
แชร์วิธี ปลูกผักชี นอกฤดู แบบง่ายๆ ทำได้อย่างไร?
ผักชี 🍀 ที่เราเห็นบ่อย ๆ นั้น มักใช้ที่จะใช้โรยหน้าบนอาหารประเภทต่าง ๆ ผักชีไทย จะมีความหอมเฉพาะตัว แต่นอกจากจะตกแต่งหน้าตาให้อาหารนั้นน่ารับประทานแล้ว ยังมีประโยชน์อีกหลายต่อร่างกายอีกด้วย ในบทความนี้ เราจะมาแชร์เคล็ดลับ ปลูกผักชี นอกฤดู ในกระถางแบบง่าย ๆ ที่สามารถสร้างราายได้ได้ ทำได้อย่างไร ไปดูกันเลย
ผักชี คือ?

ผักชี คือ พืชสมุนไพร มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ผักชีไทย คือ ผักที่มีสีเขียวทั้งต้น มีส่วนรากเป็นสีขาว หาทานได้ตลอดปี ผักชีไทยทุกส่วนนั้น สามารถนำมาเป็นเครื่องเทศปรุงอาหาร และเป็นยารักษาโรค หรือเป็นน้ำกระสายยา และสามารถนำมาใช้ประกอบอาหารหลากหลายชนิดได้ แต่ที่นิยมที่สุด คือ การนำผักชีมาโรยหน้าอาหาร ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มสีสัน และแต่งกลิ่นให้อาหารน่ารับประทานมากขึ้นนั่นเอง
ผักชีไทย มีถิ่นกำเนิดแถวเขตร้อน อย่างแถบเมดิเตอร์เรเนียน หรือเองเซียตะวันตก สำหรับประไทย แหล่งปลูกผักชีที่มาก ๆ ได้แก่ ราชบุรี กรุงเทพ และนครปฐม
สรรพคุณและประโยชน์ของผักชี

ผักชีไทย ไม่ใช่แค่มีดีเพียงโรยหน้า แต่มีประโยชน์มากมายเพราะในผักชี อุดมไปด้วยวิตามินซี, วิตามินเค และโปรตีน ยังมีส่วนช่วยในการดูแลสุภาพอีกด้วย
- ผักชีไทย สามารถลดระดับของคอเลสเตอรอล ประเภทที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และเสริมสร้างการผลิตคอเลสเตอรอลที่ดีต่อร่างกายให้เหมาะสมกับความต้องการ ช่วยเสริมระบบการย่อยอาหาร และมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยต่อต้านมะเร็งได้อีกด้วย
- รากผักชี เป็นเครื่องเทศที่นิยมนำมาหมักเนื้อสัตว์ เพื่อดับกลิ่นคาว และเพิ่มความหอม โดยเฉพาะอาหารที่ปิ้งย่าง รากผักชี ยังมีประโยชน์ช่วยไล่พิษไข้เหือด หิด อีสุกอีใส
- ลำต้น และใบ มีสารอาหารอย่างโพแทสเซียม, แคลเซียม และไฟเบอร์ มีสรรพคุณที่ช่วยป้องกันหวัด, ช่วยขับเหงื่อ, บรรเทาอาการแก้ไอ, สลายเสมหะ ขับลมแก้ท้องอืด, ช่วยย่อยอาหาร, บรรเทาอาการคัน โดยให้นำผักชี มาตำแล้วนำไปโปะบริเวณที่คันได้
- เมล็ดผักชี หรือลูกผักชี โดยลูกผักชี มีสารต้านอนุมูลอิสระ, ช่วยบรรเทาอาการอักเสบ, ปรับระดับน้ำตาลในเลือด, ช่วยสลายไขมัน และช่วยขับลมแก้ท้องอืด ใช้อุดแก้ปวดฟันได้ หรือหากใครที่มีอาการแฮงค์เอาท์จากการเมาเหล้า เพียงแค่เคี้ยวลูกผักชีก็ช่วยแก้ได้
คนไทยรู้จักนำผักชีทุกส่วนมาใช้เป็นเครื่องเทศปรุงอาหาร และเอามากินสด ๆ ก็ได้ เพราะในผักชีนั้น มีวิตามินซีสูงถึง 70-90 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม ดังนั้น หากเรากินผักชีสด ๆ ขอรับรองว่าได้ประโยชน์ และดีแน่นอน 👍
วิธีการ ปลูกผักชี นอกฤดู แบบง่าย ๆ ทำได้อย่างไร?

ควรเลือกปลูกพืชผักให้เหมาะสมตามฤดูกาล อย่างช่วงต้นฤดูฝนระหว่างเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม ผักที่น่าจะปลูกกันก็มีหลากหลายชนิด เช่น คะน้า, กุยช่าย, บวบเหลี่ยม, ผักกาดหัว, ผักกาดหอม, ผักกวางตุ้ง, ข้าวโพดหวาน, หอมแดง, หอมแบ่ง, น้ำเต้า, ผักบุ้งจีน, ฯลฯ อย่างไรก็ตาม พืชเศรษฐกิจอย่างผักชี หากคิดจะปลูกนอกฤดูกาล ก็มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย เพราะแม้ว่าสภาพชื้นแฉะ และเชื้อรา จะเพิ่มความลำบากในการปลูก
รู้กันไหมคะว่า ราคาขายผักชีนอกฤดูกาล ก็ขยับสูงขึ้นด้วยเช่นกัน ยิ่งถ้าเกิดภาวะน้ำท่วม ผักชีจะยิ่งมีราคาแพงมาก ในช่วงที่ผลผลิตขาดตลาดนั้น จะมีราคาสูงถึง 180-200 บาทต่อกิโลกรัมเลยทีเดียว
วิธีปลูกผักชี นอกฤดู
ผักชีเป็นพืชที่ชอบอากาศเย็น แต่ก็เป็นส่วนประกอบสำคัญในอาหารไทยที่ต้องใช้ตลอดปี การปลูกผักชีให้ออกงามในช่วงที่อากาศร้อนจัดหรือฝนตกชุกจึงเป็นความท้าทาย เราไปดูขั้นตอนการปลูกผักชีแบบง่าย ๆ ที่สามารถทำได้ นอกฤดูกาล ให้ได้ผลผลิต 100% กันเลยค่ะ
- 1
เมล็ดพันธุ์ที่มีการปลูกในปัจจุบัน คือ พันธุ์สิงคโปร์ และพัน ธุ์ไต้หวัน เมล็ดพันธุ์ผักชี ที่ซื้อตามร้านค้า มักผสมกับสารกันแมลง และความชื้นมาด้วย ควรล้างออกให้สะอาด และแช่ด้วยน้ำสะเดาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนนำมาหว่านที่แปลง เพื่อช่วยป้องกันแมลงมากัดกินเมล็ดพันธ์ุผักชี ก่อนการงอก
- 2
สำหรับการแช่ อาจแช่ใส่ถังน้ำ หรือใส่ห่อผ้ามัด และแช่ในถังก็ได้ ไม่ควรหว่านเมล็ดเยอะ จนขึ้นเบียดกันแน่น เพราะจะทำให้ต้นเน่า
- 3
นำเมล็ดที่เตรียมไว้แล้ว มาผสมกับทรายหยาบ แล้วหว่านเมล็ดไปพร้อมทราย เพื่อให้เมล็ดกระจายตัว ควรใช้ฟางข้าวที่มีการบด หรือสับขนาดสั้น ๆ และไม่หว่านโปรยให้หนาจนเกินไป พร้อมทำการรดน้ำให้ชุ่ม
- 4
เมื่อต้นผักชีเริ่มงอกให้นำ สแลนกันแดด หรือตาข่ายกรองแสงมาคลุมสูงประมาณ 1 เมตร โดยเปิดให้ผักชีได้รับแสงแดดในช่วงเช้าแล้วจึงคลุมด้วยสแลนในเวลาแดดแรง รวมทั้งคลุมตอนที่ฝนตกเพื่อลดการกระแทกของฝน
- 5
ระยะเริ่มแรกหลังการหว่านเมล็ด จะให้น้ำประมาณ 2 ครั้งต่อวัน ในช่วงเช้าเย็นทุกวัน จนถึงระยะประมาณ 30 วัน ให้เว้นช่วงวันให้น้ำ ประมาณ 2-3 วันต่อครั้ง
- 6
ให้น้ำเช้า-เย็น สำหรับช่วงก่อนการเก็บเกี่ยว ประมาณ 1 สัปดาห์ ควรให้น้ำน้อยลงประมาณ 3-4 วันต่อครั้ง
การใส่ปุ๋ย ผักชีนอกฤดู
ให้ใช้น้ำแช่ปุ๋ยคอก เช่น มูลโค กระบือ ไก่ หมู โดยทำการแช่น้ำใส่ถังทิ้งไว้ ประมาณ 1 สัปดาห์ และนำเอาส่วนที่เป็นน้ำรดในแปลงผักชี ประมาณ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยเป็นการร่วมกับการให้น้ำทั่วไป ทั้งนี้ ให้เริ่มการให้ปุ๋ยน้ำประมาณ 1 สัปดาห์ หลังจากการงอก นอกจากนั้น ให้นำเศษมูลสัตว์ ที่เป็นตะกอนหลังการแช่น้ำ โปรยหว่านในแปลงเป็นระยะ ประมาณ 2 ครั้งต่อเดือน
ศัตรูพืชของผักชี มักไม่พบมากนัก แต่เพื่อความมั่นใจ ให้ใช้น้ำต้มใบสะเดา หรือใบพืชที่มีลักษณะขม เช่น ฟ้าทะลายโจร บอระเพ็ด เป็นต้น รดในแปลง สัปดาห์ละครั้ง ผักชีสามารถเก็บเกี่ยวได้ เมื่ออายุประมาณ 30-45 วัน ก่อนทำการเก็บเกี่ยว ให้รดน้ำในแปลงให้ดินชุ่มเสียก่อน จะทำให้ถอนรากผักชีได้ง่ายขึ้นนั่นเอง
ข้อแนะนำ และข้อควรระวัง
- สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคไต ควรทานแค่พอเหมะ เพราะผักชีไทย มีโพแทสเซียมสูง จะเป็นอันตรายกับผู้ป่วยได้
- พืชวงศ์ผักชี อย่าง ขึ้นฉ่าย, ยี่หร่า, กระเทียม, หอมหัวใหญ่ ประโยชน์ มีอยู่เยอะ แต่ผู้ที่มีอาการภูมิแพ้ จำเป็นต้องระวังอย่างสูง เพราะอาจเกิดการแพ้ได้อาการแพ้ที่พบได้ คือ ผื่นคัน ตาอักเสบ แสบเยื่อบุจมูก
- ในคนที่ปัญหาเกี่ยวกับช่องปาก เช่น มีกลิ่นปาก ฟันผุ หรือเป็นคนที่มีกลิ่นตัวแรง กลิ่นรักแร้แรง หรือเป็นฝี ไม่ควรกินผักชี เพราะจะทำให้กลิ่นต่าง ๆ หรือมีอาการรุนแรงขึ้น
คนไทยรู้จักนำผักชีทุกส่วนมาใช้เป็นเครื่องเทศปรุงอาหาร และเอามากินสด ๆ ก็ได้ เพราะในผักชีนั้น มีวิตามินซีสูงถึง 70-90 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม ดังนั้น หากเรากินผักชีสด ๆ ขอรับรองว่าได้ประโยชน์ และดีแน่นอน 👍
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ วิธีการ ปลูกผักชี นอกฤดู ที่นำมาฝากกันนั้น ปลูกไม่ยากเลยใช่ไหม เราต่างรู้อยู่แล้วว่าผักชี เป็นผักที่เป็นที่ต้องการของตลาด และราคาสูง ผักชีเป็นผักที่มีประโยชน์มาก ใช้ได้ทั้งต้น และใบที่ใช้นำไปประกอบอาหาร ส่วนรากผักชี มีนำมาตำเพื่อเป็นเครื่องแกง เนื่องจากมีกลิ่นหอมทำให้เพิ่มรสชาติของอาหารให้อร่อยขึ้นนั่นเอง ประโยชน์ดี ๆ แบบนี้ ต้องหามาปลูกไว้ที่บ้านบ้างแล้วล่ะ😆



