ผักบุ้ง สรรพคุณ ประโยชน์ ข้อควรระวัง และ 5 สายพันธุ์ ที่ควรรู้จัก

ผักบุ้ง สรรพคุณ ประโยชน์ ข้อควรระวัง และ 5 สายพันธุ์ ที่ควรรู้จัก

By Published On: กันยายน 26th, 2025

ผักบุ้ง (Morning glory) คือ ผักสวนครัวคู่ไทย มีประโยชน์ สรรพคุณมากมาย ช่วยบำรุงสายตา มีวิตามิน และธาตุที่สำคัญ นำไปทำอาหารได้หลายเมนู ทั้งต้ม ผัด แกง หรือทอด ก็ทำได้หมด บทความนี้เราจะพาไปรู้จักกับ ผักบุ้ง ประโยชน์ สรรพคุณ และโทษที่ต้องรู้ พร้อมสายพันธุ์ผักบุ้งทั้งหมด มีอะไรบ้าง ตามไปดูกันเล้ยยยยย!

ประโยชน์และสรรพคุณของผักบุ้ง

ผักบุ้ง มีประโยชน์มากกว่าที่คิด ด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่หลากหลาย จึงมีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายด้าน เช่น

ประโยชน์ของผักบุ้ง ด้านสุขภาพ

  • มีลูทีน (Lutein) ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันโรคเกี่ยวกับดวงตาได้
  • มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย บำรุงผิวพรรณให้สดใส ช่วยปกป้อง และบำรุงผิวจากการถูกแสงแดดทำลาย
  • ช่วยควบคุมความดันโลหิตไม่ให้สูงเกินไป
  • มีวิตามินเอ และวิตามินซี  ช่วยลดความเสี่ยงโรคกล้ามเนื้อหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง
  • มีไฟเบอร์ ช่วยแก้อาการท้องผูก ช่วยลดน้ำหนัก ช่วยลดลงของคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ในร่างกาย
  • ช่วยบำรุงตับ บำรุงเลือด ช่วยล้างพิษในร่างกายได้
  • มีแคลเซียมสูง ช่วยบำรุงกระดูก และฟัน
  • รากผักบุ้ง ใช้แก้โรคหอบหืด บรรเทาอาการไอเรื้อรัง ยังช่วยลดอาการตกขาวได้
  • ดอกของผักบุ้งไทยต้นขาว ใช้เป็นยาแก้กลากเกลื้อนได้

ประโยชน์ของผักบุ้ง ด้านอื่น ๆ

  • นิยมใช้ใบประกอบอาหาร เช่น เมนูต้ม เมนูผัด เมนูแกง เป็นต้น
  • นิยมนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น ผักบุ้งแคปซูล ผงผักบุ้ง เป็นต้น
  • ผักบุ้งสด ช่วยรักษาแผลร้อนในในปาก โดยนำผักบุ้งสด ผสมเกลือ อมไว้ในปากประมาณ 2 นาที วันละ 2 ครั้ง
  • ใช้เป็นอาหารสัตว์ได้ เช่น หมู เป็ด ไก่ ปลา เป็นต้น
ผักบุ้ง (Morning glory)

ผักบุ้ง (Morning Glory)

ผักบุ้ง (Morning glory)
ผักบุ้ง (Morning glory)

ชื่อวิทยาศาสตร์: Ipomoea aquatica Forsk.

ชื่อสามัญ: Morning glory, Swamp morning glory, Kangkung

วงศ์: Convolvulaceae

ถิ่นกำเนิด: เขตร้อน เช่น ไทย เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย และกานา

ผักบุ้งนั้น มีชื่อเรียกอื่นว่า ผักทอดยอด เป็นอาหารเพื่อสุขภาพ มีส่วนช่วยในการบำรุงสายตา อุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุที่สำคัญ โดยในประเทศไทย จะแบ่งผักบุ้ง ออกเป็น 2 สายพันธุ์หลัก ๆ คือ ผักบุ้งไทย และ ผักบุ้งจีน

ผักบุ้งไทย เป็นสายพันธุ์ธรรมชาติที่ขึ้นเองตามแม่น้ำลำคลอง จะมียางมากกว่าผักบุ้งจีน และผักบุ้งจีน เป็นพันธุ์ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ แต่ปลูกได้เองแล้วที่เมืองไทย ผักบุ้งที่นิยมปลูกขาย คือ ผักบุ้งจีน เพราะลำต้นค่อนข้างขาว ใบเขียวอ่อน ดอกขาว มียางน้อยกว่าผักบุ้งไทย จึงได้รับความนิยมทานมากกว่าผักบุ้งไทยนั่นเอง

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของผักบุ้ง

  • ราก และลำต้น: เป็นพรรณไม้เลื้อย มีรากแก้ว และมีรากแขนง แตกออกทางด้านข้างของรากแก้ว และสามารถแตกรากฝอยออกมาจากข้อของลำต้นได้ด้วย ลำต้นมีเนื้ออ่อน ลำต้นกลวง มีข้อปล้องสีเขียว ขึ้นเลื้อยตามหน้าน้ำ หรือดินแฉะ
  • ใบ: เป็นใบเดี่ยวออกแบบสลับ เป็นรูปหอก หรือลูกศร ขอบใบเรียบ มีควั่นเล็กน้อย ปลายใบแหลมมน ฐานใบเว้าเป็นรูปหัวใจ ใบยาว 3-10 เซนติเมตร กว้าง 1-9 เซนติเมตร
  • ดอก: เป็นรูประฆัง บริเวณซอกใบ แต่ละช่อมีดอกย่อย 1-5 ดอก กลีบเลี้ยงมีสีเขียว กลีบดอกมีทั้งสีขาว หรือสีชมพูอยู่บริเวณฐาน
  • ผล และเมล็ด: เมล็ดมีลักษณะกลม สีดำ ผลเป็นแบบแคปซูล ลักษณะรูปไข่ มีสีน้ำตาล

ข้อมูลโภชนาการของผักบุ้ง

ข้อมูลโภชนาการ ผักบุ้ง ปริมาณต่อ 100 กรัม

สารอาหารปริมาณ
พลังงาน19 กิโลแคลอรี่
คาร์โบไฮเดรต3.13 กรัม
โปรตีน2.6 กรัม
ไขมัน0.2 กรัม
โพแทสเซียม312 มิลลิกรัม
โซเดียม113 มิลลิกรัม
แคลเซียม77 มิลลิกรัม
แมกนีเซียม71 มิลลิกรัม
วิตามินซี55 มิลลิกรัม
ฟอสฟอรัส39 มิลลิกรัม
ธาตุเหล็ก1.7 มิลลิกรัม
วิตามินบี 60.096 มิลลิกรัม
วิตามินบี 10.03 มิลลิกรัม
ไนอะซิน0.9 มิลลิกรัม

แหล่งข้อมูลประกอบ: hellokhunmor.com

สายพันธุ์ของผักบุ้ง

ผักบุ้ง ผักทอดยอด ที่เรากินกันในปัจจุบัน สามารถนำมาแยกเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ ผักบุ้งไทย ผักบุ้งจีน ผักบุ้งนา ผักบุ้งแก้ว และ ผักบุ้งทะเล รายละเอียดมีดังนี้ค่ะ

ผักบุ้งไทย (Water spinach)

ผักบุ้งไทย เป็นผักบุ้งที่เกิดเองตามธรรมชาติ แม่น้ำลำคลอง เกิดขึ้นเองได้ เป็นผักบุ้งที่ทอดยาว พร้อมกับมียางออกมา หากหักตรงลำต้นของผักบุ้ง จะมียางไหลออกมาเพียงเล็กน้อย แต่มียางมากกว่าผักบุ้งจีน จึงไม่นิยมทานเท่ากับผักบุ้งจีน

ผักบุ้งไทย (Water spinach)

ผักบุ้งจีน (Water convolvulus)

ผักบุ้งจีน เป็นผักบุ้งที่ถูกนำเข้าจากต่างประเทศ แต่เมืองไทย สามารถปลูกผักบุ้งชนิดนี้เองได้ นิยมปลูกขายตามท้องตลาด ลำต้นของผักบุ้งจีน ค่อนข้างยาว และขาวกว่าผักบุ้งไทย มีใบอ่อนที่เขียวขจี มีดอกของผักบุ้งเป็นสีขาว เมื่อหักลำต้นแล้ มียางออกมาน้อยกว่าผักบุ้งไทย จึงนิยมนำผักบุ้งจีนมาทำอาหารมากกว่าผักบุ้งไทย

ผักบุ้งจีน (Water convolvulus)

ผักบุ้งนา หรือผักบุ้งแดง (Red water spinach)

ผักบุ้งนามีลำต้นสีแดง และมียอดค่อนข้างเรียว และเล็ก มีรสฝาดติดลิ้น นิยมนำทานคู่กับลาบน้ำตกของคนอีสาน และอาหารอีสานอีกหลากหลายประเภท ผักบุ้งนา สามารถนำมาทำแกงส้มได้อีกด้วย เป็นผักบุ้ง ที่นิยมรับประทานมากอีก 1 ชนิด

ผักบุ้งนา หรือผักบุ้งแดง (Red water spinach)

ผักบุ้งแก้ว

ผักบุ้งแก้ว เป็นผักบุ้งที่นิยมนำยอดผักบุ้ง มาประกอบอาหาร เป็นส่วนประกอบที่อร่อยที่สุด ลำต้นเรียวยาว มียอดอ่อนที่เขียวขจี

ผักบุ้งแก้ว

ผักบุ้งทะเล (Goat’s Foot Creeper)

ผักบุ้งทะเล เป็นผักบุ้งที่มีลำต้นทอดเลื้อยยาวไปตามพื้นดิน สามารถยาวได้ถึง 5-30 เมตรเลยทีเดียว ลำต้นสีเขียวปนแดง หรือสีแดงอมม่วง ตามข้อของผักบุ้ง จะมีรากฝอยโผล่ออกมาทุกจุด นิยมนำมาทานเป็นยา

ผักบุ้งทะเล (Goat’s Foot Creeper)

วิธีการปลูกผักบุ้ง

ผักบุ้ง หรือ ผักทอดยอด สามารถปลูกได้ทุกพื้นที่ ปลูกได้ตลอดทั้งปี เก็บผลผลิตได้ 20-25 วัน ชอบดินร่วน หรือดินร่วนปนทราย วิธีปลูกผักบุ้ง ไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่เยอะ ก็สามารถปลูกได้ มีขั้นตอนดังนี้

ปลูกผักบุ้ง
เก็บผักบุ้ง
  • ขั้นตอนที่ 1 เลือกเมล็ดพันธุ์ + เตรียมดิน

    • เลือกเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพ โดยเมล็ดพันธุ์ที่นิยมปลูก คือ ผักบุ้งจีน
    • เนื่องจาก ผักบุ้งจีนเป็นพืชผักที่มีระบบรากตื้น ควรไถตะตากดินไว้ประมาณ 15-30 วัน
    • จากนั้น ไถพรวน ขึ้นแปลงปลูก ขนาดกว้าง 1.5-2 เมตร ยาว 10-15 เมตร เว้นทางเดินระหว่างแปลง 40-50 เซนติเมตร
    • ใส่ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก คลุกเคล้าลงไปในดิน พรวนย่อยผิวหน้าดินให้ละเอียด ปรับหลังแปลงให้เรียบเสมอกันทั้งแปลง **ถ้าดินปลูกเป็นกรด ควรใส่ปูนขาว เพื่อปรับระดับพีเอชของดินให้สูงขึ้น
  • ขั้นตอนที่ 2 การเพาะเมล็ด

    1) การปลูกแบบหว่าน

    • หว่านเมล็ดผักบุ้งจีนลงไปแปลงดินตรง ๆ กลบด้วยดินบาง ๆ แล้วรดน้ำได้เลย แต่มีข้อเสีย คือ ผักบุ้งจีนเป็นผักที่มีความต้องการน้ำมาก เวลารดน้ำ จะทำให้ต้นผักบุ้งจีนแย่งน้ำกัน ทำให้การเจริญเติบโตไม่เท่ากัน

    2) การปลูกแบบหยอด

    • นำเมล็ดพันธุ์ไปหยอดตามแนวเส้นตรง อย่าให้เมล็ดชิดกันมากเกินไป
    • กลบดิน แล้วรดน้ำ พอเมล็ดเจริญเติบโต จะเรียงแนวเป็นระเบียบ
  • ขั้นตอนที่ 3 การให้ปุ๋ย + รดน้ำ

    • ใส่ปุ๋ยคอก เช่น มูลสุกร มูลเป็ด ไก่ เป็นต้น หว่านปุ๋ยกระจายทั่วทั้งแปลงหลังปลูกผักบุ้ง ประมาณ 7-10 วัน
    • การใส่ปุ๋ยเคมี จะใช้วิธีการละลายน้ำ นำไปรด 3-5 วันครั้ง อัตราส่วน ปุ๋ยยูเรีย 10 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร เป็นการช่วยให้ผักบุ้งจีนเจริญเติบโต และเก็บเกี่ยวได้รวดเร็วขึ้น
    • การรดน้ำ ต้องรดน้ำแปลงปลูกผักบุ้งทันที ควรรดน้ำทุกวัน วันละ 1-2 ครั้ง แต่ไม่ควรมากเกินไปจนน้ำขัง และทำให้รากเน่าได้
  • ขั้นตอนที่ 4 การเก็บเกี่ยว

    • หลังจากหว่านเมล็ดพันธุ์ผักบุ้งจีนลงแปลงปลูกได้ 20-25 วัน ผักบุ้งเจริญเติบโต มีความสูงประมาณ 30-35 เซนติเมตร ให้ถอนต้นผักบุ้งออกจากแปลงปลูกทั้งต้นและราก
    • ล้างรากให้สะอาด เด็ดใบและแขนงที่โคนต้นออก นำมาผึ่งไว้ ไม่ควรไว้กลางแดดผักบุ้งจีนจะเหี่ยวเฉาได้ง่าย
    • จัดเรียง มัดเป็นกำ บรรจุใส่ถุงภาชนะ เตรียมส่งขายตลาดต่อไป

ทุกคนสามารถดู วิธีปลูกผักบุ้ง อย่างละเอียดได้ใน วิธีปลูกผักบุ้ง ให้โตไว ปลูกได้แม้มีพื้นที่น้อย

จบไปแล้วสาระดี ๆ ของผักบุ้ง เป็นผักที่ทานเท่าไหร่ก็ไม่มีเบื่อ ประโยชน์มากมายล้นเหลือ ทานได้ทุกวัย นำไปทำเมนูได้หลากหลาย หากใครอยากจะปลูกขายก็ทำได้ไม่ยากอีกด้วย ลองนำเคล็ดลับดี ๆ ที่เรามาแชร์วันนี้ไปลองทำกันดูนะคะ💞

คำถามที่หลายคนสงสัยเกี่ยวกับผักบุ้ง

ดีทั้ง 2 แบบ เพราะ ผักบุ้งทั้ง 2 ประเภทนั้น มีจุดเด่นที่แตกต่างกันเท่านั้น ดังนี้

  • ผักบุ้งไทย โดดเด่นในเรื่องของสรรพคุณทางยา สามารถนำดอกไปใช้ประโยชน์ได้มากกว่า ทั้งการรักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ลดอาหารแพ้ต่าง ๆ
  • ผักบุ้งจีน เป็นพืชที่มีคุณค่าทางอาหารสูงกว่า รวมไปถึงมีแคลเซียม และเบต้าแคโรทีนมากกว่าผักบุ้งไทย

สามารถทานได้ แต่แนะนำให้ กินผักสด ร่วมกับการ กินผงผักเสริม ควบคู่จะดีกว่า

หั่นรากผักบุ้งทิ้ง หั่นผักบุ้งเป็นชิ้น ๆ ยาวประมาณ 2-3 นิ้ว โดยไม่ต้องล้างน้ำ นำไปซีลสูญญากาศ หรือเก็บใส่ภาชนะพลาสติกใส ปิดมิดชิด และนำไปแช่ในตู้เย็น วางในช่องผักผลไม้หรือช่องปกติ ไม่ควรตั้งอุณภูมิให้เย็นจัดเกินไปด้วย

จะเห็นว่า ถั่วฝักยาว มีทั้งประโยชน์และโทษ เพื่อน ๆ ต้องรับประทานอย่างระมัดระวัง เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว และหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับคุณนักอ่านทุกท่านนะคะ🥰

แชร์บทความนี้

แสดงความคิดเห็น