพร้อม ๆ กัน!


โรคและแมลงที่ต้องระวัง
- โรคที่อาจเกิดในต้นกะเพรา ได้แก่ โรคราน้ำค้าง โรคเหี่ยว โรคใบเน่า โรคใบจุด
- แมลงที่ควรระวัง ได้แก่ เพลี้ยไฟโหระพา เพลี้ยอ่อนฝ้าย แมลงหวี่ขาวยาสูบ หนอนแมลงวันชอบใบ และหนอนผีเสื้อห่อใบ
- วัชพืชที่ควรกำจัดทิ้ง ได้แก่ แห้วหมู และผักโขม
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับต้นโหระพา ที่เราคุ้นเคยกันดีในหลาย ๆ เมนูอาหาร นอกจากความอร่อย และมีกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์แล้ว ยังมีประโยชน์ในหลาย ๆ ด้านอีกด้วย แถมสามารถนำไปประกอบเมนูได้หลากหลาย ทั้งอาหารไทย และอาหารต่างประเทศ หรือหากอยากจะปลูกไว้กินเอง หรือปลูกขายก็ทำได้ไม่ยากอีกด้วย ลองนำเคล็ดลับดี ๆ ที่แชร์ในบทความนี้ไปทำตามกันดู รับรองว่าปัง!



