
พารู้จัก ต้นกระท่อม สรรพคุณมากมาย พร้อมวิธีปลูกฉบับง่าย
เชื่อเลยว่าไม่มีใครไม่รู้จักกับ “ต้นกระท่อม” อย่างแน่นอน หลังกระทรวงยุติธรรม ปลดล็อกให้ “พืชกระท่อม” ไม่เป็นยาเสพติดให้โทษอีกต่อไป บทความนี้ เราจะพาไปรู้จักกับ พืชสมุนไพร อย่าง กระท่อม หรือ ต้นกระท่อม ว่ามีสรรพคุณ และประโยชน์อย่างไรบ้าง?
ต้นกระท่อม (Kratom)

ชื่อวิทยาศาสตร์: Mitragyna speciosa (Korth.) Havil. หรือ Mitragyna speciosa Korth.
ชื่อสามัญ: Kratom
วงศ์: Rubiaceae (วงศ์เดียวกับต้นกาแฟและต้นเข็ม)
ถิ่นกำเนิด: ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ประเทศไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และนิวกินี
กระท่อม ที่พบในประเทศไทยมีอยู่ 3 พันธุ์ คือ แตงกวา (ก้านเขียว) ยักษาใหญ่ (รูปใบใหญ่) และก้านแดง มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปในแต่ละที่ เช่น ในประเทศไทย
- ภาคเหนือ เรียกอีด่าง อีแดง กระอ่วม
- ภาคใต้ เรียกท่อม หรือท่ม ในมลายูเรียกคูทุม (Kutum) คีทุมเบีย (Ketum Bia) หรือเบียก (Biak)
- ลาว เรียกไนทุม (Neithum)
- อินโดจีน เรียกโคดาม (Kodam)
สำหรับถิ่นกำเนิดของต้นกระท่อมนั้น จะอยู่ในเขตร้อนชื้นทางฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบได้นอกจากประเทศไทย แล้วก็ยังมี เกาะนิวกินี มาลายู และประเทศเพื่อนบ้านแถบอาเซียน เพราะเป็นแหล่งที่ดินมีความชื้นสูง อุดมสมบูรณ์ เก็บความชุ่มชื้นได้ดี และชื่นชอบแสงแดดปานกลาง ซึ่งหากถามว่าในประเทศไทยเรามี ด้วยกัน 3 สายพันธุ์ คือ พันธุ์ยักษาใหญ่ พันธุ์แตงกวา และพันธุ์ก้านแดง
ในการแพทย์พื้นบ้านของไทยและมาเลเซีย มีการใช้ใบกระท่อมเพื่อช่วยให้ ร่างกายมีกำลัง ทำงานได้ทนทานขึ้น บรรเทาอาการปวด ไข้หวัด ท้องเสีย รวมถึงใช้ในการบำบัดอาการถอนยาเสพติดบางชนิด
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของต้นกระท่อม
ต้นกระท่อมเป็นไม้ต้นยืนต้นขนาดกลาง อยู่ในวงศ์เดียวกับกาแฟ (Rubiaceae)
- ลำต้น: สูงได้ถึง 10-25 เมตร เปลือกสีน้ำตาลปนเทา
- ใบ: ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามกัน รูปไข่ ปลายแหลม ผิวใบด้านบนเป็นมัน (จุดสังเกต ก้านใบและเส้นกลางใบอาจมีสี เขียว หรือ แดง ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์)
- ดอก: ออกเป็นช่อ ทรงกลมแน่น (คล้ายลูกบอล) สีขาวอมเหลือง ออกที่ปลายกิ่งหรือซอกใบ
- ผล/เมล็ด: ผลเป็นกระจุก มีเมล็ดเล็กๆ และมีปีกเพื่อช่วยในการกระจายพันธุ์
สารสำคัญที่พบในกระท่อม

สารสำคัญที่พบในใบกระท่อมนั้น ประกอบด้วยแอลคาลอยด์ทั้งหมดประมาณร้อยละ 0.5 ในจำนวนนี้ เป็นมิตราไจนีน (Mitragynine) ร้อยละ 0.25 ที่เหลือเป็น สเปโอไจนีน (Speciogynine) ไพแนนทีน (Paynanthine) สเปซิโอซีเลียทีน (Speciociliatine) ตามลำดับ
ชนิดและปริมาณแอลคาลอยด์ที่พบแตกต่างกัน ตามสถานที่ และเวลาที่เก็บเกี่ยว ซึ่งแบ่งตามสูตรโครงสร้างได้สารประกอบ 4 ประเภท คือ
- อินโดลแอลคาลอยด์ (Indole Alkaloids)
- ออกอินโดลแอลคาลอยด์ (Oxindole Alkaloids)
- ฟลาวานอยด์ (Elavanoids)
- กลุ่มอื่น ๆ เช่น ไฟโตสเตอรอล (Phytosterol), แทนนิน (Tannins)
กระท่อม มีคุณประโยชน์อะไรบ้าง?

1) ช่วยบำรุงกำลังเพิ่มพลังให้ทำงานได้นานขึ้น
- สรรพคุณแรกที่อยากแนะนำ คือ ความสามารถในการช่วยบำรุงกำลังเพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย จึงมีผลทำให้การทำงานยาวนานขึ้น ไม่เหนื่อยง่าย ทนแดดทนลม กล้ามเนื้ออึดขึ้น ลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อที่เป็นอยู่ได้ดี แต่กระนั้นต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสมต่อร่างกาย
2) รักษาอาการลำไส้ติดเชื้อ
- ลำไส้ติดเชื้อ หรือท้องเสีย ท้องร่วง ถ่ายเหลว เราสามารถนำต้นกระท่อมไปต้ม เพื่อดื่มกินได้ หรือจะเคี้ยวใบ ชงกับน้ำดื่มเพื่อรักษาอาการที่เป็นอยู่ก็ไม่มีปัญหา เมื่อดื่มไปแล้วตัวสรรพคุณที่มีในใบ หรือลำต้น ก็จะไปช่วยยับยั้งเชื้อในลำไส้ ไม่ทำให้เกิดอาการกำเริบอีก
3) ช่วยลดอาการปวดที่มีผลดีกว่ามอร์ฟีน
- กระท่อมมีสารชื่อว่า ไมทราไจนีน อันถือเป็นสารที่มีความสำคัญมาก ในไทยพบสูงถึง 66% มีส่วนช่วยกดประสาทส่วนกลาง เพราะมีสารจำนวนอัลคอลอยด์ผสมอยู่ด้วย จึงระงับอาการปวดต่าง ๆ โดยเฉพาะที่มีความรุนแรงได้ดี รู้สึกง่วงซึม กระตุ้นให้เกิดความเคลิ้มอย่างมีความสุข
- ผลจากการศึกษาสารนี้ ในใบกระท่อม พบว่ามีส่วนช่วยลดอาการเจ็บปวดที่รุนแรงมากกว่ามอร์ฟีน 13 เท่า ทั้งยังช่วยบำบัดผู้ที่เสพติดมอร์ฟีนในบางคนได้ดีอีกด้วย
4) ลดอาการขาดยาจากสารเสพติด
- สารเสพติดอย่าง เฮโรอีน ฝิ่น มอร์ฟีน เมื่อใครต้องการบำบัดให้หายขาดสามารถเลือกใช้ต้นกระท่อมช่วยได้ แต่ต้องมีการใช้ในปริมาณที่เหมาะสม รวมถึงระยะเวลาไม่นานมากเกินไป กระท่อม จะให้ผลข้างเคียงในการบำบัดที่น้อยกว่าสารตัวอื่น ๆ
5) ช่วยแก้อาการปวดฟัน
- โดยทั่วไปแล้ว เราสามารถต้มน้ำกระท่อมโดยใช้ส่วนใบเด็ด ล้างให้สะอาดแล้วให้นำมาต้มดื่มกินเป็นน้ำสมุนไพรตามตำราแผนโบราณ ฤทธิ์ที่มี จะช่วยให้อาการปวดฟันต่าง ๆ ทุเลาลงได้ แต่ในปัจจุบัน ไม่ค่อยได้ทำกันแล้ว เพราะมีเป็นยาเม็ดแก้ปวดแทน
6) ช่วยลดความดันโลหิตสูง
กระท่อมมีสารที่ชื่อ ไมทราไจนีน นอกจากจะช่วยระงับความเจ็บปวดของร่างกายได้ดีกว่ามอร์ฟีน ก็ยังมีฤทธิ์ในการขยายหลอดเลือดได้ด้วย ช่วยคลายกล้ามเนื้อ ลดความดันโลหิต ซึ่งตามตำรับยาแผนโบราณแล้ว มีผลวิจัยว่าช่วยปัญหาความดันเลือดสูงจริง
7) ช่วยรักษาโรคเบาหวาน
- กระท่อมเป็นพืชที่สามารถช่วยรักษาโรคเบาหวานมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเอาใบมาเคี้ยวแล้วคายกากออก หรือต้มดื่มกินในชีวิตประจำวันก็ได้หมด ช่วยในการดูดกลับของน้ำตาลกลูโคส ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงโดยไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับอินซูลินในร่างกายของผู้ป่วยอีกต่างหาก
8) ช่วยรักษาแผลในปาก แก้ไอ
สรรพคุณของต้นกระท่อม นอกจากเรื่องต่าง ๆ ข้างต้น ยังสามารถใช้รักษาอาการแผลในปาก ไม่ว่าจะเกิดจากการกัดปากตัวเอง ร้อนในที่เกิดขึ้น รวมถึงอาการไอ ก็แก้ได้เช่นกัน ซึ่งฤทธิ์ที่มี จะช่วยสมานแผล ห้ามเลือด ที่สำคัญช่วยถอนพิษจากสัตว์ร้ายได้ด้วย
ต้นกระท่อมนั้น มีส่วนช่วยร่างกายด้านต่าง ๆ จริง แต่ก็มีการย้ำเตือนอยู่ตลอดว่า ต้องใช้อย่างระมัดระวังด้วย เพราะเมื่อเคี้ยวใบไปประมาณ 5-10 นาที ร่างกายก็สามารถดูดซึมสารประกอบได้แล้ว และจะไปออกฤทธิ์กับระบบประสาทส่วนกลาง
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น คือ นอนไม่หลับ กระวนกระวาย อ่อนเพลีย คลื่นไส้ ท้องผูก เบื่ออาหาร ปากแห้ง ริมฝีปากคล้ำ ร่างกายมีอุณหภูมิที่สูงมากยิ่งขึ้น บางคนเคี้ยวมาก ๆ พูดไม่รู้เรื่องเลยก็มี ฯลฯ จึงอยากให้จัดการปริมาณที่พอเหมาะ หรือทางที่ดีแนะนำว่าปรึกษาแพทย์ เภสัชกรที่มีความเชี่ยวชาญ ช่วยให้ได้รับสิ่งดีที่สุด ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
วิธีการปลูกกระท่อม
ต้นกระท่อมเป็นพืชที่ชอบความชื้นและสภาพอากาศแบบร้อนชื้นคล้ายกับถิ่นกำเนิด การปลูกจึงเน้นที่การเตรียมดินและความชื้นให้เหมาะสมค่ะ


การปลูกกระท่อม
การปลูกกระท่อมด้วยเมล็ด
- 1
นำดินปลูก หรือพีทมอสใส่ลงในกระบะ หรือกะละมังประมาณครึ่งหนึ่งของพาชนะ
- 2
รดน้ำให้ดินชุ่ม หรือเปียกอย่างเห็นได้ชัด
- 3
ค่อย ๆ โรยเมล็ดกระท่อมลงไปอย่าให้ชิดกัน พยายามกระจายเมล็ดกระท่อมให้มากที่สุด
- 4
นำดินปลูก หรือพีทมอสมาโรยทับด้านบนบาง ๆ แล้วรดน้ำให้ชุ่มเปียกอีกครั้ง
- 5
หุ้มกระบะ หรือกะละมังปลูกด้วยพลาสติกใสไม่ให้อากาศเข้าได้
- 6
ปิดทิ้งไว้ไม่ต้องรดน้ำ และวางไว้ในที่ร่ม เป็นเวลาประมาณ 5-7 วัน
- 7
เมื่อครบกำหนดแล้ว นำออกมารดน้ำเช้า-เย็น
- 8
เมื่อต้นกล้างอกขึ้นมาได้ระดับหนึ่งแล้ว ให้ย้ายไปปลูกในกระถางต่อไป
การปลูกกระท่อมด้วยปักชำกระท่อม
- 1
นำดินปลูกหรือพีทมอสผสมกับน้ำให้พอชุ่ม (แต่ไม่แฉะ) ใส่ในกระป๋อง หรือแก้วพลาสติกเตรียมไว้
- 2
ตัดกิ่งกระท่อมจากต้น โดยเลือกกิ่งที่เป็นกิ่งเดี่ยวและสมบูรณ์ ควรตัดกิ่งให้มีขนาดไม่ยาวเกินไปเพื่อให้ธาตุอาหารลำเลียงได้เร็วขึ้น
- 3
ใช้น้ำยาเร่งรา ทาบริเวณโคนกิ่งแล้วทิ้งไว้แห้ง หรือนำกิ่งไว้จุ่มแช่ไว้ประมาณ 20 นาที
- 4
นำกิ่งที่ทายาเร่งรากแล้วปักลงไปในดินที่เตรียมไว้ หาไม้แทงดินลงไปก่อนปัก
- 5
นำถุงพลาสติกใสมาครอบแล้วมัดให้แน่นเพื่อไม่ให้อากาศถ่ายเท ตั้งไว้ที่มีแสงแดด แต่ไม่จัดเกินไป เมื่อรากเดินเต็มที่ให้นำไปปลูกลงดินต่อไป
หากใบกระท่อมจากกิ่งที่นำมาปักชำมีขนาดใบใหญ่เกินไป ให้ทำการตัดใบให้เหลือครึ่งหนึ่ง เพื่อลดการคายน้ำและเพิ่มอัตรารอดในการปักชำ
การเก็บเกี่ยวใบกระท่อม
บกระท่อมสามารถเก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่อายุ 1 ปีขึ้นไป โดยให้เก็บเฉพาะใบแก่ แต่ถ้าจะให้ผลผลิตเต็มที่ ต้นกระท่อมควรมีอายุ 5 ปี จึงจะสามารถเก็บเกี่ยวใบกระท่อมได้ต้นละ 1 กิโลกรัม และสามารถเก็บเกี่ยวได้ทุก 15 วัน
เป็นอย่างไรกันบ้างกับความรู้เรื่องต้นกระท่อมที่เรานำมาฝากกัน อย่างไรก็ตามหากใครต้องการที่จะปลูกต้นกระท่อม ควรศึกษาวิธีการปลูกให้ดีด้วย เราขอแนะนำตัวช่วยดี ๆ กระถางผ้า ปลูกต้นไม้ SGE หลากหลายขนาด ปลูกได้ทั้งต้นไม้ พืชผักสวนครัว แข็งแรงทนทาน ใช้ได้ยาวนานอย่างแน่นอน



