รู้จัก ลูกยอ ประโยชน์เยอะ และคุณค่าทางสุขภาพที่หลายคนอาจไม่รู้

รู้จักลูกยอ ประโยชน์เยอะ และคุณค่าทางสุขภาพที่หลายคนอาจไม่รู้

By Published On: ธันวาคม 18th, 2025

ลูกยอ เป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่คนไทยรู้จักกันมายาวนาน แต่ก็ยังมีหลายคนที่อาจไม่คุ้นเคยนัก บทความนี้ SGE จะพาไปรู้จักกับ ลูกยอคืออะไร พร้อมเจาะลึกสรรพคุณและประโยชน์ต่อสุขภาพว่ามีอะไรบ้าง

ลูกยอ คืออะไร

ลูกยอ คืออะไร

ชื่อสมุนไพร

ยอ

ชื่อวิทยาศาสตร์

Morinda citrifolia

ชื่อสามัญ

Indian mulberry

วงศ์

Rubiaceae

ยอ ผลไม้เขตร้อน เป็นพืชพื้นเมือง ในแถบโพลีนีเซียตอนใต้ และได้แพร่กระจายไปยังประเทศอื่น ๆ ในปัจจุบัน พืชชนิดนี้เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ในประเทศไทย รู้จักกันในชื่อ ลูกยอ หรือยอ, ในประเทศมาเลเซีย รู้จักกันในชื่อ เมอกาดู, ในเอเชีย เรียกว่า นเฮา, แถบหมู่เกาะตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก เรียกกันว่า โนนู และในเกาะซามัว ทองกา ราราทองกา ตาฮิติ เรียกกันว่า โนโน หรือว่า โนนิ

ลูกยอ มีลักษณะอย่างไร

ลูกยอ มีลักษณะอย่างไร
  • ลำต้น
    เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูงประมาณ 2–6 เมตร ลำต้นเล็ก เส้นผ่านศูนย์กลางราว 5–10 เซนติเมตร เปลือกบางติดเนื้อไม้ สีเหลืองนวลแกมขาว ผิวหยาบ แตกกิ่งน้อยประมาณ 3–5 กิ่ง ทำให้ทรงพุ่มไม่ชัดเจน
  • ใบ
    เป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้ามกัน รูปรีหรือขอบขนาน กว้างประมาณ 10–20 ซม. ยาว 15–30 ซม. ใบอ่อนสีเขียวสด ใบแก่สีเขียวเข้ม ผิวใบมันเกลี้ยงทั้งสองด้าน ขอบใบเป็นคลื่น โคนและปลายใบแหลม ด้านบนใบมักพบตุ่มที่เกิดจากแบคทีเรีย
  • ดอก
    ออกเป็นช่อกลมเดี่ยว สีขาว รูปหลอด แทงออกตามง่ามใบ ก้านช่อดอกยาวประมาณ 3–4 ซม. เป็นดอกสมบูรณ์เพศ กลีบดอกสีขาว เชื่อมติดกันเป็นท่อ ยาว 8–12 มม. ปลายแยกเป็น 4–5 แฉก มีกลิ่นอ่อน
  • ผล
    เป็นผลรวม (Multiple fruit) ผิวเป็นตุ่มพอง ขนาดกว้าง 3–5 ซม. ยาว 3–10 ซม. ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีเหลืองอมเขียว เมื่อสุกสีเหลืองและซีดขาวตามอายุ เมล็ดมีจำนวนมาก แบน สีน้ำตาลเข้ม มีถุงอากาศภายใน ทำให้ ลอยน้ำได้

ลูกยอ สรรพคุณ และประโยชน์ มีอะไรบ้าง?

ลูกยอนั้น มีประโยชน์ ทางด้านคุณค่าของอาหารมากมาย ยกตัวอย่างได้ ดังนี้

  1. ลูกยอเป็นแหล่งของแคลเซียม และยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูง
  2. ช่วยในการชะลอวัย และความเสื่อมของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย
  3. ช่วยบำรุงผิวพรรณ หนังศีรษะ และส้นผม
  4. น้ำลูกยอ ช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้
  5. น้ำสกัดจากใบยอ มีส่วนช่วยรักษาโรคเบาหวาน
  6. น้ำสกัดจากลำต้นยอ, น้ำสกัดจากใบยอ ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง
  7. ลูกยอ, ใบยอ ช่วยแก้วัณโรค ด้วยการใช้ผล หรือใบทำเป็นยาพอก
  8. ช่วยแก้อาการ คลื่นไส้ อาเจียนได้
  9. ช่วยขับลมในลำไส้ ช่วยในการย่อยอาหาร แก้อาการอาหารไม่ย่อย แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียดแน่นท้อง ช่วยลดอาการท้องผูกได้
  10. ในทางการแพทย์สมัยใหม่ จะใช้ลูกยอ ช่วยบำบัด และรักษาโรคมะเร็ง

ลูกยอ สรรพคุณ จัดเป็นยาสมุนไพร ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ในเรื่องการช่วยแก้อาการคลื่นไส้อาเจียน และถูกบรรจุอยู่ในยาสมุนไพร ในงานสาธารณสุขมูลฐาน โดยลูกยอสุก เป็นยาชั้นเลิศ ในการช่วยขับลม และช่วยย่อยอาหาร แต่สำหรับหญิงที่ตั้งครรภ์ ไม่ควรรับประทานผลยอ เพราะจะมีผลโดยตรงต่อระบบการหมุนเวียนของเลือดในครรภ์ และอาจทำให้แท้งบุตรได้

ลูกยอ ใช้ทำอะไรได้บ้าง

ลูกยอ ใช้ทำอะไรได้บ้าง
  • ลูกยอสุก นำมาจิ้มกินกับเกลือ หรือกะปิ
  • ลูกห่ามใช้ทำส้มตำ
  • ใบอ่อน นำมาลวกกินกับน้ำพริก ใช้ทำแกงจืด แกงอ่อม ผัดไฟแดง หรือนำมาใช้รองกระทงห่อหมก เวลากินห่อหมก ควรกินใบยอด้วย เพราะมีวิตามินสูง
  • นำมาใช้ทำสีย้อมผ้า โดยราก นำมาใช้ย้อมสีให้สีแดง และสีน้ำตาลอ่อน ส่วนเปลือก จะให้สีแดง เนื้อเปลือก จะให้สีเหลืองใช้ย้อมผ้าบาติก
  • ปัจจุบัน มีการนำลูกไปแปรรูป โดยคั้นเป็นน้ำลูกยอ
  • รากยอ มีการนำมาใช้แกะสลัก ทำรงควัตถุ สีเหลือง
  • ใบสด มีการนำมาใช้ทำเป็นอาหารสัตว์ หรือนำมาเลี้ยงตัวหนอนไหม
  • ลูกยอสุก มีการนำมาใช้ทำเป็นอาหารหมู
  • มีการนำมาใช้ทำเป็นยารักษาสัตว์ ในการแพทย์ทางเลือกสมัยใหม่

ข้อควรระวังในการทานลูกยอ

  1. สารโปรซีโรนีน ที่พบในน้ำลูกยอ ต้องการน้ำย่อย เปปซิน (Pepsin) และสภาพความเป็นกรดในกระเพาะ เพื่อเปลี่ยนเป็นซีโรนิน ดังนั้น หากรับประทานน้ำลูกยอขณะที่ท้องอิ่มแล้ว จะทำให้มีผลทาเภสัชของสารซีโรนินน้อยลง
  2. คุณค่า และสรรพคุณน้ำลูกยอ จะลดลง เมื่อรับประทานร่วมกับแอลกอฮอล์
  3. การบด หรือการสกัดน้ำลูกยอ ไม่ควรทำให้เมล็ดยอแตก เพราะสารในเมล็ดยอ มีฤทธิ์เป็นยาระบาย อาจทำให้ถ่ายบ่อยได้
  4. ผู้ป่วยโรคไต ไม่ควรดื่มน้ำลูกยอ เพราะมีเกลือ โปแตสเซียมสูง อาจทำให้เกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันได้
  5. สตรีมีครรภ์ ไม่ควรบริโภคลูกยอ เพราะผลยอมีฤทธิ์ขับโลหิต อาจทำให้แท้งบุตรได้

การขยายพันธุ์ลูกยอ

การปลูกลูกยอ นิยมปลูกด้วยการเพาะเมล็ด แต่สามารถขายพันธุ์ด้วยวิธีอื่นได้เช่นกัน เช่น การปักชำ การตอนกิ่ง แต่การเพาะเมล็ด จะให้ผลที่ดีกว่า และอัตราการรอดจะสูงกว่าวิธีอื่น โดยการเพาะเมล็ด จะใช้วิธีการบีบแยกเมล็ดออกจากผลสุก แล้วล้างด้วยน้ำ และกรองเมล็ดออก ผลที่ใช้ต้องเป็นผลสุกจัด ที่ร่วงจากต้นที่มีสีขาว เนื้อผลอ่อนนิ่ม ซึ่งจะได้เมล็ดที่มีสีดำ หรือสีน้ำตาลเข้ม  เมล็ดที่ได้ต้องนำไปตากแห้ง 3-5 วันก่อน  และนำมาเพาะในถุงเพาะชำ ให้มีต้นสูงประมาณ 30 เซนติเมตร ก่อนนำลงปลูก ต้นยอ เป็นพันธุ์ไม้ที่ดูแลง่าย ไม่ค่อยมีแมลงศัตรูพืช หรือโรคพืชมาก และยังเป็นพืชที่ทนทานต่อสภาพดินเค็ม และสภาวะแห้งแล้งอีกด้วย จึงทำให้มีการแพร่กระจายพันธุ์อย่างรวดเร็วด้วย

สรุปแล้ว ลูกยอ เป็นผลไม้สมุนไพรที่อุดมไปด้วยสารอาหารและคุณค่าทางสุขภาพมากมาย ทั้งช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน บำรุงร่างกาย และดูแลระบบต่าง ๆ ภายในร่างกาย แม้รสชาติและกลิ่นอาจไม่ถูกใจทุกคน แต่เมื่อนำมาแปรรูปหรือรับประทานอย่างเหมาะสม ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกจากธรรมชาติที่ช่วยดูแลสุขภาพได้อย่างดี ใครที่มองหาสมุนไพรพื้นบ้านดี ๆ ลูกยอถือว่าไม่ควรมองข้ามเลยค่ะ

นักเขียนคอนเทนต์เกษตรเชิงวิเคราะห์ ผู้รวบรวมเทคนิคการเพาะปลูกจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้และประสบการณ์จริง เพื่อส่งต่อความรู้ที่ถูกต้อง แม่นยำ และนำไปใช้งานได้ทันที

แชร์บทความนี้

แสดงความคิดเห็น